Blog

  • สทน.ผลิตเภสัชรังสี ตรวจการอักเสบในร่างกาย

    สทน.ผลิตเภสัชรังสี ตรวจการอักเสบในร่างกาย

    การอับเสบที่เกิดภายในร่างกายถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ หากไม่ทราบสาเหตุหรือจุดที่อักเสบ นาน ๆ ไปเชื้อโรคอาจเข้าสู่กระแสเลือด และหากเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดจะยากแก่การรักษาและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  เทคนิคทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์จึงมีบทบาท โดยสามารถนำมาวินิจฉัยเชื้อในกรณีที่ผู้ป่วยมีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือในผู้ป่วยติดเชื้อที่ไม่สามารถวินิจฉัยได้ โดยวิธีอื่น ๆ ซึ่งไม่ทราบตำแหน่งของการอักเสบที่แท้จริงว่าอยู่ในจุดใด ดร.สมพร จองคำ ผู้อำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ หรือ สทน. เปิดเผยว่า ปัจจุบันศูนย์ไอโซโทปรังสี ของ สทน. สามารถผลิตเภสัชรังสี  เทคนิเชียม ไซโปรฟลอกซาซิน (99m Tc–Ciprofloxacin) สำหรับวินิจฉัยบริเวณที่เกิดการอักเสบในร่างกาย โดยค้นหาตำแหน่งที่เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ทุกจุด 100% ใช้ง่าย และราคาถูก ซึ่งทำให้การรักษาสามารถทำได้อย่างทันท่วงที ด้านนางอังคนันท์ อังกุรรัตน์ หัวหน้าฝ่ายควบคุมคุณภาพ ศูนย์ไอโซโทปรังสี สทน. กล่าวว่า เทคนิเชียม ไซโปรฟลอกซาซิน คือ เภสัชรังสีที่สามารถใช้วินิจฉัยอาการอักเสบได้ตรงจุด เห็นได้อย่างชัดเจนจากการเอกซเรย์หลังจากฉีดยาดังกล่าวเข้าไปในร่างกายผู้ป่วย เนื่องจากยาไซโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin) จัดเป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลน (Quinolones) ที่มีการใช้แพร่หลายในโรงพยาบาล คือ ไซโปรเบ หรือ ซิโปรเบ (Ciprobay) มีสรรพคุณใช้รักษาการติดเชื้อของหูชั้นกลาง ไซนัสอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด ยาไซโปรฟลอกซาซิน มีกลไกการออกฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ของแบคทีเรีย จึงส่งผลยับยั้งการแพร่พันธุ์ของแบคทีเรียได้ จากคุณสมบัติของยาดังกล่าว จึงได้นำยาชนิดนี้มาติดฉลากรังสีด้วยเทคนิเชียม 99 เอ็ม แล้ว เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายคนไข้ ยาดังกล่าวจะวิ่งไปยังจุดที่มีการอักเสบในร่างกาย เมื่อนำผู้ป่วยมาถ่ายภาพด้วยเครื่องเอกซเรย์จะปรากฏจุดที่อักเสบในร่างกายชัดเจน ทำให้แพทย์สามารถทำการรักษาได้ง่ายและตรงจุดมากขึ้นทั้งนี้เทคนิเชียม ไซโปรฟลอกซาซิน ที่ สทน.เตรียมได้ จะมีลักษณะเป็นสารละลายใส ไม่มีสี มีความบริสุทธิ์ทางเคมีรังสีไม่น้อยกว่า 90% มีความคงตัว 6 ชั่วโมงที่อุณหภูมิห้อง มีความปลอดเชื้อ ปราศจากไพโรเจน (Pyrogen free) และปลอดพิษ เทคนิเชียม ไซโปรฟลอกซาซินจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการวินิจฉัยการติดเชื้อที่มีความเฉพาะเจาะจงตรงบริเวณที่เกิดการอักเสบ โดยเฉพาะที่กระดูก ข้อ และเนื้อเยื่ออ่อน ซึ่งสามารถให้ภาพจากการเอกซเรย์ได้อย่างชัดเจน ปัจจุบัน สทน. ได้ผลิตให้ เทคนิเชียม ไซโปรฟลอกซาซินให้บริการแก่ โรงพยาบาลต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ .

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สทน.ผลิตเภสัชรังสี ตรวจการอักเสบในร่างกาย

  • หุ่นยนต์ ‘เอบียู2014’ – ฉลาดสุดๆ

    หุ่นยนต์ ‘เอบียู2014’ – ฉลาดสุดๆ

    จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 13 แล้ว สำหรับเวทีการแข่งขัน หุ่นยนต์ เอบียู ชิงชนะเลิศประเทศไทย (ABU Robot Contest Thailand Championship) เพื่อค้นหาตัวแทนเยาวชนไทยไปเข้าร่วมแข่งขัน เอบียู โรโบคอน (Asia–Pacific Robot Contest หรือ ABU Robocon) ในระดับนานาชาติ  จุดกำหนดการแข่งขันเวทีนี้ เกิดจากการรวมกลุ่มระหว่างสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (The Asia-Pacific Broadcasting Union :ABU) ที่มีความต้องการที่จะพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะในการประดิษฐ์นวัตกรรมของเยาวชน พร้อมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างกัน จึงร่วมกันจัดการแข่งขันหุ่นยนต์เอบียู โรโบคอน ครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2545 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และได้จัดแข่งขันต่อเนื่องกันมาทุกปี สำหรับประเทศไทย สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา และสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในปีนี้ โดยปีนี้มีทีมเข้าร่วมแข่งขันรอบคัดเลือกกว่า 200 ทีม จากทั่วประเทศ ทั้งในระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา และได้ทำการแข่งขันจนได้ทีมที่ผ่านเข้ารอบ 32 ทีม แบ่งเป็นทีมจากระดับอาชีวศึกษา 16 ทีม และระดับอุดมศึกษา 16 ทีม ซึ่งทั้ง 32 ทีมจะแข่งขันกันในวันที่ 21 มิ.ย. 57 นี้เพื่อคัดเลือกเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เพื่อเข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ในวันอาทิตย์ ที่ 22 มิ.ย. 57 ณ สนามกีฬาอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก  สำหรับในปีนี้ ทางเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เอบียู โรโบคอน ในระดับนานาชาติ คือ ประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ได้กำหนดกติกาและชื่อเกมการแข่งขันว่า “อุ่นไอรัก” หรือ A SALUTE TO PARENTHOOD โดยทีมผู้เข้าแข่งขัน แต่ละรอบจะแข่งกันรอบละ 2 ทีม ซึ่งจะต้องมีหุ่นยนต์แม่ (Parent Robot) อุ้มหุ่นยนต์ลูก (Child Robot) ไปที่โซนการเล่น และ Child Robot จะเล่นภารกิจต่าง ๆ ทั้งสิ้น 3 ภารกิจ คือ กระดานหก (Seesaw), เดินบนเสา (Pole Walk) และ แกว่งชิงช้า (Swing) เมื่อหุ่นยนต์ลูก (Child Robot) ปฏิบัติภารกิจ ทั้ง 3 ภารกิจสำเร็จ จึงจะสามารถไปปฏิบัติภารกิจที่ 4 กลางสนาม ทีมใดปฏิบัติภารกิจที่ 4 สำเร็จก่อนเป็นทีมแรก จะเป็นทีมที่สามารถทำ “SHABAASH” และจะเป็นผู้ชนะเกม หากไม่มีทีมใดสามารถทำ “SHABAASH” คณะกรรมการจะพิจารณาตามคะแนนที่สะสมของทั้ง 2 ทีม หากทีมใด มีคะแนนสะสมมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าแข่งขัน เอบียู โรโบคอน 2014 ณ เมืองปูเน่ ประเทศสาธารณรัฐอินเดีย ในวันอาทิตย์ ที่ 24 ส.ค. 57 นี้ นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท กล่าวว่า อสมท สนับสนุนให้เด็กและเยาวชนในระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษามีความคิดสร้างสรรค์ สามารถนำเทคโนโลยีการประดิษฐ์หุ่นยนต์ และนวัตกรรมไปต่อยอดในการทำธุรกิจหรือประกอบอาชีพ อื่น ๆ ได้ จึงได้จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ เอบียู ชิงชนะเลิศประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมามีน้อง ๆ เยาวชนเข้าร่วมแข่งขันประสบความสำเร็จในสายงานด้านวิศวกรเป็นจำนวนมาก ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ นับว่าการแข่งขันในรายการดังกล่าวสามารถสร้างเยาวชนสู่ตลาดโลกได้ และในปีนี้การแข่งขันเน้นเรื่องความอบอุ่นในครอบครัว ใช้ชื่อการแข่งขันว่า “อุ่นไอรัก” ซึ่งรูปแบบการแข่งมีความท้าทาย น่าสนุกและน่าชมเป็นอย่างยิ่ง จึงอยากให้ผู้ชมติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน เพราะเยาวชนไทยมีความสามารถไม่แพ้ชาติใด ด้าน นายธีรพล โอจริยภูมิ จากทีมลูกเจ้าแม่คลองประปา ดีกรีแชมป์ เอบียู ชิงชนะเลิศประเทศไทย 5 สมัย กล่าวถึงความพร้อมของทีมว่า ปีนี้มีความพร้อมในการแข่งขันมากกว่าทุกปี เนื่องจากนำข้อผิดพลาดที่ผ่านมาในแต่ละปีมาแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น และพัฒนาเด็กรุ่นใหม่เข้าร่วมทีม การรักษาแชมป์ตลอด 5 สมัย ต้องใช้ความพร้อมและความตั้งใจเน้นเทคนิคการทำ “SHABAASH” มากกว่าการเก็บแต้ม ที่จะส่งผลให้ประสบความสำเร็จได้ ส่วนน้อง ๆ ทีมหอยหลอด จากวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม แชมป์งานมหกรรมหุ่นยนต์อาชีวศึกษา กล่าวว่า การเตรียมตัวในการแข่งขันระดับประเทศจะเน้นที่จุดเด่นของหุ่นยนต์ลูก โดยจะปรับแก้ไขให้มีน้ำหนักเบาและมีความรวดเร็ว ซึ่งด่านที่หนักใจมากที่สุด คือ ด่านแกว่งชิงช้า (Swing) ส่วนคู่แข่งที่น่ากลัว คือ  ทีมข้าวโพดแปดแถว, IRAP และลูกเจ้าแม่คลองประปา อย่างไรก็ตามนอกจากการแข่งขันหุ่นยนต์แล้ว ในงานยังมีการประกวดนวัตกรรม ในหัวข้อการประกวด “สิ่งประดิษฐ์ผลิตอาหารไทยสู่ครัวโลก” เนื่องจากประเทศไทยตั้งเป้าสู่การเป็นครัวโลก และเป็นผู้ผลิตอาหารปลอดภัยที่เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก โดยมี 7 ผลงานนวัตกรรมผ่านเข้ารอบ คือ  SANEHA(เสน่หา)ชุดอุปกรณ์ประกอบการทำขนมหวานไทยในครัวเรือน, อุปกรณ์เกลี่ยหน้าแผ่นแป้ง, นวัตกรรมการนำเสนออาหารไทยสู่ครัวโลกบนบรรจุภัณฑ์สินค้ารูปแบบใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, เครื่องหั่นกล้วยแบบเกลียว, อัตโนปกรณ์อบย่างไก่เอมอิ่ม ตำรับวังสุกเสมอ ณ ไม่ไหม้, อุปกรณ์ช่วยเสียบลูกชิ้น และเครื่องทำปาท่องโก๋สเปนและโดนัทอัตโนมัติ ซึ่งจะมีการตัดสินและประกาศผลรางวัลในวันที่ 22 มิ.ย.  ผู้สนใจสามารถเข้าไปชมการแข่งขันแบบติดขอบสนามได้ระหว่างวันที่ 21-22 มิ.ย. 57 ตั้งแต่เวลา 10.00–16.00 น. ณ สนามกีฬาอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก หรือชมการถ่ายทอดสดรอบชิงชนะเลิศ ได้ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ในวันอาทิตย์ที่ 22 มิ.ย. 57 เวลา 14.00 น. มาลุ้นดูเด็กไทยทีมไหนเก่งสุดได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งระดับนานาชาติ. 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ่นยนต์ ‘เอบียู2014’ – ฉลาดสุดๆ

  • คมนาคมถกสำนักงบฯหาแหล่งเงินทุน

    คมนาคมถกสำนักงบฯหาแหล่งเงินทุน

     นายสุวิชญ โรจนวานิช ที่ปรึกษาด้านตราสารหนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อพิจารณาถึงแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในโครงการลงทุนด้านคมนาคมขนส่งของประเทศกับกระทรวงคมนาคม ว่า หลังจากนี้ต้องรอข้อสรุปจากการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมและสำนักงบประมาณอีกทีว่าแต่ละหน่วยงานมีความต้องการใช้เงินเพื่อลงทุนในโครงการตามแผนลงทุนในปีงบประมาณ 58 เท่าไหร่ และงบประมาณที่สำนักงบเตรียมไว้จะสามารถรองรับได้แค่ไหน ส่วนที่เหลือจะต้องเป็นเงินกู้จากทาง สบน. อีกเท่าไหร่ โดยทั้งหมดจะต้องได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเพื่อนำเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาในวันที่ 19 มิ.ย.57             สำหรับกรอบการกู้เงินตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หนี้สาธารณะ ปี 58 มีเพดานสูงสุด อยู่ที่ 1.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 50% ของงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณ 58 ที่ 2.575 ล้านล้านบาท โดยเป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 20% ของบประมาณรายจ่าย และการค้ำประกันเงินกู้ให้รัฐวิสาหกิจ 20% ของงบประมาณรายจ่าย และการกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ อีก 10% ของงบประมาณรายจ่าย             “เรายังบอกไม่ได้ว่าปีงบประมาณ 58 จะกู้เงินให้แต่ละหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมเท่าไหร่ คงต้องรอข้อสรุปอีกครั้ง แต่เบื้องต้นทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้ความเห็นว่า บางโครงการลงทุนด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้การกู้เงินทั้งหมด แต่ควรดึง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เพื่อให้เอกชนมาร่วมลงทุนกับรัฐมากกว่า”             นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข. ได้หารือกับกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ถึงยุทธศาสตร์การลงทุนด้านคมนาคมขนส่งตั้งแต่ปีงบประมาณ 58 ถึง ปีงบประมาณ 65 ซึ่งแบ่งเป็น 5 ยุทธ์ศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ลงทุนรถไฟ ยุทธศาสตร์ลงทุนรถไฟฟ้า ยุทธศาสตร์ลงทุนด้านถนน ยุทธศาสตร์ลงทุนคมนาคมด้านน้ำ และยุทธศาสตร์ลงทุนคมนาคมด้านอากาศ ซึ่งจะต้องมีการจัดความสำคัญของการลงทุนว่าโครงการไหนทำก่อนหรือหลัง             ทั้งนี้ เดิมการลงทุนทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ มีมูลค่าโครงการทั้งหมด 3 ล้านล้านบาท แต่ขณะนี้ได้มีการตัดโครงการรถไฟความเร็วสูงออกไป ไม่ได้อยู่ในแผนที่จะดำเนินการตามยุทธ์ศาสตร์ที่ดำเนินการล่าสุด ทำให้มูลค่าลงทุนโครงการทั้งหมดอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท             สำหรับโครงการที่มีความพร้อมที่จะลงทุนในปีงบประมาณ 58 ประกอบด้วย รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าเส้นสายสีส้ม สีชมพู และสายสีเหลือ นอกจากนี้ยังมีโครงการแอร์พอร์ตลิ้งก์ส่วนต่อขยายไปสนามบินดอนเมือง ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาว่าแหล่งเงินที่จะมาลงทุนโครงการดังกล่าว ส่วนไหนจะมาจากเงินงบประมาณ และส่วนไหนจะมาจากเงินกู้             ขณะที่โครงการที่เหลือทั้งหมด ก็ต้องมีการพิจาณาว่าจะลงทุนปีไหน วงเงินที่ต้องใช้และแหล่งเงินทุนจะมาจากไหน ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นเจ้าของโครงการ จากเงินงบประมาณ และเงินกู้ ซึ่งจะต้องทำการหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อให้การกู้เงินไม่เกินความยั่งยืนของกระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแลอยู่

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคมถกสำนักงบฯหาแหล่งเงินทุน