เป็นสมาร์ทโฟนน้องใหม่ในตลาดประเทศไทย ที่เพิ่งวางจำหน่ายเดือนที่แล้ววีโก (Wiko) รุ่น WAX4G เป็นสมาร์ทโฟนสัญชาติฝรั่งเศส ที่รองรับเครือข่าย 4G และประกาศตัวชัดเจนว่า เป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เครื่องแรกของโลกที่ใช้หน่วยประมวลผลกราฟิกการ์ด เอนวีเดีย เทกรา 4 ไอเอาใจเหล่าเกมเมอร์บนมือถือโดยเฉพาะรูปทรงของวีโกมีขนาดพอดีมือ ฝาหลังเป็นพลาสติกเปิดได้ สำหรับใส่ซิมและไมโครเอสดีการ์ด รุ่นที่นำมารีวิว เป็นรุ่นฝาหลังสีเขียวหม่น ๆ แปลกตาดีวีโก จอแอลซีดี ขนาด 4.7 นิ้ว เอชดี ไอพีเอส คมชัด และสีสันบาดตา แน่นอนว่ารองรับเครือข่าย 4G และ 3G หน่วยประมวลผล 1.4 กิกะเฮิรตซ์ ควอดคอร์ และกราฟิกการ์ดเอนวีเดีย รอม 8 กิกะไบต์ และแรม 1 กิกะไบต์ เพียงพอ สำหรับเล่นเกมบนมือถือ ปริมาณสิ้นเปลืองแบตเตอรี่อยู่ในระดับกลาง ๆทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.3 คิทแคทวีโก ชูจุดขายไปที่เอนวีเดีย สำหรับผู้ที่ชอบเล่นเกมบนมือถือ แต่ตัวเครื่องจะรองรับ 4G แต่อย่าลืมว่า บ้านเราขนาด 3G ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ ส่วน 4G อยู่ในขั้นเริ่มทดลองหรือเบต้า มีจุดให้บริการเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น หากจะเล่นเกมแบบเร็วและแรง แนะนำให้พึ่งพาไวไฟจะดีกว่าก่อนใช้งาน ให้เปิดฝาหลังเบา ๆ เพื่อใส่ซิม และไมโครเอสดีการ์ด จากนั้นก็ลงทะเบียน หากมีบัญชีของจีเมล ทำตามขั้นตอนที่เครื่องบอกก็ใช้งานได้เลย ในตัวเครื่อง ก็มีคำแนะนำการใช้งานมาให้อีกชั้นกล้องถ่ายรูป กล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล และกล้องหลัง 8 เมกะพิกเซล อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ ฟังก์ชั่นการใช้งานกล้องไม่ค่อยเยอะ แต่มีระบบออโตโฟกัสเมื่อเทียบสเปกเครื่องกับราคาประมาณ 7,990 บาท ก็สมน้ำสมเนื้อ จะไม่ค่อยชอบตรงที่ฝาหลังดูเป็นพลาสติกมากไปหน่อย เวลาเล่นเกมนาน ๆ แล้วมีเหงื่อซึมที่ฝ่ามือ จะรู้สึกว่าลื่นเมื่อพิจารณาจากราคาถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าคบหา.ปรารถนา ฉายประเสริฐ
prathana.chai@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วีโก สมาร์ทโฟนฝรั่งเศส – ฉลาดใช้
Blog
-

วีโก สมาร์ทโฟนฝรั่งเศส – ฉลาดใช้
Facebook Comments -

ปส.ดันแก้กฎหมายลดขีดจำกัดการรับรังสีของผู้ปฏิบัติงาน
วันนี้(18 ต.ค.) ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รักษาราชการแทน เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ หรือ ปส.เปิดเผยว่า การนำรังสีมาใช้ประโยชน์จะต้องมีการประเมินและควบคุมไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนทั่วไปได้รับรังสีเกินขีดจำกัดของการได้รับรังสีตามที่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA กำหนดไว้ ซึ่งเดิมขีดจำกัดการได้รับรังสีของเลนส์ตาสำหรับผู้ปฏิบัติงานต้องไม่เกิน 150 มิลลิซีเวิร์ต ต่อปีแต่ล่าสุด IAEA ได้จัดประชุมปรับปรุงในส่วนที่เกี่ยวกับการได้รับรังสี เนื่องจากได้รับข้อมูลจากผลการวิจัยเกี่ยวกับปฏิกิริยาของผลกระทบของรังสีต่อเนื้อเยื่อและได้มีข้อเสนอให้ลดขีดจำกัดการได้รับรังสี (ปริมาณรังสีสมมูล) สำหรับเลนส์ตา ซึ่งต่อมา IAEA ได้มีข้อสรุปหลังจากการปรึกษาหารือของประเทศสมาชิกให้ปรับลดค่าขีดจำกัดการได้รับรังสีที่เลนส์ตาต้องไม่เกิน 20 มิลลิซีเวิร์ต ต่อปี โดยเฉลี่ยในช่วงห้าปีติดต่อกัน โดยแต่ละปีต้องไม่ได้รับรังสีเกิน 50 มิลลิซีเวิร์ต และตลอดในช่วงห้าปีติดต่อกันนั้นต้องไม่ได้รับรังสีเกิน 100 มิลลิซีเวิร์ต สำหรับการตรวจวัดปริมาณรังสีที่เลนส์ตาได้รับ ทำได้โดยใช้เครื่องวัดรังสีประจำตัวบุคคลสำหรับเลนส์ตา“หลายประเทศได้นำเอามาตรฐานของ IAEA ฉบับแก้ไขดังกล่าวมาใช้ โดยออกเป็นกฎระเบียบของประเทศนั้นๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ซึ่งการจัดทำมาตรฐานยังสามารถทำร่วมกันได้ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยกับผู้ประกอบการฉะนั้น กรณีการปรับลดขีดจำกัดนี้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ อยู่ระหว่างการนำมาพิจารณาทบทวน กฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ IAEA ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้รวมทั้งต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย”ดร.อัจฉรา กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปส.ดันแก้กฎหมายลดขีดจำกัดการรับรังสีของผู้ปฏิบัติงานFacebook Comments -

เตือนภัย “น้ำวิเศษเปลี่ยนสีได้ – ไขปัญหาผู้บริโภค
ของเล่นเด็กถือเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็ก เพราะสามารถส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในด้านต่าง ๆ กัน ดังนั้นการเลือกซื้อของเล่นเด็กที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งปัจจุบันมีการผลิตและนำเข้าสินค้าประเภทของเล่นออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งสินค้าบางประเภทก็อาจก่อให้เกิดอันตรายเนื่องจากใช้วัสดุ อุปกรณ์ หรือสารเคมีที่ไม่ปลอดภัยมาใช้เป็นส่วนประกอบของสินค้า ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกายของเด็ก อย่างสินค้าที่เรียกว่า “น้ำวิเศษเปลี่ยนสีได้” ลักษณะของสินค้านี้เป็นผงเหมือนเกล็ดน้ำตาลที่จับตัวเป็นก้อนในขวดใสบรรจุในซองมีลักษณะคล้ายของเล่น มีสีสันสดใส มีการแสดงข้อความเป็นภาษาจีนและเครื่องหมายมาตรฐานบังคับประเภทของเล่น (มอก.685-2540) ซึ่งจากการนำสินค้าดังกล่าวไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจวิเคราะห์ในเบื้องต้น พบว่า เป็นสารเคมีที่มีค่าความเป็นกรดด่าง (พีเอช) เท่ากับ 12 ซึ่งมีความเป็นด่างสูงสามารถกัดกร่อนเนื้อเยื่อได้หากเด็กเข้าใจว่าสินค้าดังกล่าวเป็นขนมแล้วรับประทานเข้าไปจะส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน แสบร้อนบริเวณปากและลำคอ เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ และอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ให้ข้อมูลทางด้านการแพทย์เกี่ยวกับการบำบัดและรักษาอาการเบื้องต้น กรณีผู้ป่วยที่กินสารเคมีที่มีฤทธิ์ความเป็นด่างสูงว่า หากเด็กกลืนกินสารที่มีความเป็นด่างสูง ห้ามทำวิธีใด ๆ ที่จะทำให้เกิดการอาเจียนโดยเด็ดขาด และไม่ควรกินหรือดื่มน้ำ หรือนมทั้งสิ้น ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นให้รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลหรือโทรฯ หาหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันที
ดังนั้น พ่อแม่ ครู อาจารย์และผู้ปกครองเป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพิจารณาเลือกซื้อของเล่นให้แก่เด็กอย่างปลอดภัย ฉลากที่ติดของเล่นหรือภาชนะบรรจุของเล่นจะต้องมีการแสดงรายละเอียดเครื่องหมายและหมายเลขมาตรฐาน ชื่อผู้ผลิตหรือโรงงานที่ผลิต หรือผู้จัดจำหน่าย และสถานที่ตั้ง อายุผู้เล่น คำเตือน วิธีเล่นและแหล่งที่ผลิต รวมถึงการเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับสินค้าใช้ประกอบข้อร้องเรียนผู้ประกอบธุรกิจให้ดำเนินการพิจารณาชดเชย เยียวยา หากสินค้าก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สิน สุขภาพ ร่างกาย หรือจิตใจ.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตือนภัย “น้ำวิเศษเปลี่ยนสีได้ – ไขปัญหาผู้บริโภคFacebook Comments