เดือน: ตุลาคม 2013

  • ปูนใหญ่รายได้ไม่ถึงเป้า

    ปูนใหญ่รายได้ไม่ถึงเป้า

    นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้าหมายรายได้ปีนี้ ลดลง จากเดิมที่คาดไว้ 437,000 ล้านบาท แต่อาจไม่ถึง 435,000 ล้านบาท เนื่องจากค่าเงินในภูมิภาคค่อนข้างผันผวน ประกอบกับมีปัจจัยลบด้านน้ำท่วมมากดดันในช่วงไตรมาส 3 อีกทั้งไตรมาส 4 นี้ จะปิดโรงงานปิโตรเคมีเพื่อซ่อมบำรุงอีก 45 วัน ทั้งนี้โดยภาพรวมแล้วยังเชื่อมั่นว่ากำไรจะเติบโตได้ดี เนื่องจากได้ลดต้นทุนด้านต่าง ๆ ลงไปมาก ทำให้มีอัตรากำไรที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างไรก็ตาม ประเมินว่าปีหน้ารายได้จะเติบโตดีกว่าปีนี้ เนื่องจากจะมีโครงการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก ส่งผลให้มีความต้องการใช้ปูนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่บริษัทมีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ในปีหน้าเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 24-25 ล้านตัน เป็นกว่า 28 ล้านตัน ส่วนธุรกิจกระดาษก็เริ่มดีขึ้น แม้ว่าปีนี้ธุรกิจกระดาษยังไม่ค่อยดีก็ตาม อีกทั้งธุรกิจปิโตรเคมีก็มีแนวโน้มการฟื้นตัวชัดเจน“ปีนี้คาดว่าปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์จะเติบโต 5-7% จากปีก่อน จากเดิมคาดว่าจะเติบโตถึง 7% โดยช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ ได้รับปัจจัยกดดันจากประเด็นน้ำท่วม ทำให้ภาคการลงทุนก่อสร้างต่าง ๆ ชะลอตัวลง แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีหน้าปริมาณความต้องการการใช้ปูนซีเมนต์จะเติบโตอย่างน้อย 4-5% จากปีนี้ โดยยังไม่รวมกับการก่อสร้างพื้นฐานของรัฐบาล 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าหากโครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการอย่างชัดเจนแล้ว จะทำให้ปริมาณความต้องการใช้ปูนซีเมนต์มากกว่าเป้าหมายจำนวนมาก”บริษัทได้ตั้งงบลงทุน 5 ปี ระหว่างปี 57-61 ไว้ 210,000-250,000 ล้านบาท โดยจะใช้ปีละ50,000 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นโครงการลงทุนในภูมิภาค อาทิ โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ในอินโดนีเซีย พม่า และกัมพูชา และโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในเวียดนาม รวมไปถึงการควบรวมกิจการด้วย ที่ขณะนี้กำลังเจรจาควบรวมกิจการ 4-5 ราย เน้นในกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น ธุรกิจกระดาษในอินโดนีเซียธุรกิจวัสดุก่อสร้างในเวียดนาม ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปูนใหญ่รายได้ไม่ถึงเป้า

  • หุ้นไทยวันที่ 30 ตุลาคม 2556 ปิดร่วง 24.74 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 30 ตุลาคม 2556 ปิดร่วง 24.74 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 30 ต.ค. ดัชนีแกว่งตัวผันผวน และอ่อนตัวในแดนลบอย่างหนัก ตามแรงเทขายทำกำไรระยะสั้น สวนทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น หลังนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศอาจมีความรุนแรงขึ้น จากการเตรียมนำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่บรรจุเป็นวาระเข้าที่ประชุมสภาในวันที่ 31 ต.ค. นี้ กดดันให้ระหว่างวันหุ้นไทยปรับลดลงต่ำสุดที่ 27.54 จุด หรืออยู่ในระดับ 1,428.32 จุด ทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,457.06 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,431.12 จุด ลดลง 24.74 จุด หรือ 1.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 40,857.49 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1. ทรู ปิดที่ 8.80 บาท ลดลง 0.45 บาท2. จัสมิน ปิดที่ 9.40 บาท ลดลง 0.30 บาท3. เอไอเอส ปิดที่ 249.00 บาท ลดลง 8.00 บาท4. ปตท. ปิดที่ 311.00 บาท ลดลง 5.00 บาท5. อินทัช ปิดที่ 83.50 บาท ลดลง 1.75 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 30 ตุลาคม 2556 ปิดร่วง 24.74 จุด

  • “ซุปเปอร์บอร์ด”ตัดพ้อ กสทช.ไม่ยอมรับการตรวจสอบ

    “ซุปเปอร์บอร์ด”ตัดพ้อ กสทช.ไม่ยอมรับการตรวจสอบ

    วันนี้(30ต.ค.) ที่โรงแรมเดอะสุโกศล คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฎิบัติงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ซุปเปอร์บอร์ดกสทช.) ประกอบด้วย พลเอกธวัชชัย สมุทรสาคร ประธานซุปเปอร์บอร์ด และกรรมการด้านกิจการกระจายเสียง นายพิชัย อุตมาภินันท์ กรรมการด้านกิจการโทรทัศน์ นายอมรเทพ จิรัฐิติเจริญ กรรมการด้านกิจการโทรทัศน์ นายประเสริฐ อภิปุญญา กรรมการด้านคุ้มครองผู้บริโภค และพลเอกบุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยว่าได้ยื่นหนังสือรายงานผลการปฎิบัติงาน ปัญหา อุปสรรคหลังจากปฎิบัติงานช่วง 6 เดือนแรก ต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เรียบร้อยแล้ว โดยภายหลังจากรับคัดเลือกให้ปฎิบัติงานเพื่อตรวจสอบ ติดตามการทำงานการบริหารงานกสทช.เลขาธิการกสทช. คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.)และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)พบว่า ไม่ยอมรับการตรวจสอบการทำงาน โดยเฉพาะ กทค.ที่ไม่ให้การสนับสนุนด้านข้อมูล อาทิ มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการในกรณีสิ้นสุดสัญญาสัมปทานมือถือ 1800 เมกะเฮิร์ตซ โดยมองว่า กสทช.เป็นองค์กรอิสระ ที่มีอำนาจในมือ ควรต้องมีความโปร่งใส ยอมรับการตรวจสอบจากหน่วยงาน นอกจากนี้ยังไม่มีการสนับสนุนเรื่องบุคคลากรในการทำงาน ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่ หรือแม้กระทั่งสิ่งอำนวยความสะดวก ตามที่ได้ยื่นเรืี่องขอ ทำให้การทำงานติดขัดค่อนข้างมาก ในขณะที่งบประมาณการดำเนินงานได้ยื่นขอจำนวน 43 ล้านบาทนั้น สามารถใช้ได้จริง 17 ล้านบาทซึ่งเป็นเงินเดือนและค่าสำนักงานต่างๆ ส่วนที่เหลือเป็นค่าจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และอื่นๆ ซึ่งไม่สามารถเบิกจ่ายได้เนื่องขาดเรื่องบุคคลากรปฎิบัติงานด้านดังกล่าว อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางคณะกรรมการซุปเปอร์บอร์ด มีพนักงานและลูกจ้างสำนักงานกสทช.จำนวน 2 คน สถานที่ทำงานเป็นลักษณะชั่วคราว โดยเช่าสำนักงานอาคารไอทาวเวอร์ พื้นที่การทำงานประมาณ 50 ตารางเมตร โดยปฎิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมพ.ศ.2553 ม.72 ในการทำหน้าที่ตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล และรายงานให้กสทช. รัฐสภา และประชาชนทราบ แต่ในขณะเดียวกันยังมีอำนาจสั่งให้เข้าชี้แจงและให้ข้อมูลตาม ม.37 เช่นกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ซุปเปอร์บอร์ด”ตัดพ้อ กสทช.ไม่ยอมรับการตรวจสอบ