นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้หารือกับนายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการดูแลผู้บริโภคที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทให้เข้มงวดขึ้น เพราะที่ผ่านมาสคบ.ได้รับร้องเรียนจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมากว่า รู้สึกไม่ปลอดภัยจากการใช้บริการ โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถโดยสารระยะทางไกล และเห็นพฤติกรรมของผู้ขับรถที่ขับรถด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ขณะที่บางรายมีสีหน้าอิดโรยคล้ายกับพักผ่อนมาไม่เพียงพอ จึงเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อผู้บริโภคที่ใช้บริการได้ ทั้งนี้ในเบื้องต้นสคบ.ได้ขอความร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก ช่วยกวดขันเรื่องดังกล่าวเป็นพิเศษ โดยขอให้ประสานกับผู้ประกอบการรถโดยสารเอกชน รวมทั้งบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือบขส. ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และออกแนวทางบังคับผู้ขับรถต้องมีความพร้อมให้บริการ 100% เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และนอกจากควบคุมผู้ขับรถแล้วยังกำชับให้ดูแลการให้บริการของพนักงานงานประจำรถด้วย เพราะที่ผ่านมายังมักได้รับการร้องเรียนด้วยว่า พนักงานประจำรถบางราย มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก้าวร้าว และพูดคำหยาบกับผู้โดยสาร จนบางครั้งเกิดเรื่องถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันด้วย “ที่ผ่านมาได้คุยกับอธิบดีกรมการขนส่งทางบกอยู่หลายครั้ง ถึงการดูแลผู้บริโภคที่ใช้บริการรถโดยสารร่วมกัน เพราะกรมฯ เป็นหน่วยงานหลักที่ควบคุมกฎหมายเกี่ยวกับรถยนต์สาธารณะโดยตรง จึงน่าจะออกแนวทางมาควบคุมให้เข้มงวดขึ้น เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของการให้บริการคือตัวของผู้ขับรถ และเด็กประจำรถ ตอนนี้น่าเป็นห่วง บางรายมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม สภาพร่างกายเหมือนไม่พร้อมมาทำงาน ยิ่งช่วงนี้อยู่ในช่วงถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกตอนดึก ก็เกรงว่า ผู้ขับขี่รถจะดูฟุตบอลจนร่างกายไม่พร้อมจนเป็นอันตรายมากหากมาขับรถในเส้นทางไกล และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฟันคนขับรถโดยสารขับอันตราย
Blog
-

ฟันคนขับรถโดยสารขับอันตราย
Facebook Comments -

คุมจองที่พักตากอากาศ – ไขปัญหาผู้บริโภค
ปัจจุบันสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคจํานวนมากว่าในกรณีปัญหาการใช้บริการจองที่พักตากอากาศล่วงหน้าที่เหล่าพนักงานขายพยายามใช้กลยุทธ์ในการขายทุกอย่างเพื่อให้ปิดการขายได้ ทําให้ผู้บริโภคเสียเงินทําสัญญาเพื่อใช้บริการธุรกิจการจัดสรรวันพักผ่อน เป็นการประกอบธุรกิจบริการว่าด้วยบริการสถานที่พักตากอากาศ สถานที่ออกกําลังกาย โรงแรม รีสอร์ท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะให้บริการแก่สมาชิกเท่านั้น หากผู้ใดสนใจต้องสมัครเป็นสมาชิก โดยเสียค่าสมาชิกตามอัตราที่กําหนด เมื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้วจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการท่องเที่ยวซื้อสิทธิล่วงหน้า แต่เมื่อผู้บริโภคประสงค์จะเข้าใช้บริการกลับใช้บริการไม่ได้หรือไม่เป็นไปตามที่พนักงานขายได้โฆษณามีการโฆษณาเกินความเป็นจริง หลอกลวง เช่น บอกจะได้พักโรงแรมระดับ 4-5 ดาว พอกลับมาเช็กดูข้อมูล ดันเป็นโรงแรม 2-3 ดาว บ้างก็กลายเป็นอพาร์ต เมนต์เล็ก ๆ ไปแทนโรงแรมหรู ผู้บริโภคบางคนถูกชักชวนให้ทําสัญญาเป็นเงินไม่กี่หมื่น แต่บางคนถูกหลอกให้ทําสัญญาเป็นหลักแสนก็ มี โดยสัญญาเหล่านี้มักจะผูกพันผู้บริโภคยาว นานทีเดียว ในขณะนี้ สคบ.ได้ออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการจัดสรรเวลาเข้าใช้สถานที่พักเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2556 โดยประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป ซึ่งสาระสําคัญของประกาศฉบับดังกล่าว คือผู้ประกอบการจะต้องระบุสถานที่พักจํานวนห้องที่แน่ชัดว่ามีจํานวนเพียงพอกับลูกค้าหรือไม่ รวมถึงระยะเวลาในการยกเลิกสัญญาการเข้าใช้บริการ เนื่องจากที่ผ่านมา ลูกค้าไม่สามารถรับรู้ข้อมูลทั้งหมด ถูกเอาเปรียบจากการจัด เก็บค่าใช้บริการและไม่สามารถยกเลิกสัญญาก่อนกําหนด รวมถึงไม่สามารถเข้าใช้บริการตามวัน เวลา สถานที่ผู้ประกอบการได้แจ้งไว้ วิธีหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อจากผู้ประกอบการที่ไม่สุจริต คือ หากต้องการสมัครใช้บริการจองที่พักตากอากาศล่วงหน้าก็ควรศึกษารายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนั้น ๆ ว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด เพราะปัจจุบันเราสามารถสืบหาข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างง่าย และอ่านสัญญาให้รอบคอบ ทั้งนี้ควรมีการระบุสถานที่ที่ทําสัญญา ด้วยสิทธิภาระหน้าที่หรือความรับผิดชอบต่อกันอย่างไร เนื้อหาของสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคู่สัญญาว่าเป็นเรื่องอะไร เช่น ซื้อขายการให้บริการจัดสรรเวลาเข้าใช้สถานที่พักเงื่อนไขต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ราคา และจํานวนมูลค่าตามสัญญาทั้งหมดเท่าไรการส่งมอบสินค้า การตรวจรับสินค้าและการคืนสินค้า การชําระเงิน เป็นต้น รวมไปถึง เรื่องของการดําเนินการเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา การบอกเลิกสัญญา สัญญาควรมีการกําหนดเงื่อนไข ในการบอกเลิกสัญญาของแต่ละฝ่ายไว้ด้วยว่า จะสามารถทําได้ในกรณีใดบ้าง และต้องบอกล่วงหน้า เป็นระยะเวลาเท่าไร และแต่ละฝ่ายต้องรับผิดชอบอะไรจากการบอกเลิกสัญญา.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุมจองที่พักตากอากาศ – ไขปัญหาผู้บริโภคFacebook Comments -

ขนส่งขีดเส้นทั่วประเทศ
นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะว่า ขณะนี้กรมฯ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล. ม.2 รอ.) นำข้อมูลรถตู้ที่ขอจดทะเบียนเพิ่มเติมมาวิเคราะห์อยู่ ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.ค.นี้ และตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.57 เป็นต้นไป จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง รถตู้ป้ายดำที่ไม่มีสติ๊กเกอร์ผ่อนผันจะต้องหยุดวิ่งทั่วประเทศอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลน่าจะเสร็จในวันที่ 11 ก.ค.นี้ หลังจากนั้นในวันที่ 15–17 ก.ค.57 จะเชิญเจ้าของรถและคนขับรถมารับฟังผลการพิจารณาเป็นรายเส้นทาง โดยรถตู้โดยสารที่ได้รับการพิจารณา กรมการขนส่งทางบกจะชี้แจงกฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ และให้นำรถเข้ารับการตรวจสอบเพื่อรับสติ๊กเกอร์ผ่อนผันให้ใช้งานระหว่างรอการจดทะเบียนรถโดยสารสาธารณะในวันที่ 19-20 ก.ค.นี้ “กรมการขนส่งทางบกได้ร่วมมือกับ พล.ม. 2 รอ. ดำเนินการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและให้บริการที่ดีกับประชาชน โดยระยะแรกจะทำการสำรวจรถตู้ป้ายดำที่วิ่งอยู่จริงในปัจจุบันก่อน ทั้งที่วิ่งให้บริการในกรุงเทพมหานคร หมวด 1 วิ่งจากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดอื่น หมวด 2 และวิ่งระหว่างจังหวัดถึงจังหวัด หมวด 3” ส่วนการตรวจสภาพรถตู้ที่จะใช้บริการประชาชน ได้ให้เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ พล. ม.2 รอ. ตรวจความพร้อมของรถตู้ เช่น เป็นรถตู้ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี มีการจัดวางแบบที่นั่ง ติดตั้งเข็มขัดนิรภัย ค้อนทุบกระจก ถังดับเพลิง ตามขนาดและจำนวนที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เป็นต้น โดยรถตู้โดยสารที่จะร่วมเดินรถหมวด 1 หรือ หมวด 2 ให้เข้ารับการตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 ส่วนรถหมวด 3 ในส่วนภูมิภาคกรมการขนส่งทางบกจะได้ประกาศให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง นายอัฌษไธค์ กล่าวว่า หลังจากการสำรวจเพื่อควบคุมรถตู้ป้ายดำเบื้องต้นแล้ว ในระยะต่อไปกรมการขนส่งทางบก จะร่วมกับ พล.ม.2 รอ. บริษัทขนส่ง จำกัด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และผู้ประกอบการขนส่งที่เกี่ยวข้อง พิจารณาจำนวนเส้นทาง ความต้องการ ความจำเป็นในการให้บริการ รวมทั้งค่าโดยสารที่เหมาะสม โดยพิจารณาในรายละเอียดของแต่ละเส้นทางทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการขนส่งที่เพียงพอ สะดวก ปลอดภัย และเป็นธรรม รวมทั้งเพื่อเป็นจัดระเบียบให้ รถตู้โดยสารสามารถทำการขนส่งผู้โดยสารได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขนส่งขีดเส้นทั่วประเทศFacebook Comments