นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า องค์กรฯ เตรียมเสนอให้ให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ตรวจสอบโครงการเมกะโปรเจคเพิ่มอีก 3 โครงการจากก่อนหน้านี้ที่ได้ตรวจสอบ 8 โครงการ โดยโครงการที่เพิ่ม เช่น การจัดซื้อฝูงบินใหม่ของการบินไทย 38 ลำ มูลค่ากว่า 240,000 ล้านบาท, โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 800 เมกะวัตต์ เพื่อติดตั้งแก่ 800 ชุมชน มูลค่า 40,000 ล้านบาท รวมถึงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส การขยายสนามบินดอนเมือง และภูเก็ตขณะเดียวกัน ต้องการให้ คสช. พิจารณาในการกำหนดข้อห้ามบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมของประเทศ เช่น อัยการ มาดำรงในตำแหน่งคณะกรรมการ (บอร์ด) รัฐวิสาหกิจ เนื่องจากมีหลายฝ่ายกังวลว่าอาจไม่มีความเป็นกลางกับคู่แข่งทางธุรกิจหรือคู่สัญญาหากกรณีที่มีการฟ้องร้อง หรือเหตุการณ์ต่างๆที่จะต้องเกี่ยวกับกระบวนยุติธรรม“การที่ คสช. เข้ามาดูบอร์ดรัฐวิสาหกิจถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะสร้างความโปร่งใสในเรื่องของธรรมาภิบาลโดยเฉพาะบอร์ดที่มีมูลค่าลงทุนสูงๆ แต่ในส่วนของรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์นั้นก็ต้องระมัดระวังเพราะการเปลี่ยนแปลงต่างๆ คงต้องให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการดำเนินการ”สำหรับ แนวทางในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ของ คสช. เป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประเทศปราศจากการคอร์รัปชั่นได้ แต่ต้องเอาจริงเอาจังในระยะยาวที่มีแผนในการตรวจสอบอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนการแก้ไขปัญหาการทำงานของรัฐวิสาหกิจจะต้องแก้ไขทั้งระบบอย่างจริงจัง ด้วยการปรับเปลี่ยนกติกาซึ่งการเข้ามาเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจไม่ควรถูกแทรกแซงจากการเมืองโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนบอร์ดเป็นเพียงแนวทางแก้ไขในระยะสั้น ดังนั้นในระยะยาวควรคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารองค์กรได้อย่างแท้จริงนายประมนต์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางองค์กรได้เสนอมาตรการแก้ปัญหาคอร์รัปชันเร่งด่วน 8 ข้อให้แก่ คสช. เพื่อช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นตอ โดยแยกเป็นมาตรการที่สามารถทำได้ทันที ประกอบด้วย การสร้างความไว้วางใจและมีส่วนร่วมของประชาชน, รัฐเป็นผู้นำสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่น, สนับสนุนโครงการสร้างมาตรฐานที่โปร่งใส ในกระบวนการของภาครัฐ และแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในรัฐวิสาหกิจส่วนที่เหลือเป็นมาตรการสำคัญเร่งด่วน ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เช่น ก้ปัญหาเรียกสินบนในการออกใบอนุญาติ ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักธุรกิจมานาน, แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นที่ต้นตอและช่วยให้มาตรการอื่นๆปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ, แก้ปัญหาประชาชนโดนเอารัดเอาเปรียบ และการสร้างมาตรการทางกฎหมายติดตามจับกุมลงโทษคนโกงอย่างมีประสิทธิภาพ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ประมนต์” แนะ คสช.ตรวจซื้อเครื่องบิน
Blog
-

“ประมนต์” แนะ คสช.ตรวจซื้อเครื่องบิน
Facebook Comments -

กรมการค้าต่างประเทศนำเอกชนลุยจีน-ลาว
นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯ ได้จัดคณะผู้แทนการค้าไทยเดินทางไปเยือน ประเทศลาว และจีน ผ่านเส้นทางอาร์3เอ โดยได้นำภาคเอกชนเดินทางไปด้วย 13 บริษัท ซึ่งเป็นผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ เฟอร์นิเจอร์ รับเหมาก่อสร้าง ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่เครื่องจักรกล เครื่องมือโรงงาน อาหารสำเร็จรูป และร้านอาหาร เพื่อหาลู่ทางในการขยายการค้า การลงทุน และเพิ่มความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ระหว่างไทย ลาว และจีนทั้งนี้ ผลการจัดให้มีการพบปะกันระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการลาว และจีน ได้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจทันที ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค.พี.เอช เซอร์วิส อยู่ระหว่างการทำข้อตกลงทางธุรกิจกับบริษัทเอลเอสการค้า ขาออก-ขาเข้า และโลจิสติกส์ ของลาว, บริษัทระยองชิปปิ้ง จำกัด อยู่ระหว่างการทำข้อตกลงทางธุรกิจกับบริษัทร่วมใจพัฒนา ดำเนินกิจการด้านการขนส่งสินค้าในลาว เป็นต้น“การเดินทางไปในครั้งนี้ การจัดเจรจาจับคู่ธุรกิจที่ ลาว ธุรกิจที่มีแนวโน้มประสบผลสำเร็จ ได้แก่ ธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ด้านโรงแรม และร้านอาหาร ส่วนที่จีนจะเป็นธุรกิจด้านโลจิสติกส์ อาหารสำเร็จรูป และสินค้าอุปโภคบริโภค”อย่างไรก็ตาม คณะได้มีโอกาสศึกษาดูงาน ณ ด่านศุลกากรที่สำคัญ ได้แก่ ด่านศุลกากรเชียงของ ด่านศุลกากรจุดผ่านแดนถาวรห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว และด่านศุลกากรจุดผ่านแดนถาวรบ่อหาน ประเทศจีน เพื่อรับฟังการบรรยายการขนส่งสินค้าข้ามแดน และการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการซักถามปัญหาต่างๆขณะเดียวกัน ได้มีโอกาสเข้าพบนายโจว เสียเหวิน รองอธิบดีกรมพาณิชย์ประจำมณฑลยูนนาน เพื่อหารือประเด็นทางการค้าต่างๆ เช่น การร่วมมือผลักดันมูลค่าทางการค้าผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ การใช้ประโยชน์จากเส้นทางอาร์3เอ และความร่วมมือกันทางด้านสินค้า โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าข้าวหอมมะลิจากไทยโดยตรง เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมการค้าต่างประเทศนำเอกชนลุยจีน-ลาวFacebook Comments -

คสช.ให้ชะลอประมูล4จี-แจกคูปองกล่องดิจิตอล
วันนี้ (17 มิ.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขา กสทช. กล่าวว่าตามที่ กสทช.ส่งเแผนการดำเนินโครงการหลัก 4 โครงการใหญ่ คือ 1.การประมูลคลื่นความถี่1800 เมกะเฮิร์ตซ ที่จะเปิดประมูลในช่วงเดือน ส.ค.57 นี้ 2.การเปิดประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ ที่มีกำหนดประมูลเดือน ต.ค.-พ.ย.57 นี้3. โครงการสนับสนุนช่วยเหลือการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลด้วยการแจกคูปองแก่ประชาชน และ4.โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) มูลค่ากว่า2 หมื่นล้านบาท ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งนี้ กสทช.ได้รับหนังสือตอบกลับจาก คสช.ให้ชะลอการดำเนินโครงการทั้ง 4 โครงการไว้เป็นการชั่วคราวก่อนเพื่อความโปรงใส จนกว่าจะมีการตรวจสอบรายละเอียดทั้ง 4 เรื่องพร้อมทั้งปรับปรุงโครงสร้างและจัดทำข้อบังคับ ข้อกฏหมายในการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน ให้ได้รับความไว้วางใจและเกิดประโยชน์กับรัฐอย่างเต็มที่คลายความวิตกกังวลสงสัยจากประชาชนให้ได้ จึงจะดำเนินการต่อไปได้ พร้อมกันนี้คสช.และคณะทำงานกฏหมาย จะนำระเบียบในปัจจุบันของ กสทช.มาพิจารณาอย่างเร่งด่วนทันที นายฐากรกล่าวว่า กสทช.จะนำหนังสือจาก คสช. เสนอที่ประชุมบอร์ด กสทช.ในวันที่18 มิ.ย.57 เพื่อรับทราบรายละเอียดทั้งหมดโดยต่อจากนี้ทั้งบอร์ดกระจายเสียงและบอร์ดโทรคมนาคม จะต้องเสนอแนวทางแก้ไขต่อ คสช.โดยเฉพาะในส่วนของการประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ จะต้องมีการประชุมโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ไขให้ทันต่อประกาศเยียวยาผู้บริโภคกรณีซิมดับที่ตามกำหนดจะต้องซิมดับในในวันที่15 ก.ย.57 นี้ โดยคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้ จะเสนอแนวทางแก้ไขทั้งหมดต่อ คสช. “ทั้ง 4โครงการ จะต้องชะลอทันที และร่างหลักเกณฑ์ทุกอย่างที่ออกมาก่อนหน้านี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นทั้ง 2 คลื่น หรือแม้แต่การกำหนดราคาการแจกคูปอง ในขณะที่การดำเนินการอื่นๆของกสทช.ในการกำกับดูแล และคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมยังคงดำเนินการตามปกติ” นายฐากร กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.ให้ชะลอประมูล4จี-แจกคูปองกล่องดิจิตอลFacebook Comments