นายลวรณ แสงสนิท รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ได้เสนอเรื่องประกันภัยนาข้าวให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาแล้ว หาก คสช.อนุมัติแผนประกันภัยนาข้าวภายในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นเดียวกับการประกาศโรดแมปด้านเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดขายประกันภัยนาข้าวได้ในช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้ พร้อมกับการปลูกข้าวที่กำลังจะเริ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ได้เสนอไปยังคสช.เพื่อช่วยจ่ายเบี้ยประกันให้กับชาวนา ในพื้นที่เป้าหมาย 1.5 ล้านไร่ วงเงินชดเชย 500 ล้านบาท โดยมีเงินที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เบิกมาดำเนินการในปีทีผ่านมาและยังเหลือกว่า 100 ล้านบาท ดังนั้นจึงขอใช้งบเพิ่มอีก 376 กว่าล้านบาทเท่านั้น โดยธ.ก.ส.ได้เตรียมแผนขายประกันไว้พร้อมแล้ว และมั่นใจว่าปีนี้จะได้เกินกว่าเป้าหมาย 1.5 ล้านไร่แน่นอน เพราะเมื่อเทียบจากปีที่ผ่าน ๆ มา ขายได้น้อยมาก เนื่องจากกว่าจะดำเนินการขายก็เลยเวลาปลูกข้าวไปแล้ว สำหรับโครงการประกันภัยนาข้าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สศค. ธ.ก.ส. และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ที่ดำเนินการมาต่อเนื่องถึง 3 ปี โดยปีนี้จะยังคงยึดหลักการเหมือนปีที่ผ่านมาคือแบ่งพื้นที่ประกันออกเป็น 5 โซนตามความเสี่ยงภัย คือ พื้นที่เสี่ยงต่ำสุดคิดเบี้ยประกันไร่ละ 129.47 บาท แบ่งเป็น เกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 60 บาท รัฐบาลร่วมจ่ายเบี้ยประกัน 69.47 บาท หากพื้นที่เสี่ยงต่ำมาก คิดเบี้ยประกันไร่ละ 247.17 บาท โดยเกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 70 บาท รัฐบาลจ่ายเบี้ย 177.17 บาท ขณะเดียวกัน หากพื้นที่เสี่ยงต่ำคิดเบี้ยประกันไร่ละ 376.64 บาท โดยเกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 80 บาท รัฐบาลจ่ายเบี้ย 296.64 บาท ส่วนพื้นที่เสี่ยงปานกลางคิดเบี้ยประกันไร่ละ 472.94 บาท โดยเกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 90 บาท รัฐบาลจ่ายเบี้ย 382.94 บาท และพื้นที่เสี่ยงสูง คิดเบี้ยประกันสูงสุดไร่ละ 510.39 บาท เกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 100 บาท รัฐบาลร่วมจ่ายเบี้ยประกัน 410.39 บาท ทั้งนี้ประกันดังกล่าวมีความคุ้มครองทั้งภัยธรรมชาติ และภัยจากศัตรูพืช แบ่งเป็น ความคุ้มครองความเสียหาย 6 ประเภท คือ อุทกภัย ฝนทิ้งช่วง วาตภัย อัคคีภัย ลูกเห็บและอากาศหนาว ซึ่งจะได้รับชดเชย 1 ,111 บาทต่อไร่ ถ้าเสียหายจากภัยศัตรูพืชและโรคระบาดจะคุ้มครอง 555 บาทต่อไร่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คาดเปิดขายประกันภัยนาข้าวช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้
Blog
-

คาดเปิดขายประกันภัยนาข้าวช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้
Facebook Comments -

ดึง 8 แบงก์รัฐอัดฉีดเงิน 3.43 แสนล้านบาท
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการหารือระหว่างผู้บริหารระดับสูง กระทรวงการคลัง ร่วมกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้เสนอมาตรการเร่งด่วนสูงที่พร้อมดำเนินการ โดยส่วนมาตรการสินเชื่อผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเดือน มิ.ย.57-ธ.ค.58 ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้น 11 มาตรการ จาก 8 แบงก์รัฐ คิดเป็นวงเงินรวมทั้งสิ้น 343,600 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือได้ 140,000 ราย ส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 58 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.8-1%“เชื่อว่ามาตรการสินเชื่อผ่านแบงก์รัฐ วงเงินรวม 343,600 ล้านบาทนั้น จะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 57 และทั้งปี 58 รวมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่าย ส่งผลดีต่อจีดีพี ในปี 58 โดยเชื่อว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.8-1% เมื่อเทียบกับการเบิกจ่ายงบโครงการจำนำข้าวในปี 57 ที่วงเงิน 92,000 ล้านบาท ที่กระตุ้นเศรษฐกิจขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 0.2%”ทั้งนี้ มาตรการผ่านแบงก์รัฐ ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ในโครงการสินเชื่อเอสเอ็มอีสุขใจ วงเงิน 20,000 ล้านบาท ให้สินเชื่อระยะสั้นและระยะยาว วงเงินกู้รายละไม่เกิน 10 ล้านบาท ปล่อยกู้ไม่เกิน 10 ปี อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ปีที่ 1 ที่เอ็มแอลอาร์ -1 ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 10,000 ราย, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โครงการเพิ่มสินเชื่อตลอดห่วงโซ่อุปทาน วงเงิน 25,000 ล้านบาท จำนวน 63,500 ราย สินเชื่อวิสาหกิจชุมชนวงเงิน 7,500 ล้านบาท จำนวน 10,437 กลุ่มวิสาหกิจ สินเชื่อผู้ประกอบการ 3,400 ล้านบาท และสินเชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก (บัตรสินเชื่อเกษตรกร) 30,000 ล้านบาท จำนวน 3 หมื่นรายขณะที่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) โครงการขยายสินเชื่อพัฒนาผลิตภาพการผลิต 2 วงเงิน 3,000 ล้านบาท รวม 1,200 ราย โครงการสินเชื่อสนับสนุนผู้ประกอบการตามยุทธศาสตร์กระทรวงอุตสาหกรรม 5,000 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการ 600 ราย และมาตรการป้องกันหนี้ตกชั้นเป็นหนี้เสีย โดยพักชำระหนี้เงินต้น 6 เดือนและเพิ่มวงเงินสินเชื่อฉุกเฉิน, ธนาคารเพื่อการส่งออกและการนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) โครงการขยายสินเชื่อให้เอสเอ็มอี ธสน. 10,000 ล้านบาท ให้กับผู้ส่งออก 22,000 ราย, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มาตรการจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันแทนเอสเอ็มอีปีแรก วงเงิน 119,000 ล้านบาท และของบชดเชย 1,224 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 15,000 ราย มาตรการให้ความช่วยเหลือไมโครเอสเอ็มอี 5,000 ล้านบาท มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการโอท็อป 10,000 ล้านบาท และมาตรการพักชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 6 เดือนนอกจากนี้ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) โครงการเอสเอ็มอีฮาลาลเทรด วงเงิน 2,000 ล้านบาท ลูกค้ารายใหม่ 40 ราย โครงการสินเชื่อมาตรฐานเฟร็คซี่แอนด์ชัวร์ วงเงิน 4,800 ล้านบาท มาตรการแคมเปญสินเชื่อบุคคล 4 โครงการ วงเงิน 800 ล้านบาท, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โครงการสินเชื่อเพิ่มสุขสำหรับลูกหนี้ประวัติดี ปล่อยกู้เพิ่มรายละไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อ 1 หลักประกันต่อราย และโครงการอื่นๆอีก 14 โครงการ และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ลูกค้า บตท.โดยใช้นโยบายและมาตรการที่สอดคล้องกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และออกมาตราการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดึง 8 แบงก์รัฐอัดฉีดเงิน 3.43 แสนล้านบาทFacebook Comments -

สบน.เปิดซองประมูลเงินกู้จำนำข้าว
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. สบน.ได้กำหนดให้ธนาคารที่สนใจยื่นซองประมูลเงินกู้วงเงิน 50,000 ล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายค่าข้าว หากธนาคารใดเสนอดอกเบี้ยต่ำสุดจะได้รับการเบิกเงินกู้ก่อน โดย สบน.กำหนดเบิกเงินกู้งวดแรก 30,000 ล้านบาท วันที่ 6 มิ.ย.57 และอีก 20,000 ล้านบาท วันที่ 13 มิ.ย.57 “สบน.มั่นใจว่าจะมีธนาคารยื่นเสนอมาจนครบจำนวนที่ต้องการ 50,000 ล้านบาท ส่วนกรณีที่ธนาคารออมสินจะยื่นเงินกู้ในวงเงิน 50,000 ล้านบาทนั้น คงต้องดูดอกเบี้ยที่ธนาคารออมสินเสนอมาก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้ยังบอกไม่ได้ โดยจะประกาศผลการประมูลเงินกู้ในช่วงบ่ายของวันที่ 3 มิ.ย.ทันที”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สบน.เปิดซองประมูลเงินกู้จำนำข้าวFacebook Comments