Blog

  • คลังรื้อบอร์ด เล็งปรับเกณฑ์จ่ายโบนัสรัฐวิสาหกิจ

    คลังรื้อบอร์ด เล็งปรับเกณฑ์จ่ายโบนัสรัฐวิสาหกิจ

    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังกำลังดำเนินการปลดคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจหลายแห่งออกจากตำแหน่งเพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการหารือกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ว่าจะใช้อำนาจของประทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่เปลี่ยนแปลงกรรมการของรัฐวิสาหกิจ หรือจะใช้อำนาจของ คสช.ปลดกรรมการรัฐวิสาหกิจเพื่อให้การดำเนินการรวดเร็ว ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคสช.ได้ส่งสัญญาณให้กรรมการรัฐวิสาหกิจที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลเก่าและได้รับการแต่งตั้งเข้ามาอย่างไม่มีความเหมาะสมให้ลาออกจากตำแหน่งแต่ปรากฎว่าผ่านมาหลายสัปดาห์กรรมการของรัฐวิสาหกิจไม่ยังไม่ยอมลาออกขณะนี้มีเพียงกรรมการบริษัทท่าอากาศยานไทย บริษัท ปตท. และธนาคารกรุงไทยลาออกจากตำแหน่งเท่านั้น แต่ยังมีกรรมการอีกหลายวิสาหกิจ รวมถึงแบงก์รัฐยังไม่ยอมลาออก จึงต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อไป “กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นเหมือนเจ้าของมีอำนาจการเปลี่ยนกรรมการได้ทุกเมื่อแม้ว่ากรรมการคนนั้นจะไม่ทำอะไรผิดแต่คลังคิดว่ากรรมการใหม่ที่จะตั้งเข้าไปแทนมีความสามารถและเหมาะสมมากว่าซึ่งคงไม่ต้องใช้อำนาจของ คสช. มาปลดกรรมการให้ออกจากตำแหน่ง” นอกจากนี้ คสช.ได้ให้กระทรวงการคลังทำรายละเอียดการจ่ายผลตอบแทนและโบนัสให้กับพนักงานรัฐวิสาหกิจเพื่อทำการแก้ไขให้การจ่ายผลตอบแทนมีความเหมาะสม และไม่สูงเกินไปหลังพบว่าปีที่ผ่านมีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งจ่ายโบนัสให้พนักงานสูงเกินจริง เช่นบริษัทท่าอากาศยานไทย ที่จ่ายโบนัสให้พนักงานถึง 11 เดือน สำหรับข้อมูลที่คลังเตรียมชี้แจงให้คสช. จะชี้ให้เห็นว่าการจ่ายผลตอบแทนและโบนัสของรัฐวิสาหกิจมี 2 ส่วนในส่วนแรกรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ สามารถจ่ายผลตอบแทนและโบนัสได้ไม่มีเพดานประกอบด้วย บริษัทการท่าอาการยานไทย บริษัท การบินไทย บริษัท ปตท. และบริษัท อสมท.ส่วนรัฐวิสาหกิจที่ไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์การจ่ายผลตอบแทนจะมีขั้นบันไดเงินเดือนชัดเจนและการจ่ายโบนัสต้องเป็นตามการประเมินผลงานหากได้คะแนนมากได้โบนัสมากและได้คะแนนน้อยก็ได้โบนัสน้อย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเกณฑ์การประเมินผลงานมีคะแนนเต็ม5 คะแนน ได้โบนัสตั้งแต่ 1-8 เดือน คะแนนต่ำสุด 1 คะแนน จ่ายโบนัสได้ไม่เกิน 2เดือน และหากได้คะแนนเต็ม 5 คะแนน จะจ่ายโบนัสได้ถึง 8 เดือนแต่มีเงื่อนไขว่ารัฐวิสาหกิจที่จ่ายโบนัสต้องมีการดำเนินงานมีกำไรหากขาดทุนจ่ายโบนัสไม่ได้ถึงแม้ว่าจะได้คะแนนประเมินผลงานออกมาดีก็ตาม รายงานข่าว กล่าวว่า กระทรวงการคลังต้องการแก้ไขการจ่ายโบนัสดังกล่าวหากต้องการให้รัฐวิสาหกิจน้อยลงและต้องให้รัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ใช้เกณฑ์การจ่ายโบนัสเดียวกันกับรัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ขณะเดียวกัน ในส่วนคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลที่คาดว่าจะยื่นใบลาออกจากการเป็นกรรมการ ทั้ง 3 ราย เพื่อแสดงสปิริตให้เกิดการสรรหากรรมการใหม่ประกอบด้วย พล.ท.รุจวินท์ กิจวิทย์, นายวีรภัทร ศรีไชยา และพล.ต.ต.สุรสิทธิ์สังขพงศ์ เนื่องจากเป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจาก ครม.ในชุดของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังรื้อบอร์ด เล็งปรับเกณฑ์จ่ายโบนัสรัฐวิสาหกิจ

  • สนข.เดินหน้าประกวดราคาระบบตั๋วร่วม

    สนข.เดินหน้าประกวดราคาระบบตั๋วร่วม

    รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ได้แจ้งความคืบหน้าการดำเนินโรงการระบบตั๋วร่วมคมนาคมว่า ขณะนี้อยู่ขั้นตอนพิจารณาคุณสมบัติเทคนิคของผู้เข้าประกวดราคาโครงการระบบตั๋วร่วมคมนาคม 4 ราย ประกอบด้วย กลุ่มอินดราจากสเปนและบริษัทไทยบิทิสคิวตี้ปริ้นติ้ง จำกัด  กลุ่มบีเอสวี  ซึ่งประกอบด้วย  บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)หรือ บีทีเอสซี ของไทยเป็นแกนนำ พร้อมด้วยบริษัท สมาร์ทแทรฟฟิค จำกัด และกลุ่มวิกซ์จากออสเตรเลียร่วม นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเอที ซึ่งมีบริษัทไทยทรานสมิทชั่นอินดัสตรี้ ร่วมกับเอเซอร์ และกลุ่มเอ็มเอส ซึ่งมีกลุ่มเอ็มเอสไอจากสิงคโปร์ ร่วมกับบริษัทสามารถ คอมเทค จำกัด ของไทย สำหรับขั้นตอนจากนี้จะเปิดซองราคาประมูล หากรายใดผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติด้านเทคนิค และเสนอราคาต่ำสุดจะได้เป็นผู้ชนะในการเปิดประมูล “เบื้องต้นมี 2 ราย ที่ผ่านคุณสมบัติด้านเทคนิคแล้ว แต่ต้องพิจารณาให้ครบก่อนจึงจะตอบได้ว่าผ่านทุกกลุ่มหรือไม่ หากพิจารณาเสร็จแล้ว ในเดือนก.ค.จะสามารถลงนามในสัญญากับบริษัทที่ชนะการประกวดราคา และสามารถเริ่มดำเนินงานได้ในเดือนส.ค.57 นี้” รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ระยะแรก ตั้งแต่เดือนส.ค.57 จะเป็นการออกแบบรายละเอียด การเขียนระบบ โปรแกรมโดยใช้เวลา 6 เดือน ถัดจากนั้นระยะ 2 จะติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์  ระยะ 3 ใช้เวลาอีก 6 เดือนเชื่อมต่อระบบกับโครงการนำร่อง  ระยะ 4 ทดสอบเชื่อมต่อระบบกับระบบของผู้ให้บริการที่มีอยู่กับรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ และรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) และระยะ 5 จะเป็นการทดสอบระบบทั้งหมด “ในระยะ 3 ก็สามารถใช้งานระบบตั๋วร่วมได้แล้ว แต่จะให้เสร็จสมบูรณ์จริงต้องเป็นระยะที่ 4 ซึ่งเมื่อดำเนินการเสร็จจะอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้มาก เพราะตั๋วโดยสารใบเดียวจะใช้ได้กับทุกระบบ ขณะเดียวกันยังส่งผลดีต่อผู้ประกอบการในการช่วยลดต้นทุนลง เพราะไม่ต้องมีค่าบริหารจัดการเงินสดในแต่ละวันเองเหมือนปัจจุบัน” สำหรับการจัดเก็บค่าโดยสารเป็นเรื่องของอนาคตที่ระดับนโยบายเป็นผู้กำหนดว่า จะเก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียว หรือจะเก็บในอัตราลดลงเท่าไร เช่น กรณีขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส แล้วไปต่อรถไฟฟ้าใต้ดินจะเก็บในอัตราเริ่มต้นใหม่เหมือนในปัจจุบัน หรือจะเก็บโดยคิดตามระยะทางหรือสถานีที่ใช้บริการแทน เพราะในส่วนของระบบตั๋วร่วมจะเป็นศูนย์บริการจัดการรายได้กลาง หรือแบบเคลียริ่ง เฮ้าส์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สนข.เดินหน้าประกวดราคาระบบตั๋วร่วม

  • เซียนหวยเฮบอลโลกให้โชค

    เซียนหวยเฮบอลโลกให้โชค

    ห้องกาญจนาภิเษก 2 สถาบันวิชาการทีโอที ซอยงามวงศ์วาน 17 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เมื่อเวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) ประจำงวดวันที่ 16 มิ.ย.57 เป็นไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากมีประชาชนและพนักงานทีโอทีเดินทางเข้ารับชมการออกรางวัลจำนวนมาก ขณะที่ ราคาลอตเตอรี่ก่อนการออกรางวัลมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ใบละ 85-90 บาท สำหรับการออกรางวัลสลากฯ ครั้งนี้มี พ.ท.เอนก ยมจินดา ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานออกรางวัล โดยรางวัลเลขท้าย 3 ตัวได้แก่ หมายเลข 158, 140, 639, 576 รางวัลเลขท้าย 2 ตัว ได้แก่หมายเลข 95 และรางวัลที่ 1 ได้แก่หมายเลข 673920 ส่วนรางวัลที่ 1 พิเศษกลุ่มที่ 1 ได้แก่ ชุดที่ 14 หมายเลข 673920 และรางวัลที่ 1 พิเศษกลุ่มที่ 2 ได้แก่ ชุดที่ 63 หมายเลข 673920 โดยภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายเลขของรางวัลที่ 1 ออกมาแล้ว เหล่าเซียนหวยที่เข้ามาเฝ้าชมการออกรางวัลต่างผิดหวังส่งเสียงบ่นอื้ออึงและเสียดายในตัวเลขดังกล่าวจำนวนมาก เนื่องจากเลขที่ออกมาไม่ใช่ตัวเลขดังที่เก็งกันไว้ สำหรับเลขท้ายของรางวัลที่ 1  ที่เป็นตัวเลข 20 ถือเป็นเลขดังที่เหล่าบรรดาเซียนหวยได้เก็งกันไว้ เพราะตรงการการจัดแข่งขันฟุตบอลโลก ที่ประเทศบราซิล ซึ่งเป็นการจัดแข่งขันครั้งที่ 20 อีกด้วย แต่ก็สร้างความประหลาดใจให้กับเหล่าเซียนหวยจำนวนมาก เพราะไม่คาดคิดว่าเลขดังกล่าวจะออกทันที นางกุณฑีรา ตันติรังสี รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ กล่าวว่า เลขที่ออกมานั้น มองว่าสามารถเกิดขึ้นได้หมด อยู่ที่การเชื่อมโยงตัวเลขของประชาชน ว่าจะให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือเหตุการณ์ใด โดยยืนยันว่ากระบวนการออกรางวัลทุกรางวัลมีความโปร่งใส และบริษัท บูโรเวอริทัส เซอร์ติฟิเคชั่น  จำกัด  ซึ่งเป็นหน่วยให้การรับรองมาตรฐานสากล เข้ามาประเมินองค์กรทั้งการตรวจสอบและดูการออกรางวัลทุกขั้นตอน ซึ่งไม่พบการผิดปกติในการออกรางวัล ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เรียกผู้ค้ารายใหญ่ เข้ามาหารือและขอความร่วมมือ โดยให้ผู้ค้าทุกรายปฏิบัติตามสัญญาที่กำหนดไว้ ที่ให้ขายตามราคาที่กำหนด เพื่อไม่ให้ราคาสลากฯ แพงเกินไป หากผู้ค้ารายใดไม่ดำเนินการตาม ก็จะลงโทษตั้งแต่การตัดโควตาที่ได้รับหรือการยกเลิกสัญญา เป็นต้น นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานกรรมการสลากฯ กล่าวว่า สั่งการให้คณะทำงานสลากฯสรุปแนวทางแก้ปัญหาการขายสลากเกินราคาให้ได้ก่อนสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ เพื่อเสนอไปยังฝ่ายเศรษฐกิจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เบื้องต้นการแก้ปัญหามี 2 แนวทาง คือ การใช้เครื่องจำน่ายสลากออนไลน์ 2 ตัว 3 ตัว แต่การดำเนินการต้องแก้กฎหมายให้เอื้อต่อการดำเนินงาน หรือแก้ปัญหาการด้วยการกระจายเลขสลาก เพื่อไม่ให้นำสลากไปรวมเลขแล้วขายเป็นชุด ชุดละ 10 ใบ 20 ใบ โดยแนวคิดเบื้องต้นคือพิมพ์เลขสลากเรียงเลขกันไปตั้งแต่เลข 1-72 ล้านเลข ซึ่งทำได้ไม่ยากเพียงแค่ปรับแก้เครื่องพิมพ์เล็กน้อย แต่คงต้องไปศึกษาก่อนว่าเหมาะสมหรือไม่ และควรจะดำเนินการอย่างไร จากปัจจุบันการพิมพ์สลาก พิมพ์เป็นหมวดคือ 72 หมวด หมวดละ 1 ล้านฉบับ รวมเป็น 72 ล้านฉบับ (1 ใบเท่ากับ 2 ฉบับ) “การพิมพ์สลากเรียงเลขเป็นแนวคิดใหม่ ที่จะช่วยกระจายสลากไม่ให้ผู้ค้านำไปรวมเลขแล้วขายเป็นชุดได้ โดยก่อนหน้านี้กองสลากฯพยายามแจกจ่ายสลากด้วยการกระจายเลขแล้ว แต่ผู้ค้าที่มารับสลากไปยังนำไปรวมเลขกันได้ และยิ่งเลขดังๆเมื่อรวมเป็นชุดแล้วจะขายในราคาที่แพงมาก ซึ่งเท่าที่สำรวจถ้าขายใบเดียวราคาจะไม่แพงเท่ากับเลขที่ขายแบบรวมเป็นชุด”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เซียนหวยเฮบอลโลกให้โชค