ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 2 มิ.ย. ดัชนีปรับขึ้นทันทีที่เปิดตลาด และแกว่งตัวในแดนบวกได้อย่างแข็งแกร่งตลอดทั้งวัน เนื่องจากยังไร้ปัจจัยใหม่ๆมากดดัน ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศยังไร้เหตุการณ์รุนแรง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามแผนการฟื้นฟูประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะทยอยมีความชัดเจนตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย. เป็นต้นไป รวมทั้งโอกาสที่จะยกเลิกเคอร์ฟิวในต่างจังหวัดเพื่อลดผลกระทบด้านท่องเที่ยวด้วย ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,423.57 จุด ปรับขึ้นสูงสุด 1,441.92 จุด จนมาปิดตลาด 1,440.94 จุด เพิ่มขึ้น 25.21 จุด หรือ 1.78% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 55,588.61 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.ทรู ปิดที่ 7.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท2.อิตาเลียนไทย ปิดที่ 4.84 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท3.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 191.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท4.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 166.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท5.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 193.50 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 2 มิถุนายน 2257 ปิดบวก 25.21 จุด
Blog
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 2 มิถุนายน 2257 ปิดบวก 25.21 จุด
Facebook Comments -

จัดศูนย์อาหารธงฟ้า 1 เดือน
นายสันติชัยสารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายในหรือคน.เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการ “ความร่วมมือศูนย์อาหารธงฟ้า ราคาประหยัด”ที่ห้างบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาติวานนท์ ว่า กรมการค้าภายในได้ร่วมกับห้างบิ๊กซีจัดจำหน่ายอาหารจปรุงสำเร็จในราคาพิเศษในราคา 30บาทต่อจานบริเวณศูนย์อาหารหรือฟู้ดคอร์ทของบิ๊กซี ซึ่งมีอยู่ประมาณ 120 สาขาระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-29 มิ.ย.นี้เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคและช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน “สาเหตุที่เลือกจัดโครงการดังกล่าวที่เลือกห้างบิ๊กซีเนื่องจากมีสาขาทั่วประเทศ และมีผู้ใช้บริการของศูนย์อาหารของบิ๊กซีแต่ละสาขาเฉลี่ย 800-1,000 คนต่อวันและโดยเฉพาะช่วงเสาร์อาทิตย์จะมีจำนวนมากกว่าปกติส่วนทางห้างเทสโก้โลตัสได้มีการหารือที่จะขอความร่วมมือแล้วคาดว่าจะสามารถจัดได้กลางเดือนมิ.ย.นี้” ทั้งนี้ราคาอาหารแนะนำที่จำหน่ายในฟู้ดคอร์ทของบิ๊กซีในราคาพิเศษ30 บาท กว่า 26 รายการ ได้แก่ ข้าวต้มไก่ ข้าวราดผัดผัก 1 อย่างก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูหรือปลาอย่างเดียว ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกข้าวไข่พะโล้หรือข้าวไส้หมู ข้าวผัดไข่ ข้าวไข่เจียบหมูสับ ข้าวกะเพราไก่ก๋วยจั๊บหมูหรือไข่อย่างเดียว ราดหน้าเส้นหมี่หมูสับ ราดหน้าไก่ สุกี้น้ำไข่ผัดไทยใส่ไข่ ขนมผักกาดไม่ใส่ไข่ ข้าวผัดไข้หมู เกี๊ยวน้ำ ข้าวไก่อบ ข้าวแดงข้าวหน้าไข่ตุ๋น ขนมจีนน้ำยา ข้าวผัดผักรวมมิตร ส้มตำไทย เป็นต้น อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการจัดงานธงฟ้า ควบคุมราคาอาหารปรุงสำเร็จรูปกรมยังได้ความร่วมมือผู้ผลิตสินค้าตรึงราคาสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคไว้ 6 เดือนหรือถึงเดือน ต.ค. นี้ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าที่อยู่ในความควบคุมดูแลรวมทั้งหมด 205 รายการแต่หากวัตถุดิบสินค้ารายการใดปรับเพิ่มสูงขึ้นจะพิจารณากันอีกครั้งแต่ต้องมีเหตุผลวัตถุดิบหรือต้นทุนที่สูงขึ้นจริงอีกทั้งการขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการร้านอาหารปรุงสำเร็จในห้างค้าปลีกสมัยใหม่และห้างสรรพสินค้าให้ตรึงราคาไว้ 6 เดือนเช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดศูนย์อาหารธงฟ้า 1 เดือนFacebook Comments -

กกร.หวังจีดีพีโต2.5%
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกกร.ว่า มาตรการเศรษฐกิจที่คณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้แต่ละหน่วยงานเร่งดำเนินการโครงการต่าง ๆ นั้นจะทำให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ประมาณ 2-2.5% จากเดิมในช่วงที่ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเศรษฐกิจในไตรมาส 1/57 ติดลบ 0.6% และทั้งปีจะโตเพียง 1% เป็นผลมาจากการเร่งจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวให้กับชาวนาวงเงิน 92,000 ล้านบาทภายในเดือนมิ.ย.นี้ทำให้การบริโภคขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงการเบิกจ่ายงบลงทุนอีก 7,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้หน่วยงานไปจัดทำงบประมาณปี 58 ให้เสร็จก่อนเดือนก.ย.นี้ นอกจากนี้การเลือกลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทบางโครงการที่มีความจำเป็น เช่น ส่วนต่อขยายรถไฟใต้ดิน รถไฟรางคู่ และโครงการบริหารจัดการน้ำ จะส่งผลดีต่อระบบโลจิสติกส์และการขยายตัวของสินเชื่อ คาดว่าจะโตประมาณ 8-10% จากเดิมที่ตั้งไว้ว่าสินเชื่อในระบบจะโตประมาณ 6-8% “ปัจจุบันผู้บริหารประเทศมีความชัดเจนจะทำให้เศรษฐกิจเริ่มมีเสถียรภาพ จากเดิมก่อนรัฐประหารเศรษฐกิจหดตัว แต่เชื่อว่าการจ่ายเงินให้ชาวนาจะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน” สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เตรียมเสนอคณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติจัดสรรงบประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ขยายการค้ำประกันความสูญเสียโครงการให้เอสเอ็มอี จากเดิมสัดส่วน 18% เป็นสัดส่วน 50% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ขาดสภาพคล่อง นอกเหนือจากการให้สถาบันการเงินระหว่างประเทศเข้ามาร่วมค้ำประกันกับบสย. ซึ่งจะเป็นทางเลือกให้กับผู้ประกอบการมากขึ้น ขณะเดียวกันเร่งออกพรก. ขยายเวลาลดภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติ บุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ออกไปอีก 2 ปี เร่งจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพราะมีโครงการรอพิจารณา 400 โครงการ เงินลงทุน 660,000 ล้านบาท รวมถึงเจรจาเขตการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอ เพื่อกระตุ้นการส่งออก รวมทั้งเสนอให้มีคณะกรรมการและการจัดตั้งคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน(กรอ.) เพื่อเป็นกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญ โดยภาคเอกชนจะใช้เวทีการประชุม อาเซียนบิสสิเนส ซัมมิท ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 14 – 15 ก.ย.นี้ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ทำความเข้าในกับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเร่งให้จัดทำโครงการเมดอินไทยแลนด์ กำหนดใช้วัตถุดิบที่ผลิตจากไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กกร.หวังจีดีพีโต2.5%Facebook Comments