นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ได้รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 57 ให้ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. เป็นประธาน รับทราบ พบว่า ล่าสุดเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจไทยหลายตัวปรับตัวดีขึ้น หลังจากคสช.เข้ามาบริหารประเทศ จึงส่งผลให้เศรษฐกิจไทยตลอดทั้งปี มีโอกาสสูงที่จะขยายตัวได้ถึง 2.5% ซึ่งถือเป็นตัวเลขประมาณการสูงสุดเดิมของสศช. ที่คาดว่า จะขยายตัวอยู่ในกรอบ 1.5-2.5% นอกจากนี้หัวหน้าคสช.ยังเร่งรัดเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ การลงทุนภาคเอกชน การส่งออก การสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค และเรื่องการท่องเที่ยวด้วย“หัวหน้าคสช.มีความเป็นห่วงถึงภาวะเศรษฐกิจในระยะนี้ แต่ถ้าหากดูภาพรวมหลังจากวันที่ 22 พ.ค. เป็นต้นมา ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และนักลงทุน ก็ปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ”ทั้งนี้โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ถึง 2.5% เห็นว่า มีความเป็นไปได้ และเป็นตัวเลขที่สูงกว่าหลายหน่วยงานคาดการณ์ เพราะในไตรมาสที่ 2 เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจมีสัญญาณที่จะกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง หลังจากที่ไตรมาสแรกติดลบ 0.6% แต่ก็ต้องติดตามตัวเลขไตรมาสที่ 2 ในเดือนส.ค.นี้ก่อน ส่วนไตรมาสที่ 3-4 เชื่อว่า ตัวเลขต่าง ๆ อาจปรับตัวสูงขึ้นตามลำดับ โดยสิ่งที่ต้องติดตามคือ เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งคสช.ได้ให้ความสำคัญมากที่สุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศช.ยันเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2.5%
Blog
-

สศช.ยันเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2.5%
Facebook Comments -

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 ปิดบวก 4.37 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 ก.ค. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น และเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน โดยลักษณะสวนทางกับตลาดส่วนใหญ่ในภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ต่อเนื่อง ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้อสุทธิอีกครั้ง แต่มูลค่าการซื้อขายยังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,513.12 จุด และลดลงต่ำสุด 1,505.63 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,507.58 จุด เพิ่มขึ้น 4.37จุด หรือ 0.29% ด้วยมูลค่าซื้อขาย36,587.12 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.เอไอเอสปิดที่ 224.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท2.ธ.กรุงไทย ปิดที่ 22.30บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท3.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 179.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50บาท4.เซปเป้ ปิดที่ 30.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.25 บาท5.จัสมิน ปิดที่ 8.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 ปิดบวก 4.37 จุดFacebook Comments -

กองทุนเอฟทีเอช่วยผึ้งไทยรับมือเปิดเสรีการค้า
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการช่วยเหลือ เพื่อการปรับตัวของภาคการผลิต และภาคบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า (กองทุนเอฟทีเอ) ได้อนุมัติความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง ในพื้นที่ภาคเหนือ ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง น่าน พะเยา อุตรดิตถ์ สุโขทัย และพิษณุโลก เพื่อให้สามารถปรับตัวสู้กับการเปิดเสรีทางการค้าในกรอบต่าง ๆ เนื่องจากการเปิดเสรี ทำให้มีน้ำผึ้งจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น และน้ำผึ้ง ที่นำเข้าบางประเทศ เป็นน้ำผึ้งคุณภาพต่ำ หรือผู้นำเข้าบางรายนำมาปลอมปนกับน้ำผึ้งไทย ซึ่งเป็นน้ำผึ้งบริสุทธิ์ 100% แล้วส่งไปขายต่อยังต่างประเทศในยุโรปและอเมริกา ทำให้ภาพลักษณ์ของน้ำผึ้งไทยเสียหาย และถูกมองว่าเป็นประเทศผู้ฟอกน้ำผึ้ง“คู่แข่งที่สำคัญในการส่งออกน้ำผึ้งเช่น จีน อาเซียน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งการเปิดเสรีการค้าในกรอบต่าง ๆ ทำให้บางประเทศได้มีการปรับลดภาษีนำเข้าลงมาเหลือ 0%แล้ว และบางประเทศจะลดเหลือ 0%ในปี 58 ดังนั้นไทยจำเป็นต้องการเร่งเริ่มศักยภาพเกษตรกรไทย ให้มีศักยภาพในการแข่งขันและรับมือกับการเข้ามาของน้ำผึ้งต่างประเทศ”นายพิชัย คงพิทักษ์ อาจารย์ภาควิชากีฎวิทยาและโรคพืช คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า กองทุนเอฟทีเอได้เข้ามาช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งของไทย โดยได้เข้าไปช่วยพัฒนากระบวนการเลี้ยงผึ้งแบบคอนโด และไม่ใช้สารเคมี เป็นการแยกการวางไข่ของผึ้งนางพญากับตัวอ่อน ทำให้น้ำผึ้งที่ออกมาเป็นน้ำผึ้งล้วน ๆ ไม่มีดักแด้ปนลงมาด้วย รวมทั้งให้มีระบบตรวจสอบย้อนกลับว่า น้ำผึ้งมาจากฟาร์มไหน เพื่อควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐาน“เมื่อพัฒนาผลผลิตน้ำผึ้งให้ได้มาตรฐานแล้ว ก็ได้ศึกษาค้นคว้าในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำผึ้งไทย โดยค้นคว้าสกัดเป็นน้ำผึ้งผง เพื่อนำไปใช้ในวงการอาหารและเครื่องสำอาง และพัฒนาต่อเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น รังนกผสมน้ำผึ้งอาหารเสริม โลชั่น ครีมอาบน้ำผสมน้ำผึ้งซึ่งผลการนำสินค้าที่ได้รับการพัฒนาไปแสดงในงานสินค้าในต่างประเทศ เช่นเวียดนามและจีน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กองทุนเอฟทีเอช่วยผึ้งไทยรับมือเปิดเสรีการค้าFacebook Comments