เดือน: ตุลาคม 2013

  • ไอเดียเจ๋งผุดห้องเรียนไอที – ฉลาดทันกาล

    ไอเดียเจ๋งผุดห้องเรียนไอที – ฉลาดทันกาล

    จากนโยบายของนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการให้การศึกษาเดินหน้าสู่การสร้าง การพัฒนา เตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับสังคมโลก โดยเฉพาะสังคมโลกในศตวรรษที่ 21 เป็นผลจากการปฏิวัติด้านดิจิทัล (Digital Revolution) และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่ทำให้โลกทั้งโลกเชื่อมโยงและสื่อสารถึงกันได้อย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องสร้างและพัฒนาให้คนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถ มีทักษะ ความถนัด ความชำนาญพร้อมจะขับเคลื่อนและยกระดับการพัฒนาประเทศสู่การเป็นประเทศพัฒนาในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) จึงมีแนวคิดจัดทำห้องเรียนแบบ สมาร์ท คลาสรูม ซึ่งห้องเรียนดังกล่าว เป็นการเรียนการสอนผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยใช้ช่องทางของระบบการสื่อสารและอินเทอร์เน็ต ผู้เรียนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตเข้าไปเรียนในเว็บไซต์ ที่ออกแบบกระบวนการเรียนการสอนให้มีสภาพแวดล้อมคล้ายกับเรียนในห้องเรียนแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนและผู้เรียนกับผู้เรียน โดยมีบรรยากาศเสมือนพบกันจริง กระบวนการเรียนการสอนจึงไม่ใช่การเดินทางไปเรียนในห้องเรียนแต่เป็นการเข้าถึงข้อมูลเนื้อหาของบทเรียนได้โดยผ่านคอมพิวเตอร์ นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) อธิบายว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำร่องจัดทำห้องเรียนแบบ สมาร์ท คลาสรูม หรือห้องเรียนที่ใช้อุปกรณ์ไอซีทีมาช่วยจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มรูปแบบขึ้นมา โดยรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ต้องการให้ศึกษาข้อดีและข้อเสีย และดูว่า สมาร์ท คลาสรูม ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอย่างไร เพื่อนำผลการศึกษามาเป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการตัดสินใจว่าจะดำเนินการโครงการจัดสร้าง สมาร์ท คลาสรูม ในโรงเรียนทั่วไปหรือไม่ ทั้งนี้ สพฐ.กำลังจัดทำคุณลักษณะของ สมาร์ท คลาสรูม ต้นแบบอยู่ว่า จะมีรายละเอียดอย่างไร โดยศึกษาจาก สมาร์ท คลาสรูม ของต่างประเทศซึ่งมีใช้มาระยะหนึ่งแล้ว เบื้องต้น สพฐ.ตั้งใจว่าจะนำร่องพร้อมกันทั้ง 5 ภูมิภาค รวมทั้งหมด 20 โรงเรียน เฉลี่ยภูมิภาคละ 4 โรงเรียน ครอบคลุมทั้งโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา และครอบคลุมโรงเรียนทุกประเภททั้งโรงเรียนขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ และโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์จัดการศึกษาระดับเด่นและระดับด้อย ทั้งนี้ เพราะ สพฐ.ต้องการเปรียบเทียบว่าการนำ สมาร์ท คลาสรูม ใช้ส่งผลต่อนักเรียนของโรงเรียนแต่ละประเภทอย่างไร “ถ้านำร่อง สมาร์ท คลาสรูม แล้วพบว่าส่งผลให้นักเรียนในโรงเรียนกลุ่มด้อยมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นชัดเจน ก็จะเป็นตัวเร่งให้ขยายผลโครงการนี้ แต่ถ้าพบว่าผลการเรียนไม่แตกต่างกันก็ถือว่าไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สพฐ.กำลังคัดเลือกโรงเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการอยู่ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับความพร้อมของครูและผู้บริหารเป็นอันดับแรก เพราะเราพบว่าที่ผ่านมามีการจัดสรรเทคโนโลยีให้กับโรงเรียนไป แต่บางโรงเรียนให้ไปก็นิ่งสนิท เพราะครูและผู้บริหารโรงเรียนไม่พร้อม จึงต้องดูความเต็มใจของครูและผู้บริหารเป็นประเด็นแรก เพราะฉะนั้น การคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการนำร่อง จะใช้วิธีให้โรงเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการด้วยตนเอง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการโครงการนี้ได้ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557” นายอภิชาติกล่าว ทั้งนี้เป้าหมายของห้องเรียนดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลสามารถเข้าถึงและได้รับการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงเข้ากับคำกล่าวที่ว่า “ถ้าคุณไม่ได้เข้าชั้นเรียนบางทีอาจจะทำให้คุณเรียนได้ไม่มาก” ตลอดจนการพัฒนาโอกาสของการเข้าถึงการศึกษาในอนาคต. อุทิตา รัตนภักดี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอเดียเจ๋งผุดห้องเรียนไอที – ฉลาดทันกาล

  • เทศกาลโชว์ศักยภาพโครงข่าย – คู่ขนาน

    เทศกาลโชว์ศักยภาพโครงข่าย – คู่ขนาน

    คงจะถึงช่วงเทศกาลอวดศักยภาพโครงข่ายทีวีดิจิทัลของผู้ประกอบการ 4 รายได้แก่ ไทยพีบีเอส กรมประชาสัมพันธ์ กองทัพบก และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับใบอนุญาตโครงข่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแต่ละรายทุ่มเม็ดเงินลงทุนสร้างโครงข่ายให้บริการผู้ประกอบการ ช่องรายการทีวีดิจิทัลสุดกำลัง โดยผู้ประกอบการโครงข่าย ต่างมั่นอก มั่นใจโครงข่ายของตัวเองว่าครอบคลุมประชาชนตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดไว้ให้ครอบคลุมภายใน 4 ปี อย่างแน่นอน ซึ่งช่องไทยพีบีเอสเสนอครอบคลุมประชากรภายใน 4 ปี ปีแรกขยาย 70% ปีที่ 2 83% ปีที่ 3 93% และปีที่ 4 98% ส่วนกรมประชาสัมพันธ์ก็เสนอ 4 ปี เช่นกัน โดยปีแรก ขยาย 50% ปีที่ 2 80% ปีที่ 3 90% และปีที่ 4 95% ด้านกองทัพบกขอครอบคลุมประชากรภายใน 2 ปี โดยปีแรกขยาย 70% และปีที่ 2 97% และสุดท้ายบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ใช้ระยะเวลา 3 ปีคือ ปีแรก 50% ปีที่ 2 80% และปีที่ 3 95% จะเห็นได้ว่าแต่ละรายมีกลยุทธ์เสนอแผนที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ไม่เกินภายใน 4 ปี ซึ่งเป็นตัวการันตีว่า ประชาชนจะสามารถ รับชมทีวีดิจิทัลได้ตามการขยายโครงข่ายของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากราคาค่าเช่าโครงข่ายแล้ว การครอบคลุมพื้นที่ให้บริการยังเป็นปัจจัยที่ช่วยตัดสินใจให้แก่ผู้ประกอบการช่องรายการในการเซ็นสัญญาเช่าใช้โครงข่าย และประกอบการตัดสินใจวางแผนการลงทุนก่อนที่จะมีการเคาะราคาประมูลทีวีดิจิทัล ที่คาดการณ์ไว้เร็วสุดประมาณกลาง ธ.ค.56 หรือช้าสุดประมาณกลางเดือน ม.ค. 57 ท้ายที่สุด หากโครงข่ายเข้าถึงและครอบคลุมประชาชนรวดเร็วมากเช่นไร การรับรู้และเข้าถึงต่อช่องรายการที่มีข่าวสาร สาระความบันเทิงต่าง ๆ ก็มีมากเท่านั้น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทศกาลโชว์ศักยภาพโครงข่าย – คู่ขนาน

  • ลูเมีย 2520 แท็บเล็ตรุ่นแรกของโนเกีย – ฉลาดใช้

    ลูเมีย 2520 แท็บเล็ตรุ่นแรกของโนเกีย – ฉลาดใช้

    มีแต่ข่าวลือกันมานาน เรื่องแท็บเล็ตรุ่นแรก ที่ผ่านมาโนเกียก็ยังไม่ตอบข้อสงสัยของนักข่าว จนกระทั่งในงานโนเกีย เวิลด์ ซึ่งโนเกียจัดเป็นประจำทุกปี ปีนี้ เลือกใช้สถานที่โรงแรมเซนต์ รีจิส นครอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นสถานที่จัดงาน นายสตีเฟ่น อีลอป รองประธานบริหารกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารและบริการ โนเกีย ขึ้นเวทีในงานโนเกีย เวิลด์ ประกาศชัดเจนว่า โนเกียได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อเชิญชวนผู้คนทั่วโลกใช้อุปกรณ์ของโนเกีย จากนั้นได้เปิดแท็บเล็ตตัวแรก ชื่อรุ่น โนเกีย ลูเมีย 2520 ระบบปฏิบัติการวินโดว์สอาร์ที 8.1 จอ 10.1 นิ้ว ฟูลเอชดี กอริลล่า กลาส 2 กล้องหลัง 6.7 เมกะพิกเซล กล้องหน้า 2 เมกะพิกเซล หน่วยประมวลผลควอลคอมม์ สแนปดรากอน 2.2 กิกะเฮิรตซ์ รองรับทั้งไว-ไฟ และแอลทีอี แบตเตอรี่ 10 ชั่วโมง คีย์บอร์ดออกแบบเป็นฝาปิดหน้าจอและแบตเตอรี่ในตัวอีก 5 ชั่วโมง ราคา 499 ดอลลาร์สหรัฐ จะวางจำหน่ายภายในไตรมาส 4 ปีนี้ ในสหรัฐอเมริกา อังกฤษและฟินแลนด์ ผู้บริหารโนเกีย ย้ำว่า แท็บเล็ต ลูเมีย 2520 นี้ ออกแบบมาบนพื้นฐานให้ผู้คนทำงานและเล่นได้ตลอดเวลา บนหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ซึ่งถือว่าเหมาะสมดีแล้ว แท็บเล็ต โนเกีย ลูเมีย 2520 เหมือนสมาร์ทโฟนลูเมียแบบขยาย แต่มีเคสที่เป็นคีย์บอร์ด ออกแบบให้เป็นทั้งฝาปิดหน้าจอและขาตั้ง รวมถึงมีแบตเตอรี่สำรองเพิ่มมาในฝาหลัง จุดเด่นที่โนเกียใส่เข้าไปก็คือ สามารถชาร์จไฟได้ 50% ภายในเวลา 40 นาที เหมาะมากในเวลาที่ต้องชาร์จไฟแบบเร่งด่วน ในกลุ่มสมาร์ทโฟน เราได้เห็นลูเมียจอใหญ่ 6 นิ้ว ใน 2 รุ่น คือ โนเกีย ลูเมีย 1520 และลูเมีย 1320 เป็นสมาร์ทโฟนจอใหญ่ หรือ บิ๊กสกรีนสมาร์ทโฟน ต่างกันที่ความคมชัดของหน้าจอและความละเอียดของกล้อง โดยลูเมีย 1520 วางจำหน่ายปลายปีนี้ ราคา 749 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนลูเมีย 1320 ขายต้นปีหน้า ราคา 339 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งสองรุ่นมีเคสหลากสีให้เลือกซื้อ แฟนมือถืออาช่า จะได้พบ อาช่า ดีไซน์ใหม่ ซึ่งต่อยอดจากอาช่า 501 อีก 3 รุ่น คือ อาช่า 500 ราคา 69 ดอลลาร์สหรัฐ อาช่า 502 ราคา 89 ดอลลาร์สหรัฐ และ อาช่า 503 ซึ่งรองรับ 3 จี ราคา 99 ดอลลาร์สหรัฐ จะวางจำหน่ายสิ้นปีนี้ เช่นกัน โดยอาช่าทั้งสามรุ่น ใช้ระบบปฏิบัติการอาช่าเหมือนอาช่า 501 กล้อง 5 เมกะพิกเซล เป็นครั้งแรกที่จะใช้งานวอทส์แอพบนอาช่าได้ รวมถึง ไลน์ เฟซบุ๊ก ที่มีความสามารถมากขึ้น และมีโฮมสกรีนที่สอง เพื่อเป็นทางลัดเข้าถึงแอพพลิเคชั่นได้ทันที สามารถแชร์ภาพถ่ายขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ในคลิกเดียว เพื่อยืนยันว่า วอทส์แอพ ใช้งานเต็มรูปแบบบนอาช่า โนเกียได้เชิญ ซีอีโอของวอทส์แอพ คือ ยาน คลุมป์ ขึ้นเวที ซึ่งซีอีโอวอทส์แอพ บอกว่า ได้ทำงานร่วมกับทีมโนเกียมาระยะหนึ่ง เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกที่ใช้โนเกีย สนุกกับแอพพลิเคชั่นวอทส์แอพได้ ปัจจุบันมีผู้ใชวอทส์แอพทั่วโลกประมาณ 300 ล้านคนแล้ว อาช่าใหม่ทั้ง 3 รุ่น มาในดีไซน์เคลือบด้านนอกใส เหมือนก้อนน้ำแข็ง สีสันสดใสสไตล์มือถืออาช่า นายสตีเฟ่น อีลอป ได้กล่าวบนเวทีตอนท้ายด้วยว่า ไม่ว่าจะอย่างไร โนเกียยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ให้ผู้คนทั่วโลกได้เชื่อมต่อกันทุกที่ทุกเวลา สำหรับงานโนเกีย เวิลด์ โนเกียจัดเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดตัวนวัตกรรมใหม่และทิศทางธุรกิจ ปีนี้จัดที่นครอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงาน จำนวน 1,100 คน ในจำนวนนี้เป็นนักข่าวและบล็อกเกอร์จากทั่วโลก 248 คน โดยมีเดลินิวส์ ได้รับเชิญเข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย. ปรารถนา ฉายประเสริฐ prathana.chai@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลูเมีย 2520 แท็บเล็ตรุ่นแรกของโนเกีย – ฉลาดใช้