Blog

  • ซัมซุงเผยโฉมกาแล็คซี่ แท็บ เอส

    ซัมซุงเผยโฉมกาแล็คซี่ แท็บ เอส

    แท็บเล็ตระดับพรีเมียมรุ่นแรก ของซัมซุง กาแล็คซี่ แท็บ เอส (Samsung Galaxy Tab S) จอซูเปอร์อะโมเลด นายเจเค ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท    ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวในงานเปิดตัวที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ว่า คุณภาพของหน้าจอเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกแท็บเล็ต กาแล็คซี่ แท็บ เอส จึงเน้นมอบประสบการณ์ทั้งด้านการแสดงผลและความบันเทิงที่มีสีสันสมจริงที่สุด กาแล็คซี่ แท็บ เอส เป็นแท็บเล็ตรุ่นแรกที่ปฏิวัติความละเอียดหน้าจอแท็บเล็ต ด้วยหน้าจอแบบซูเปอร์ อะโมเลด ความละเอียด WQXGA 2560 x 1600  อัตราส่วน  16:10 แสดงสีได้ถูกต้องมากกว่าร้อยละ 90 มีเทคโนโลยีรองรับการแสดงผลกลางแจ้ง  ใช้พลังงานต่ำกว่าแท็บเล็ตจอแอลซีดี มี 2 รุ่น คือ รุ่นไว-ไฟ และรุ่นแอลทีอี หน้าจอคือ 10.5 นิ้ว และ 8.4 นิ้ว  หน่วยความจำ 16 และ 32 กิกะไบต์ จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซัมซุงเผยโฉมกาแล็คซี่ แท็บ เอส

  • ข้อเท็จจริงกับมายาคติ ในเรื่องราคาพลังงาน – พลังงานรอบทิศ

    ข้อเท็จจริงกับมายาคติ ในเรื่องราคาพลังงาน – พลังงานรอบทิศ

    เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีมติกบง.ประกาศลดราคาน้ำมันดีเซลลงมา 14 ส.ต./ลิตร ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลลดลงจากลิตรละ 29.99 บาท มาเป็น 29.85 บาท ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลมีการเคลื่อนไหว แทนที่จะถูกกำหนดตายตัวอยู่ที่ 29.99 บาทหรือไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตรอย่างที่ผ่านมา (แต่ก็ยังน่าสงสัยอยู่ว่า ถ้าจำเป็นจะต้องขึ้นไปเกิน 30 บาท/ลิตร กบง.ชุดนี้จะกล้าขึ้นราคาหรือเปล่า) นโยบายราคาน้ำมันดีเซลต้องไม่เกินลิตรละ 30 บาทนั้น ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของนโยบายประชานิยมด้านพลังงานที่ติดมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เมื่อทำแล้วก็เลิกไม่ได้ ใครเลิกก็โดนด่าจนต้องกลับมาทำใหม่ ติดพันกันมาจนถึงทุกวันนี้  คำถามที่ผมอยากถามและได้ตั้งคำถามมาตลอดแต่ไม่มีใครตอบได้ก็คือ ราคา 30 บาทนั้นมาจากไหน มีผลการศึกษาหรือผลการวิจัยจากสถาบันใดรองรับหรือไม่ว่าราคาน้ำมันดีเซลที่เหมาะสมต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยควรจะเป็นเท่าไร หรือเป็นราคาที่รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง คว้าลอย ๆ มาจากอากาศ แล้วทุก ๆ รัฐบาลก็ใช้ต่อ ๆ กันมา โดยไม่กล้าเปลี่ยนแปลงเพราะกลัวจะเสียคะแนนเสียง (แต่ผมว่านักการเมืองไทยเป็นโรคเจ๊เกียวโฟเบียมาก กว่า เพราะถ้าราคาดีเซลเกิน 30 บาทเมื่อไร เจ๊เกียวก็จะมาต่อรองขอขึ้นราคาค่าโดยสารทันที) จริงอยู่ที่ราคาน้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนสำคัญของการขนส่งทุกชนิดในประเทศ แต่คำถามที่ต้องถามคือ ทำไมต้อง 30 บาท! ทำไมไม่เป็น 28-29 บาท หรือทำไมไม่เป็น 31-33 บาท ความเหมาะสมอยู่ตรงไหน มีเพตุผลทางวิชาการรองรับหรือไม่ เราควรมาฉุกคิดว่า การที่มีการนำเอาเงินภาษีสรรพสามิตปีละ 108,000 ล้านบาท มาตรึงราคาน้ำมันดีเซลเอาไว้ที่ 30 บาท/ลิตรเป็นเวลาสามปีกว่า หมดเงินไป 333,000 ล้านบาทแล้วนั้น มันสมเหตุสมผลหรือไม่ เป็นการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินที่ได้ประโยชน์กับประเทศชาติเต็มที่แล้วหรือไม่ จริง ๆ แล้วเราควรนำเงินนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นที่ดีกว่านี้หรือเปล่า เช่นไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง มวลชนเพื่อลดการใช้พลังงาน หรือไปลงทุนในโครงการศึกษาและสาธารณสุขตลอดจนสวัสดิการสังคม ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จะดีกว่าเอามาตรึงราคาน้ำมันให้คนขับรถได้ใช้น้ำมันถูก ๆ ออกรถใหม่ ๆ มาเผาน้ำมันกันเล่นอย่างทุกวันนี้หรือเปล่า?  และถ้าบอกว่า ถ้าไม่ตรึงราคาน้ำมันเอาไว้ค่าขนส่งจะแพง ข้าวของจะขึ้นราคา ผมก็อยากจะถามว่า เราตรึงราคาน้ำมันดีเซลกันมาสามปีแล้ว ข้าวของขึ้นราคาไหม และบางช่วงราคาน้ำมันดีเซลก็ต่ำกว่า 30 บาท/ลิตรเป็นเวลาหลายเดือน แต่ผมก็ไม่เห็นค่าขนส่งจะลดลงแต่อย่างใด นอกจากนั้นผมก็อยากจะถามว่าแล้วประเทศเพื่อนบ้านของเราเขาอยู่กันได้อย่างไร เพราะราคาน้ำมันดีเซลของเขาแพงกว่าของเราเกือบทุกประเทศ (ยกเว้นมาเลเซีย ซึ่งก็กำลังปรับราคาขึ้นเรื่อย ๆ เพราะรัฐบาลของเขาก็ทนอุดหนุนต่อไปไม่ไหว) โดยเฉพาะประเทศลาวและกัมพูชาที่ประชาชนของเขามีรายได้ต่อหัวต่ำกว่าคนของเรามาก แต่ต้องใช้น้ำมันดีเซลแพงกว่าบ้านเรา เขาอยู่กันอย่างไร ดังนั้นเรื่องของราคาพลังงานจึงเป็นเรื่องที่คนไทยต้องพยายามทำความเข้าใจ อย่าสักแต่เพียงฟังเขาพูดแล้วก็เชื่อต่อ ๆ กันมา เพราะข้อมูลมากมายที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ มีลักษณะเป็นแค่ “มายาคติ” ดังนั้นการพยายามแสวงหาข้อมูลและข้อเท็จจริงที่หลากหลาย จึงจะทำให้เราเป็นผู้ที่ “รู้จริง” ก็ได้แต่หวังว่าอย่างน้อยคงไม่มี “มายาคติ” ในหมู่ผู้กำหนดนโยบายพลังงานในบ้านเรานะครับ !!!

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ข้อเท็จจริงกับมายาคติ ในเรื่องราคาพลังงาน – พลังงานรอบทิศ

  • ซีไอเอ็มบีไทยจ่อคิวลุยบัตรเครดิต

    ซีไอเอ็มบีไทยจ่อคิวลุยบัตรเครดิต

    น.ส.อัญชลี จรัสยศวุฒิชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ด้านผลิตภัณฑ์บัตร และสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 ของปีนี้ ธนาคารจะเปิดให้บริการธุรกิจบัตรเครดิต เจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่มีเงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไป ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และจะใช้จุดแข็งเครือข่ายกลุ่มซีไอเอ็มบีที่อยู่ในภูมิภาคอาเซียนเข้ามาทำการตลาด ให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายออกบัตรเครดิตเบื้องต้นไว้ที่ 10,000 บัตร ส่วนรายละเอียดของบัตรจะเป็นรูปแบบใดนั้น ยังบอกไม่ได้อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้นอกจากนี้ได้รุกการให้บริการโอนเงินด่วนข้ามประเทศหรือสปีด เซนด์ กับชาวฟิลิปปินส์ที่มาทำงานในไทยประมาณ 20,000 คน โดยเฉพาะอาชีพครูมาทำงานในโรงเรียนนาชาติเป็นจำนวนมากและอาศัยอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ ซึ่งมีสัญญาการทำงานเป็นปีไม่เหมือนชาวต่างชาติอื่นที่มาอยู่ประเทศเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และถือว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งและผู้รับเงินด้วยระบบอิเลคทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีให้บริการใน 12 ประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย พม่า เวียดนาม สิงคโปร์ เนปาล บังคลาเทศ ซาอุดิอารเบีย กัมพูชา ออสเตรเลีย และไทย รวมทั้งมีจุดบริการมากกว่า 13,000 จุด คิดค่าธรรมเนียมต่ำสุด 150 บาทต่อครั้งและสูงสุดไม่เกิน 550 บาทต่อครั้ง จากปกติที่ธนาคารอื่นคิดค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 200 บาท ขณะที่วงเงินการโอนเริ่มตั้งแต่ 300 บาท และสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท เพื่อป้องกันการฟอกเงิน คาดว่ามีรายได้ประมาณ 10 ล้านบาท“ตั้งแต่เปิดตัวโครงการสปีด เซนด์ในเดือนเม.ย.56 จนถึงมิ.ย. 57ปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยต่อเดือน 2,000 รายการ หรือเติบโตประมาณ 30% ซึ่งประเทศที่ทำธุรกรรมมากสุดคือ ฟิลิปปินส์ รองลงมาคือเมียนมาร์ และมาเลเซีย ขณะเดียวกันมีแผนขยายบูธบริการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศเพิ่มอีก 10 แห่ง จากที่มีอยู่ 33 แห่ง พร้อมปรับโฉมบูธให้มีความทันสมัย ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่าจะมีรายได้ให้บริการประมาณ 110 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 58% หากเทียบปีก่อนที่มีรายได้ 60 ล้านบาท”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซีไอเอ็มบีไทยจ่อคิวลุยบัตรเครดิต