นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมมีนโยบายเร่งด่วนเพื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอจัดสรรงบกลางอีก 5,000 ล้านบาท สำหรับจ่ายคืนให้กับผู้ที่มาใช้สิทธิคืนภาษีรถคันแรก ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ต่อเนื่องจากวงเงินจัดสรรงบกลางที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุมัติให้กรมนำมาจ่ายคืนอีก 3,000 ล้านบาท ซึ่งวงเงินดังกล่าวจะทยอยจ่ายคืนถึงแค่ ก.ค.นี้ ทั้งนี้ การจัดเก็บรายได้ของกรมในปีงบประมาณ 57 นี้ ยังคาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายอยู่ที่ 5% หรือประมาณ 40,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภาพรวมการจัดเก็บในปีนี้จะดีขึ้น เนื่องจากปัญหาทางการเมืองคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้ประชาชนมีการบริโภค เอกชนเริ่มมีการลงทุน ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีดีขึ้น ส่วนการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 58 ในส่วนของกรมคาดว่าจะเพิ่มจากปี 57 อีกประมาณ 5% บนพื้นฐานที่ไม่มีการปรับขึ้นภาษี “ที่ผ่านมากรมได้มีการเสนอผลการศึกษาการปรับขึ้นภาษีอื่นๆ ซึ่งเสนอไปยังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) แล้ว หลังจกานี้ก็เป็นเรื่องของนโยบายว่าจะปรับขึ้นภาษีตัวใดบ้าง” นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า จะเสนอให้ คสช.พิจารณาเห็นชอบแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษีของกรม โดยจะเสนอให้ต่ออายุการคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ออกไปอีก 1 ปี และปรับโครงสร้างภาษีเงินได้ นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา เพื่อให้ดึงดูดให้มีผู้เข้ามาอยู่ในฐานภาษีมากขึ้น ก็จะส่งผลต่อการจัดเก็บในปีถัดไป สำหรับภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมในปี 57 คาดว่าจะจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ไม่สูงเท่าที่คาดไว้จากเดิมที่ 1 แสนล้านบาท จากเป้าหมายรวมที่ 1.89 ล้านล้านบาท เนื่องจากในเดือนพ.ค. แนวโน้มการจัดเก็บภาษีจากการบริโภค (แวต) มีทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล จนถึงสิ้นเดือน พ.ค.มียอดยื่นแบบเสียภาษีสูงกว่าที่คาดไว้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ของบกลาง 5 พันล้านบาทจ่ายคืนรถคันแรก
Blog
-

ของบกลาง 5 พันล้านบาทจ่ายคืนรถคันแรก
Facebook Comments -

เคาะแนวทางกู้จำนำข้าว4หมื่นล้านสัปดาห์หน้า
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า สบน.จะได้ข้อสรุปเรื่องแผนการกู้เงินรอบที่ 2 อีก 42,431 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนสภาพคล่องให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ใช้ทยอยจ่ายให้กับเกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าวไปก่อนหน้านี้ เบื้องต้นมีแนวทางทางดำเนินการกู้ 2 ลักษณะคือ การออกพันธบัตรระยะสั้น 3 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2% หรือการกู้เงินโดยตรงจากสถาบันการเงิน (เทอมโลน) ซึ่งมีข้อดีคือเมื่อขายข้าวคืนก็สามารถทยอยจ่ายคืนได้ทันที ไม่เหมือนกับการออกพันธบัตร ทั้งนี้ การกู้เงินดังกล่าวต่อเนื่องจากการเปิดวงเงินกู้ 50,000 ล้านบาท ที่จะเปิดประมูลในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ เพื่อนำไปชำระคืนให้เกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าว 92,000 ล้านบาท โดยวงเงินกู้รอบแรก จากการหารือกับสถาบันการเงินเบื้องต้น คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี โดยสถาบันการเงินบางรายมีข้อเสนอที่จะให้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่กำหนดที่ ไบบอร์ ระยะเวลา 6 เดือน ที่ 2.27% หรือในอัตราไบบอร์ ลบ ซึ่งวงเงินดังกล่าวจะทยอยจ่ายคืนให้กับ ธ.ก.ส. 2 รอบ คือ วันที่ 6 มิ.ย.ที่ 30,000 ล้านบาท และวันที่ 10 มิ.ย.นี้ ที่ 20,000 ล้านบาท ด้านนายธัชพล กาญจนกูล รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบที่จะร่วมประมูลวงเงินกู้ในโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด 50,000 ล้านบาท เนื่องจากขณะนี้สภาพคล่องของธนาคารมีสูงถึง 280,000 ล้านบาท ซึ่งประเมินแล้วว่าถ้าเข้าไปร่วมประมูลได้ทังหมด อีกทั้งสามารถปล่อยกู้ได้ตามแผนที่ 80,000 ล้านบาท ธนาคารก็ยังมีสภาพคล่องเหลือเพียงพอในระดับที่เหมาะสม “วงเงินกู้โครงการรับจำนำข้าวเชื่อว่าสถาบันการเงินทุกแห่งจะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ที่จะมาร่วมประมูลแน่นอน คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารทหารไทย และธนาคารกรุงไทย ซึ่งทั้งหมดยังไม่ได้มีการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร เชื่อว่าคงมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่จะเสนอ” นายธัชพล กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะร่วมประมูลเงินกู้ล็อตที่ 2 อีก 42,000 ล้านบาทหรือไม่ โดยในส่วนนี้ ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม แต่สภาพคล่องที่มีอยู่ ก็เพียงพอที่จะเข้าร่วมประมูลได้ ซึ่งไม่กระทบต่อผลการดำเนินงานธนาคาร
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เคาะแนวทางกู้จำนำข้าว4หมื่นล้านสัปดาห์หน้าFacebook Comments -

ไอซีทีหวังรวมทีโอที-กสท สร้างโครงข่ายแห่งชาติ
ปลัดไอซีที หวังควบรวม “ทีโอที-กสท” เพื่อกิจการโทรคมนาคม หลัง รมว.ไอซีทีหลายสมัยพยายามแต่ไม่สำเร็จ พร้อมดึง 3 ค่ายมือถือไทย ร่วมสร้างโครงการโครงข่ายแห่งชาติ นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ต้องการผลักดันให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เกิดการควบรวมกันให้สำเร็จ ซึ่งจะเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยให้ทั้ง 2 องค์กรสามารถอยู่รอดต่อไปได้ หลังจากที่ไม่มีรายได้จากสัมปทานที่เคยได้รับจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เอกชน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที หลายรัฐบาล ได้มีความพยายามที่จะควบรวมทั้ง 2 รัฐวิสาหกิจ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะการลงทุน ซึ่งการควบรวมจะทำให้เหลือองค์กรโทรคมนาคมของประเทศเพียงแห่งเดียว แต่มีความแข็งแรงด้านโครงข่ายที่ช่วยเสริมซึ่งกันและกัน โดย กสท มีโครงข่ายเคเบิลใยแก้วใต้น้ำ โครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก ขณะที่ทีโอที มีจุดแข็งในเรื่องของการเข้าถึงผู้ใช้บริการ “หากผลักดันให้เกิดการควบรวมได้สำเร็จ จะมีโครงการโครงข่ายแห่งชาติ ที่จะดึงผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทั้ง 3ราย คือ เอไอเอส ดีแทค และ ทรูมูฟเอช เข้าร่วมโครงการนี้ เพื่อช่วยขยายและวางโครงข่ายโทรคมนาคมให้เข้าถึงประชาชนได้ทั้งประเทศ” ด้านนายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า หากเป็นนโยบายที่ต้องการให้ควบรวมและเห็นว่าเกิดประโยชน์จริงจากการควบรวม ทางกสท ก็ยินดีดำเนินการตาม แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่กสท จะไม่เสียประโยชน์ใดๆ ซึ่งต้องพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการควบรวมไม่เคยประสบความสำเร็จเพราะได้รับการต่อต้านจากสหภาพแรงงานของทั้ง ทีโอทีและกสท ส่งผลให้นโยบายถูกกำหนดให้ทั้งสององค์กรต้องแข่งขันกันเอง แต่จากความล่าช้าของระบบรัฐวิสาหกิจ ทำให้ทั้งสององค์กรไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้เลย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีทีหวังรวมทีโอที-กสท สร้างโครงข่ายแห่งชาติFacebook Comments