นางอัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ หรือเงินเฟ้อเดือนพ.ค. 57 เท่ากับ 107.90 สูงขึ้น2.62% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นอัตราขยายตัวสูงสุดรอบ 14 เดือนนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 56ที่เงินเฟ้อสูงขึ้น 2.69% ส่งผลให้เงินเฟ้อช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) 2557 สูงขึ้น 2.21% เนื่องจากได้รับกระทบจากราคาสินค้าอาหารและเป็นช่วงเปิดเทอมทำให้ชุดนักเรียนรวมถึงอุปกรณ์การเรียนปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้กลุ่มสินค้าที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น เนื้อสัตว์ เป็ดไก่และสัตว์น้ำ ราคาเพิ่ม 8.03%, ไข่และผลิตภัณฑ์นม 2.34%, เครื่องประกอบอาหาร 5.22%, อาหารบริโภคนอกบ้าน 5.82%, อาหารบริโภคในบ้าน 5.06% ส่วนดัชนีหมวดอื่นๆไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 1.68% สินค้าที่มีราคาแพงขึ้น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง 5.70% ค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าหอพัก 1.73% เบียร์ เหล้า บุหรี่ 6.22% เป็นต้น สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไตรมาส 2คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.5% ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อช่วงครึ่งปีแรกจะสูงขึ้น 2.25% สูงกว่าการคาดการณ์เดิมที่คาดว่าเงินเฟ้อครึ่งปีแรกจะสูงขึ้น2.2% ส่วนครึ่งปีหลังต้องติดตามทิศทางการควบคุมดูแลราคาสินค้าและทิศทางค่าเงินบาทหากอ่อนตัวมากก็จะทำให้การนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตสินค้ามีต้นทุนเพิ่มขึ้นและสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกด้วย แต่เชื่อว่าเงินเฟ้อทั้งปี 57 คงเป็นไปตามกรอบที่กำหนดไว้2-2.8% ทั้งนี้ในเดือน พ.ค. ของทุกปีจะเป็นช่วงเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาทั่วประเทศ ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซื้อเครื่องแบบนักเรียนใหม่ให้แก่บุตรหลาน ในปีการศึกษาใหม่ โดยจากการสอบถามผู้ประกอบการพบว่า ผู้ผลิตรายเล็กได้มีการปรับราคาชุดนักเรียนสูงขึ้น เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้ แต่ก็ไม่ได้สูงขึ้นมากนัก ในขณะที่ผู้ค้ารายย่อยที่ซื้อชุดนักเรียนโดยผ่านพ่อค้าคนกลาง จำเป็นต้องปรับราคาจำหน่ายชุดนักเรียนเพิ่มสูงขึ้นโดยปรับราคาสูงขึ้นจากเดิม 5 – 20บาทต่อตัว ขึ้นอยู่กับขนาดของชุด จะส่งผลให้ราคาชุดนักเรียนโดยเฉลี่ยทั้งประเทศในปีนี้ปรับตัวสูงขึ้น 3.3% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อของประเทศปรับตัวสูงขึ้นเพียง 0.0054% “ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ ได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตรายใหญ่ให้ตรึงราคาชุดนักเรียนโดยขอให้จำหน่ายชุดนักเรียนในราคาเดิม และผู้ผลิตรายใหญ่ได้ให้ความร่วมมือแม้ว่าจะมีภาระต้นทุนที่สูงขึ้นจากค่าแรงงาน ค่าวัตถุดิบ และค่าบริหารจัดการที่มีการปรับราคาสูงขึ้นตลอดเวลาโดยผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังไม่ขอปรับราคาสูงขึ้นและจำหน่ายชุดนักเรียนในราคาเดิม”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เงินเฟ้อเดือน พ.ค. สูงสุด 14 เดือน
Blog
-

เงินเฟ้อเดือน พ.ค. สูงสุด 14 เดือน
Facebook Comments -

กสท.อนุญาตช่องเพย์ทีวีออนแอร์ 387 ช่อง
วันนี้ (2 มิ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ( กสทช.) พ.อ.ดร. นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า กสท.พิจารณาให้ช่องรายการแบบบอกรับสมาชิกสามารถออกอากาศบนโครงข่ายทีวีแบบบอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) เพิ่มอีก 40 ช่อง รวมเป็นจำนวน 387 ช่องรายการในขณะเดียวกันยังอนุญาตให้โครงข่ายพีเอสไอ เป็นกิจการแบบบอกรับสมาชิกและสามารถออกอากาศทั้งหมด 387 ช่องได้รวมถึงให้สิทธิ์โครงข่ายสามารถคัดเลือกช่องรายการได้และนำเสนอให้แก่สมาชิกได้ แต่ทั้งนี้หากช่องรายการแบบอกรับสมาชิกกระทำความผิดผู้ประกอบการโครงข่ายต้องรับผิดชอบความผิดด้วยกันส่วนช่องรายการดาวเทียมอื่นที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระงับไม่ให้ออกอากาศ กสทช.ไม่มีสิทธิ์พิจาณาหรือโต้แย้งเนื่องจากเป็นคำสั่งของ คสช.ในขณะเดียวกันกรณีฟุตบอลโลกศาลปกครองนัดให้ยื่นเอกสารในวันที่ 9 มิ.ย. นี้ และนัดพิจารณาในวันที่ 10 มิ.ย.นี้อีกครั้ง โดย กสท.ยืนยันว่าได้คำนึงถึงสิทธิ์ที่ประชาชนต้องได้รับชมบอลโลกฟรี ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 12 มิ.ย. – 13 ก.ค. นี้ ส่วนผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลที่ได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อได้แก่ช่องTHV (ทีเอชวี) เปลี่ยนเป็น ช่อง ไทยทีวี ซึ่งหากเปลี่ยนชื่อแล้วทำรายการข่าวบันเทิงมากกว่ารายการข่าวและเนื้อหาสาระจะถือว่าผิดเงื่อนไขการประมูลประเภทช่องข่าว รวมถึงยังมีช่องช่องอัมรินทร์เดิมเปลี่ยนเป็นช่อง อัมรินทร์ เอชดี ทีวี และช่องโมโน เปลี่ยนเป็นช่องโมโน ทเวนตี้ไนน์ เป็นต้น พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพิจารณาให้ททบ.5 นำเสนอแผนปรับเปลี่ยนรูปแบบประกอบกิจการเพื่อให้เข้าสู่ใบอนุญาตประกอบการช่องบริการสาธารณะประเภทที่ 2 ความมั่นคง ในปี 2560 โดยต้องดำเนินการปรับเนื้อหาสาระให้เหมาะสมกับประเภทใบอนุญาต โดยปี 2557 ต้องปรับให้มีเนื้อหา สาระ 45 % ปี 2558 ปรับเป็น50% ปี 2559 ปรับเป็น 60% และปี 2560 ปรับเป็น 70% ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นตัวอย่างให้แก่ช่อง 11 และช่องไทยพีบีเอส ดำเนินการต่อไป ในขณะเดียวกันยังต้องดำเนินการส่งแผนยุติการออกอกากาศแบบอะนาล็อกให้ กสท.พิจารณาเป็นลำดับต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.อนุญาตช่องเพย์ทีวีออนแอร์ 387 ช่องFacebook Comments -

GrabTaxi ได้เงินสนับสนุนกว่า 15 ล้านเหรียญ
GrabTaxi หรือแกร็บแท็กซี่ แอพให้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับเงินทุนสนับสนุนในขั้น Series B มากกว่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐ จากบริษัท GGV Capital ซึ่งตั้งอยู่ที่ซิลิคอน วัลเล่ย์ร่วมด้วยนักลงทุนรายใหม่ Qunar และVertex Venture Holdings ซึ่งเดิมเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนในขั้นSeries A ของบริษัท โดยหุ้นส่วนผู้จัดการของ GGVCapital จะร่วมเป็นคณะกรรมการของแกร็บแท็กซี่ ด้วย สำหรับ GGV Capital เป็นบริษัทร่วมลงทุนประเภทMulti-stage มูลค่า 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐตั้งอยู่ที่ซิลิคอน วัลเล่ย์และเซี่ยงไฮ้ บริษัทใหญ่ๆ ที่อยู่ในเครือ เช่น Alibaba Group, Square, Flipboard,SoundCloud และ YY โดย Qunar เป็นระบบอีคอมเมิร์ซเพื่อการค้นหาชั้นนำสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศจีน และ VertexVenture Holdings เป็นบริษัทในเครือเทมาเส็ก โฮลดิ้ง ประเทศสิงคโปร์ โดยเงินทุนรอบใหม่นี้จะส่งเสริมการเติบโตของแกร็บแท็กซี่ ไปสู่เมืองใหม่ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน GrabTaxi ร่วมงานกับระบบแท็กซี่ ในประเทศมาเลเซียฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และสิงคโปร์ เพื่อช่วยให้คนขับแท็กซี่เข้าสู่ “เศรษฐกิจยุคใหม่”โดยใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ มีคนขับแท็กซี่กว่า 20,000 คนลงทะเบียนกับแกร็บแท็กซี่ คาดว่าภายในปี 2558ภูมิภาคนี้จะมีคนขับแท็กซี่จำนวน 50% ที่อยู่ในเครือข่าย มีผู้ดาวน์โหลดแอพ GrabTaxi ลงอุปกรณ์เคลื่อนที่มากกว่า1.2 ล้านเครื่องในกว่า 15 เมืองทั่วภูมิภาคและเดือนที่แล้วมีผู้ใช้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านเครือข่าย เพิ่มขึ้นถึง 38% GrabTaxi เป็นองค์กรธุรกิจเพื่อสังคมมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมแท็กซี่ก่อตั้งโดยนักศึกษาที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ในการแข่งขันประจำปีของ HarvardBusiness School Business Plan Contest แอพ GrabTaxi คือนวัตกรรมใหม่แห่งการขนส่งสาธารณะโดยเสนอระบบจ่ายงานสำหรับรถแท็กซี่โดยใช้เทคโนโลยี GPS ที่ทำให้ผู้โดยสารเรียกแท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่สุดได้อย่างง่ายดายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 มีคนขับรถแท็กซีหลายหมื่นคนได้เริ่มใช้เทคโนโลยี GrabTaxiบนสมาร์ทโฟนเพื่อรับการเรียกแท็กซี่ที่อยู่ในเมืองต่างๆที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการของเราในประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม ผู้โดยสารสามารถเรียกแท็กซี่ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ท (http://www.grabtaxi.com)
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : GrabTaxi ได้เงินสนับสนุนกว่า 15 ล้านเหรียญFacebook Comments