วันนี้ (17 ต.ค.) นางปริษา ปานะนนท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ความคืบหน้าการนำจ่ายคูปองส่วนลดสำหรับแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีระบบดิจิตอลสำหรับภาคพื้นดิน หรือส่วนลดทีวีที่มีอุปกรณ์รับสัญญาณระบบดิจิตอล สำหรับสถานะในพื้นที่ 21 จังหวัดนำร่อง ขณะนี้ได้นำจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 3.5 ล้านชิ้น โดยสามารถนำจ่ายถึงมือผู้รับไปแล้ว 1.7 ล้านชิ้น และกรณีไปนำจ่ายแล้วบ้านปิด หรือผู้รับไม่อยู่บ้าน เจ้าหน้าที่ได้ออกใบแจ้งให้ไปรับ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 1.8 ล้านชิ้น ซึ่ง ปณท จะนำจ่ายได้ทั้ง 21 จังหวัด จำนวน 4.65 ล้านชิ้น ภายในวันที่ 18 ต.ค. นี้อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เจ้าบ้านได้รับใบแจ้งให้ไปรับ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ สามารถไปติดต่อขอรับได้ตามเวลาทำการที่แจ้งไว้ หรือโทรศัพท์ติดต่อตามหมายเลขที่ระบุเพื่อนัดหมายให้เจ้าหน้าที่ไปนำจ่ายอีกครั้ง โดยการนำจ่ายคูปองดิจิตอลทีวีต้องถึงมือเจ้าบ้านในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยฉีกขาด หากผู้ได้รับสิทธิ์พบว่าคูปองดิจิตอลที่ได้รับผ่านไปรษณีย์ไทยมีความผิดปกติ สามารถปฏิเสธการรับได้ทันทีนางปริษา กล่าวว่า ลักษณะของคูปองดิจิตอลทีวีนั้น มีด้วยกัน 3 ส่วนคือ 1. ส่วนที่จ่าหน้าซองถึงเจ้าของบ้านโดยระบุเฉพาะเลขที่บ้านและที่อยู่ 2. ส่วนแนะนำวิธีการรับชมช่องดิจิตอลทีวี และ 3.ส่วนที่ระบุมูลค่า 690 บาท ซึ่งเจ้าบ้านต้องนำส่วนนี้ไปใช้ในการแลกเป็นส่วนลดเมื่อซื้อกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี อีกทั้งคูปองมีการใช้หมึกสะท้อนแสง รหัสบาร์โค้ด และเลขรหัสประจำบ้าน เพื่อป้องกันการปลอมแปลงนอกจากนี้ ประชาชนควรตรวจสอบความสมบูรณ์ของซองจดหมายว่ามีร่องรอยการเปิดซองมาก่อน หรือมีการฉีกขาดของซองหรือไม่ ตลอดจนการตรวจสอบความสมบูรณ์ของคูปองที่ได้รับให้แน่ใจว่าครบทั้ง 3 ส่วนก่อนเซ็นชื่อรับของจากบุรุษไปรษณีย์ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบหมายเลขไปรษณีย์ลงทะเบียนได้โดยโทร 1200 ของ กสทช. จากนั้นนำหมายเลขมาตรวจสอบสถานะการจัดส่งได้ผ่านแอพพลิเคชั่น Track & Trace และเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปณท การันตีนำจ่ายคูปองทีวีดิจิตอลครบตามกำหนด 18 ต.ค.
Blog
-

ปณท การันตีนำจ่ายคูปองทีวีดิจิตอลครบตามกำหนด 18 ต.ค.
Facebook Comments -

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 17 ตุลาคม 2557 ปิดบวก 2.56 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (17 ต.ค) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดวัน โดยมีแรงขายทำกำไรเป็นระยะหลังจากไร้ปัจจัยใหม่เข้าหนุน แต่ยังมีแรงซื้อเก็งกำไรช่วงท้ายตลาดผลักดันดัชนีดีดตัวกลับ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)มีแนวโน้มเลื่อนยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ(คิวอี) หลังจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ต่ำกว่าที่คาด ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีทะยานขึ้นสูงสุด 1,532.26 จุด และลดลงต่ำสุด 1,519.76 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,528.71 จุด เพิ่มขึ้น 2.56 จุด หรือ 0.17 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 43,559.17 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ทรู. ปิดที่ 11.10 บาท ลดลง 0.10 บาท 2.ซีพีเอฟ ปิดที่ 31.50 บาท ลดลง 1.25 บาท 3.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 192.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง 4.พีทีทีจีซี ปิดที่ 56.75 บาท ลดลง 1.50 บาท 5.ปตท.สผ. ปิดที่ 145.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 17 ตุลาคม 2557 ปิดบวก 2.56 จุดFacebook Comments -

มอบนโยบายสคบ.
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในระหว่างการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ว่า ขอให้ สคบ.เป็นหน่วยงานที่ให้ความสุขกับประชาชนได้และให้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมการปกครอง เข้ามาร่วมมือในการคุ้มครองผู้บริโภค และขออย่าแยกแยะว่าเป็นคนอื่นเพราะในฐานะคนในพื้นที่ย่อมรู้ดีกว่า ขณะที่ในการทำงานของสคบ.ถ้าสามารถทำให้ประชาชนพึ่งได้จะถือเป็นวาระแห่งชาติและเป็นหน้าตาของรัฐบาลไม่มีรัฐบาลชุดไหน เพราะจะทำให้มาตรฐานประเทศไทยเพิ่มขึ้นโดยปริยาย ทั้งนี้ ยังให้ สคบ.ประสานงานกับสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีผู้ตรวจราชการรับผิดชอบเขตพื้นที่ในภูมิภาคเพื่อประสานงานด้านการส่งต่อข้อร้องเรียนและรับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค เพื่อสร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ โดยเฉพาะการดูแลชาวบ้านที่มีฐานะยากจน ไม่มีความรู้ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกผู้ประกอบการหลอกลวงเอาเปรียบได้ทุกเมื่อ “โฆษณาหลายโฆษณาตอนนี้ ดูแล้สบางสิ่งก็เกิดจริงและสุ่มเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะถูกหลอก โดยเฉพาะผู้มีฐานะยากจนในพื้นที่ห่างไกล ดังนั้น สคบ.จึงต้องเป็นหน่วยงานหลัก ค่อยบูรณาการกับเจ้าของพื้นที่ สร้างความรู้แก่ประชาชน เพราะตอนนี้เห็นว่าสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก มีการเอารัดเอาเปรียบกันเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งส่วนตัวไม่อยากให้เกิดขึ้น โดยเชื่อว่า สคบ.ร่วมมืออย่างจริงจังในการแก้ไข จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเป็นหน้าตาของรัฐบาลด้วย” ด้านนายจำเริญ ยุติธรรมสกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอฝากสคบ.ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกรณีมีประชาชนร้องเรียนผ่านโทร 1111 เพราะท่ีผ่านมามีการร้องไปที่นายกรัฐมนตรีว่าการแก้ปัญหามีความล่าช้า ขณะเดียวกันได้พบว่าเจ้าหน้าที่สคบ.ประจำจังหวัดไม่มีเนื้องานชัดเจนจนถูกนำไปนั่งเป็นหน้าห้องผู้ว่าราชการจังหวัดในหลายจังหวัด นอกจากนั้น สคบ.ต้องแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลการคุ้มึรองผู้บริโภค เพื่อแบ่งเบาภาระจากส่วนกลาง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มอบนโยบายสคบ.Facebook Comments