Blog

  • สคบ.แฉ โฆษณาผิดกฎหมายเพียบ

    สคบ.แฉ โฆษณาผิดกฎหมายเพียบ

    รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) เปิดเผยว่า กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณาได้สรุปผลการตรวจสอบข้อความโฆษณาในสื่อต่างๆในช่วงเดือนต.ค.56 – มี.ค.57พบว่า มีโฆษณาที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบมากถึง 11,080 เรื่องในจำนวนนี้เป็นโฆษณาที่มีความผิดผิดตามกฎหมายของสคบ.และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวม 192เรื่อง โดยโฆษณาที่พบว่ามีความผิดมากที่สุดคือการโฆษณาผ่านโทรทัศน์ดาวเทียม เช่นการขายสินค้าเกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยาบำรุงและอาหารเสริม ซึ่งพบว่ามีความผิดมากถึง 105 รายการ“การโฆษณาผ่านสื่อดาวเทียมตอนนี้น่าห่วงที่สุดเพราะพบความผิดมาตลอดเป็นประจำทุกๆ เดือน มากึง 80-90% รองลงมาเป็นป้ายโฆษณาริมถนนส่วนในสื่ออื่นๆก็มีที่ผิดบ้างเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่น ข้อความโฆษณาไม่ครบถ้วนแต่ส่วนใหญ่ก็โฆษณาถูกต้อง โดยที่ผ่านมา เมื่อสคบ.ตรวจพบ ว่าโฆษณาใดมีความผิดก็ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น อย. รับไปพิจารณากำหนดบทลงโทษต่อไป”ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี57 เชื่อว่า ปัญหาการโฆษณาสินค้าที่ผิดกฎหมายผ่านทางโทรทัศน์ดาวเทียมจะปรับลดลงเพราะช่องโทรทัศน์ดาวเทียมทั้งหมดที่โฆษณาสินค้าได้ถูกปิดตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีและช่วยสร้างความสบายใจให้ผู้บริโภคได้ว่า จะไม่ถูกหลอกลวงหรือถูกเอาเปรียบจากโฆษณาในช่วงนี้ นอกจากนี้สคบ.ยังจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามโฆษณาในสื่อต่างๆทุกช่องทาง เพื่อป้องกันผู้ประกอบการลักลอบโฆษณาสินค้าที่ผิดกฎหมายด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สคบ.แฉ โฆษณาผิดกฎหมายเพียบ

  • อสังหาฯส่งสัญญาณฟื้นตัว

    อสังหาฯส่งสัญญาณฟื้นตัว

    นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์แล้วหลังจากมีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้นกว่าเดิมโดยได้เริ่มมีนักลงทุนกลับมาเจรจาติดต่อเพื่อหาซื้อที่ดิน โดยเฉพาะในต่างจังหวัดเพื่อพัฒนาโครงการห้างสรรพสินค้า และบ้านจัดสรร ส่วนในกทม.นั้นก็มีการหาซื้อที่ดินใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อพัฒนาอาคารสำนักงานเนื่องจากเห็นว่า ตลาดอาคารสำนักงานนั้นยังมีน้อยขณะที่ราคาค่าเช่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มั่นใจว่านับจากนี้ไปบรรยากาศการลงทุนจะดีขึ้นเรื่อย ๆหากไม่มีสถานการณ์รุนแรงใดเกิดขึ้นอีกอย่างไรก็ตามตลาดที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมในช่วง5 เดือนแรกที่ผ่านมานั้นยังคงชะลอตัว ตามภาวะเศรษฐกิจ โดยมีคอนโดฯเปิดขายใหม่เพียง 1,661 หน่วย ลดลง 21.6%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีโครงการเปิดขายถึง 21,215 หน่วย แต่ทั้งนี้ยังคาดว่าโดยภาพรวมตลาดคอนโดฯในกทม.ทั้งปีนี้ น่าจะมีเปิดตัวใหม่เกิน 40,000 หน่วยลดลง 20-30%ส่วนตลาดค้าปลีกนั้นแม้ว่าที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบด้วย แต่ยังไม่มากนักโดยผู้ที่ได้รับผลกระทบคือกลุ่มกลุ่มผู้เช่ารายย่อยบางราย ที่ขาดสภาพคล่อง จากกำลังซื้อหดหายไปพอสมควรตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแต่ขณะนี้ก็เริ่มมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวต่อเนื่องได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้โดยพบว่ามีพื้นที่ค้าปลีกที่มีกำหนดเปิดให้บริการมากกว่า 700,000 ตารางเมตร

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อสังหาฯส่งสัญญาณฟื้นตัว

  • ความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมฟื้นรอบ 7 เดือน

    ความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมฟื้นรอบ 7 เดือน

    นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค. พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 85.1 เพิ่มขึ้นเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ84.0 ถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่น 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่101.0 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 98.2 นับเป็นค่าดัชนีที่มีค่าเกิน100 ในรอบ 5 เดือนทั้งนี้เนื่องจากผู้ประกอบการเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกของเศรษฐกิจไทยหลังสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองเริ่มคลี่คลาย เห็นว่าจะนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเป็นโอกาสการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น“ ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ในเดือนมิ.ย. จะเห็นได้ชัดว่าปรับเพิ่มขึ้นหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารงานประเทศเพราะภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เห็นได้จากมีเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจตลาดค้าปลีกโตได้ 10% ภาครัฐมีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 57 ที่ค้างท่อเร่งรัดการจัดทำร่างงบประมาณประจำปี 58 ที่น่าจะแล้วเสร็จทันต้นปีงบประมาณและการเร่งอนุมัติโครงการส่งเสริมลงทุนอีกกว่า 7 แสนกว่าล้านบาทซึ่งเป็นลักษณะการทยอยลงทุนต่อเนื่องในปีถัดไปด้วยโดยภาพรวมจึงน่าจะส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้เติบโตได้ 2-2.5%”นอกจากนี้ผู้ประกอบการต้องการเสนอให้ภาครัฐ จัดตั้งกองทุนเงินกู้ฉุกเฉินอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ขาดสภาพคล่องโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันรวมถึงปฏิรูปพลังงาน ลดการแทรกแซงราคาโดยใช้กลไกตลาดพร้อมทั้งจัดทำแผนรับมือไฟฟ้าดับจากการปิดซ่อมท่อก๊าซในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย และเร่งเจรจาการเปิดเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ไทย-อียู เพื่อรองรับการหมดอายุสิทธิจีเอสพีและแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมฟื้นรอบ 7 เดือน