Blog

  • อดีตรมว.คลังแนะจับตาเปิดประมูลรถหรู 400 คัน

    อดีตรมว.คลังแนะจับตาเปิดประมูลรถหรู 400 คัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Thirachai Phuvanatnaranubala” เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ระบุถึงเทคนิคการทุจริตประมูลรถหรู พร้อมแนะแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ว่า ในวันที่ 3 ก.ค.57 กรมศุลกากรจะประมูลขายรถหรู 400 คัน ซึ่งนำเข้าโดยไม่เสียภาษี ปรากฏว่ามียี่ห้อที่เป็นรถยนต์ซุปเปอร์คาร์หลายสิบคัน เช่น แลมโบร์กินี เฟอร์รารี่ เบนท์ลี่ย์ ปอร์เช่ เป็นต้น ทั้งนี้ ในอดีตเคยมีขบวนการทุจริต นำเข้ารถหรูโดยไม่เสียภาษี ตั้งใจให้ถูกจับ แล้วผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปซื้อจากกรมศุลกากรในการประมูล ทำให้ได้รถไปขายในราคาถูก สาเหตุที่บุคคลเหล่านี้สามารถประมูลซื้อรถจากกรมได้ในราคาถูกนั้น เนื่องจากเขาจะเอาคอมพิวเตอร์มันสมองของรถออกไปก่อนถูกจับ แล้วค่อยนำมาประกอบใหม่ภายหลังที่ซื้อไปได้ เพราะการที่รถไม่มีคอมพิวเตอร์ควบคุม ทำให้บุคคลทั่วไปอื่นๆ ไม่สนใจที่จะแข่งประมูลซื้อ เพราะถึงแม้จะซื้อได้ไป ก็แสวงหาคอมพิวเตอร์มาประกอบไม่ได้ “ในอดีตที่ผ่านมา มีอธิบดีกรมศุลกากรท่านหนึ่งเข้าใจกลเม็ดนี้ จึงได้กำหนดให้ทำลายรถที่ไม่ครบเครื่องดังกล่าวเท่านั้น ปรากฏว่ามีผู้ไปร้องเรียนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่าการทำลายรถดังกล่าว ทำให้รัฐเสียประโยชน์ ควรจะขายประมูลตามปกติ แต่ปัจจุบันไม่ทราบว่าขณะนี้ยังมีขบวนการทุจริตเหมือนเดิมหรือไม่ ซึ่งหาข้อเท็จจริงได้ไม่ยากครับ เพราะถ้าหากปรากฏว่ารถหรูหราเหล่านี้ ขาดอุปกรณ์สำคัญ ก็น่าจะสงสัยได้ ว่าขบวนการดังกล่าวยังมีอยู่เช่นเดิม” อย่างไรก็ตาม การป้องปรามขบวนการทุจริตอย่างนี้ควรกำหนดเงื่อนไขสำหรับรถกรณีที่ขาดอุปกรณ์สำคัญ โดยเฉพาะผู้ประมูลได้ ต้องส่งออกไปต่างประเทศเท่านั้น โดยกรมศุลกากรควรจะแจ้งโรงงานต่างประเทศซึ่งเป็นเจ้าของยี่ห้อให้ทราบว่าจะมีการประมูลรถของเขา ซึ่งสภาพดี แต่ไม่สมประกอบ เพื่อเขาจะแจ้งให้ผู้แทนจำหน่ายในประเทศอื่นๆ เข้ามาร่วมประมูลแข่งขัน รวมทั้ง กรมศุลกากรควรกำหนดให้ผู้ซื้อต้องจ่ายอากรพิเศษ และอัตราอากรสำหรับรถเหล่านี้ควรกำหนดโดยไม่อ้างอิงราคาประมูล แต่ให้คำนวณจากราคาเต็มของรถที่มีอุปกรณ์สมบูรณ์แทนการใช้คำนวณจากราคาหน้าโรงงานเป็นฐานคำนวณ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อดีตรมว.คลังแนะจับตาเปิดประมูลรถหรู 400 คัน

  • คสช.กวาดล้างบุหรี่เถื่อนดันยอดขายรยส.พุ่ง

    คสช.กวาดล้างบุหรี่เถื่อนดันยอดขายรยส.พุ่ง

    นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ (รยส.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ทำให้การลักลอบนำเข้าบุหรี่ตามแนวชายแดนลดลงไปมาก เนื่องจากมีการเข้มงวดการขนส่งสินเค้าเถื่อนตามแนวชายแดน ส่งผลให้ยอดขายของโรงงานยาสูบในเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 20% และเป็นการปรับตัวดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ยอดขายลดไปถึง 10%  หากยอดขายเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างนี้คาดว่าตลอดทั้งปียอดขายปรับลดลงเพียง 5% จากเดิมที่คาดว่าจะลดลง 10%  จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 70,000 ล้านบาท ขณะที่ ความคืบหน้าของการก่อสร้างโรงงานยาสูบแห่งใหม่นั้น รยส.กำลังเดินหน้าสร้างโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะอย่างเต็มที่ จากเดิมเคยมีแนวคิดจะสร้างโรงงานอีกแห่งที่ จ.เชียงใหม่เพื่อลดความเสี่ยงกรณีโรจนะเกิดน้ำท่วมตามนโยบายของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้เสนอแผนใหม่เข้าสู่ที่ประชุม ครม.จนยุบสภาฯ ดังนั้น รยส.คงต้องเดินหน้าตามแผนเดิมคือลุยก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่โรจนะมูลค่าลงทุน 16,200 ล้านบาท ซึ่งคืบหน้าไปแล้วกว่า 85% ขณะนี้กำลังเปิดประมูลซื้อเครื่องจักรมูลค่า 7,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาเปิดประมูลมารอบที่ 4 แล้วยังไม่มีผู้ที่ผ่านการชนะประมูล ทำให้ต้องเปิดประมูลรอบที่ 5  คาดว่าโรงงานโรจนะจะแล้วเสร็จช่วงต้นปี 60 ล่าช้ากว่าแผนเดิม 1 ปี เพราะต้องรอผลการศึกษาเรื่องย้ายโรงงานหลังน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 54 สำหรับการออกผลิตภัณฑ์บุหรี่ใหม่ ซึ่งจะเป็นเกรดพรีเมี่ยม เพื่อนำมาบุกตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)นั้น คาดว่าจะเปิดตัวบุหรี่ตัวใหม่ช่วงต้นปี 58 โดยได้สั่งซื้อเครื่องจักรมูลค่า 300-400 ล้านบาทมาแล้ว เหลือแต่การติดตั้งและทดสอบการผลิต โดยบุหรี่ตัวใหม่นี้จะมีทั้งลดขนาดมวนให้เล็กลง เพื่อให้สอดคล้องกับยี่ห้ออื่น ๆ ที่ลดขนาดลง โดยยาสูบจะใช้ตรายี่ห้อเดิม (กรองทิพย์) ที่เป็นจุดแข็งของยาสูบแต่ผลิตเป็นเกรดพรีเมี่ยม อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา รยส.ได้ลงนามสัญญาร่วมกับบริษัท โกลด์ ดาร์กอน อินเวสเมนท์ จำกัด จากสิงคโปร์ เพื่อทดลองสร้างภูมิคุ้มกันใบยาสูบต่อต้านโรคไวรัส ซึ่งจะเป็นการทดลองด้วยการนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาทดลองกำจัดโรคของใบยาสูบ อาทิ  โรคไวรัสใบหด ไวรัสใบด่าง ไวรัสแผลละเอียด ซึ่งส่งผลเสียหายต่อใบยาสูบปีละกว่า 2,000 ล้านบาท คาดว่าการทดลองดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 2 ปี ถ้าสำเร็จจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมใบยาสูบที่มีมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี และส่งผลดีต่อชาวไร่ยาสูบที่ขณะนี้ใช้สารเคมีมาป้องกันโรคค่อนข้างมาก ด้านนายชัยวาลย์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ บริษัท โกลด์ ดาร์กอน อินเวสเมนท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีนักวิทยาศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านภูมิต้านทานวิทยาซึ่งมีชื่อเสียงในการวิจัยโรคไวรับพืชและสัตว์ที่ผ่านมาทำงานวิชัยไวรัสในพืชและสัตว์ประสบความสำเร็จมาแล้วที่ประเทศอิสราเอล มาเลเชีย หากการวิจัยเกี่ยวกับยาสูบสำเร็จจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการพืชผลการเกษตรของไทย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.กวาดล้างบุหรี่เถื่อนดันยอดขายรยส.พุ่ง

  • ค้านใช้ที่ดินมักกะสันทำศูนย์รถตู้สาธารณะ

    ค้านใช้ที่ดินมักกะสันทำศูนย์รถตู้สาธารณะ

    นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยที่จะใช้พื้นที่ทางเข้าโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์เป็นจุดจอดศูนย์รวมรถตู้แบบถาวร เพื่อจัดระเบียบวินรถตู้บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพราะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นทาง เพียงแต่เปลี่ยนจุดของปัญหา จึงได้ปฏิเสธพร้อมระบุว่า รฟท.มีแผนนำที่ดินบริเวณมักกะสันและสถานีแม่น้ำไปให้กระทรวงการคลังเช่าระยะยาว 90 ปี เพื่อล้างหนี้สะสมของ รฟท. ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่พร้อมกับตัวแทนทหารและพูดคุยถึงการขอใช้พื้นที่ของ รฟท.บริเวณทางเข้าโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ที่เชื่อมต่อกับริมรั้วสถานีมักกะสัน และชื่อมต่อไปทางลัดถนนศรีอยุธยา และขึ้นทางด่วนด่านรัชดาภิเษกได้ โดยทางทหารแจ้งว่าจะให้กรุงเทพมหานคร (กทม.)เป็นผู้มาทำสัญญาเช่าที่ดินจากรฟท.เพื่อเข้ามาเป็นผู้บริหารทำศูนย์รวมรถตู้สาธารณะ จึงต้องถามว่าถ้า กทม ปัญหาจะหมดจริงหรือ หรือแค่ต้องมาเอาที่ดินเฉยๆ ” พื้นที่บริเวณนี้มีมูลค่าสูงมาก หากตัดพื้นที่บางส่วนไป แล้วที่ดินที่เหลืออยู่จะมีมูลค่าอะไร ในฐานะของหน่วยงาน รฟท.ผมคงตกลงด้วยไม่ได้ที่จะมาขอใช้พื้นที่ถาวร ถามว่าเหตุใดไม่พิจารณาพื้นที่ราชการอื่นๆ ทำไมต้องมาเอาที่ รฟท.”   นายประภัสร์ กล่าวต่อว่า หากย้ายรถตู้มาบริเวณนี้ จะยิ่งเป็นการสรัางปัญหาจราจรมากขึ้น หรือเป็นการย้ายจุดความวุ่นวายและสร้างปัญหาการจราจรในบริเวณนี้ เพราะปกติถนนรัชดาภิเษกระหว่างพระราม 9 ถึงแยกอโศก การจราจรติดขัดมาก รวมทั้งการจัดทำศูนย์รวมรถตู้ถาวรนั้นเห็นว่าจะต้องไปหารือกับสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) กรมการขนส่งทางบก บริษัทขนส่ง จำกัด(บขส.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดให้ชัดเจนว่าแผนระยะยาวจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ รฟท.ยินดีร่วมมือในการแก้ไขปัญหาจราจร แต่ต้องดูฐานะตัวเองด้วย เพราะ รฟท.เหลือที่ดินแปลงใหญ่เพียง 2 แปลงนี้คือสถานีมักกะสันและแม่น้ำ และมีแนวคิดว่าจะนำที่เหล่านี้ให้กระทรวงการคลังโดยกรมธนารักษฺที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาเช่าที่ดินจาก รฟท.ครั้งละ 30 ปี รวม 90 ปี แต่ไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์. และค่าเช่าทั้งหมดจะหักล้างหนี้ที่ีมีอยู่ เพราะเรื่องปลดหนี้เป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องรีบทำ  นายประภัสร์ กล่าวว่า ข้อเสนอควรให้ลองติดต่อขอใช้พื้นที่สนามฟุตบอลของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ที่อยู่ หลังอาคารบีอีซีแอลบริเวณด่านอโศก ซึ่งเป็นจุดที่รถตู้สามารถวนขึ้นทางด่วนมาลงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้  และไม่ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวแออัดด้วย  และค่อยเจรจากับบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล ขอยกเว้นค่าทางด่วนสำหรัวรถตู้เหล่านี้ที่ขึ้นจากอโศกไปอนุสาวรีย์ฯ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ค้านใช้ที่ดินมักกะสันทำศูนย์รถตู้สาธารณะ