รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมครม.ได้รับทราบสถานการณ์อุทกภัยและแนวทางให้การช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเข้าไปพื้นฟูและชดเชยความเสียหายให้กับเกษตรกรหลังจากน้ำลด โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด จากนั้นจึงกลับมาพิจารณาแนวทางช่วยเหลือตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ขณะเดียวกันยังให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี เพื่อสนับสนุนหรือจำหน่ายให้ผู้ประสบภัย และให้เตรียมพันธุ์ปลาปล่อยลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมทั้งให้คำแนะนำทางวิชาการให้กับเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายด้วย ทั้งนี้ในแนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้น ล่าสุดรัฐได้เข้าไปช่วยเหลือแล้ว ทั้งการช่วยเหลือด้านเกษตร โดยสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ จำนวน 528 เครื่อง แบ่งเป็น การช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย 46 เครื่อง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ,ช่วยเหลือพื้นที่ข้าวนาปี 2 เครื่อง ใน 2 จังหวัด ,ช่วยเหลือพื้นที่นาปรัง 327 เครื่อง ใน 34 จังหวัด ,ช่วยเหลือพื้นที่พืชไร่ 66 เครื่อง 11 จังหวัด ,ช่วยเหลือการอุปโภค และบริโภค จำนวน 87 เครื่อง ใน 16 จังหวัด ขณะที่การช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ ได้อพยพสัตว์ 282,522 ตัว คือ โค-กระบือ 38,366 ตัว สุกร 13,749 ตัว แพะ-แกะ 1,201 ตัว และสัตว์ปีก 231,539 ตัวดูแลสุขภาพสัตว์ 127,505 ตัว คือ รักษาสัตว์ 9,736 ตัว ฉีดวัคซีนป้องกันโรค 19,940 ตัว และสร้างเสริมสุขภาพสัตว์ เช่น ให้แร่ธาตุ ถ่ายพยาธิ และหาหารเสริม อีก 97,829 ตัว พร้อมทั้งสนับสนุนอาหารสัตว์ 789,504 กิโลกรัม และอาหารสุนัข 38,793 กิโลกรัม สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน มีพื้นที่ประสบภัยด้านเกษตรรวม 49 จังหวัด แบ่งเป็น ภาคเหนือ 15 จังหวัด ,ภาคตะวันออกฉียงเหนือ 15 จังหวัด ภาคกลาง 8 จังหวัด ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ภาคตะวันตก 3 จังหวัด และภาคใต้ 1 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นความเสียหายด้านพืชถึง 45 จังหวัด เกษตรกรได้รับผลกระทบ 418,618 ราย โดยมีพื้นที่ประสบภัย 4.43 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าว 3.43 ล้านไร่ และพืชอื่นๆ 1 ล้านไร่ รองลงมาเป็นด้านประมง และปศุสัตว์ ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมก็ยังมีอยู่ถึง 12 จังหวัด คือ จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ ชัยภูมิ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว และชลบุรี
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รัฐบาลเตรียมหาช่องทางช่วยเกษตรน้ำท่วม
เดือน: ตุลาคม 2013
-

รัฐบาลเตรียมหาช่องทางช่วยเกษตรน้ำท่วม
-

ปณท เปิดบริษัทลูกหนุนธุรกิจเอสเอ็มอี
วันนี้(25 ต.ค.)น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) กล่าวว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา เห็นชอบตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองฯ เศรษฐกิจเสนอให้ไปรษณีย์ไทย ตั้งบริษัทในเครือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของการให้บริการของไปรษณีย์ มุ่งเน้นการให้บริการโลจิสติกส์ เนื่องจากสามารถเป็นกลไกเชื่อมต่อโครงการด้านโลจิสติกส์ของประเทศ และทำให้พัฒนาความสามารถในการแข่งขันให้บริษัทขนส่งของไทยรวมทั้งยังเป็นการบริหารจัดการทรัพย์สินของบริษัทได้ด้วย ดังนั้น ไปรษณีย์จึงได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทลูกของไปรษณีย์ไทยหลังครม. อนุมัติ. เพื่อจัดตั้ง บริษัท ไปรษณีย์ ดิสทริบิวชั่น ในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารการจัดส่งและกระจายสินค้า โดยเน้นให้บริการผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือ ผู้ผลิตสินค้าโอท็อป ที่ไม่ได้มีเครือข่ายการกระจายสินค้าเป็นของตัวเอง ถือเป็นการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าให้เอสเอ็มอีมากขึ้น สำหรับ ไปรษณีย์ ดิสทริบิวชั่น มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเสนอแผนรอบที่ 3 ของการตั้งบริษัทลูก จากเดิมที่เคยจะจัดตั้ง บริษัท สินเชื่อ ไปรษณีย์ไทย ในรัฐบาลประชาธิปัตย์ และถูกยกเลิกพร้อมเปลี่ยนเป็น บริษัท ไปรษณีย์ โลจิสโพสต์ แต่ถูกสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ตีกลับ เนื่องจากขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ห้ามรัฐวิสาหกิจให้บริการแข่งขันกับเอกชน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปณท เปิดบริษัทลูกหนุนธุรกิจเอสเอ็มอี -

คนไทยใช้สื่อออนไลน์-มือถือ อัพและแชร์ความสุขวันหยุด
ทั้งนี้ จากการสำรวจของ ทริปแอดไวเซอร์ ทริปบารอมิเตอร์ เกี่ยวกับแนวโน้มของอุปกรณ์เคลื่อนที่ และสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าร้อยละ 87 ของนักเดินทางทั่วโลกและ นักเดินทางชาวไทยร้อยละ 85 ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ ระหว่างการเดินทาง เพราะต้องการติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนฝูง และกลัวว่าจะพลาดข่าวสารต่างๆ เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ความต้องการในการติดต่อผ่าน ทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ และการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ระหว่างช่วงวันหยุดพักผ่อนนั้นเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการบริการทั่วโลกยังไม่สามารถให้บริการในด้านนี้ได้พอเพียงกับความต้องการในปัจจุบันของนักเดินทางที่ให้ความสำคัญด้านการติดต่อสื่อสารจากการสำรวจพบว่า ชาวอินโดนิเซียมีแนวโน้มที่จะใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ในระหว่างการเดินทางมากที่สุด ร้อยละ 98 ชาวแคนาดามีแนวโน้มน้อยที่สุด ร้อยละ 59 ทั้งนี้ จากช่วงอายุต่างๆ บุคคลที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 24 ปี เป็นกลุ่มที่ต้องการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ระหว่างการเดินทางมากที่สุดในโลก ร้อยละ 94 และผู้หญิง ร้อยละ 88 ติดการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ระหว่างช่วงวันหยุดพักผ่อนมากกว่าผู้ชาย ซึ่งนักเดินทางชาวไทยมีการใช้โทรศัพท์แบบ สมาร์ทโฟน เพื่อเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ และแบ่งปันประสบการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ของสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ มากกว่านักเดินทางโดยเฉลี่ยทั่วโลกจากผลการสำรวจของทริปแอดไวเซอร์ ทริปบารอมิเตอร์ พบว่า ธุรกิจการบริการทั่วโลก ยังไม่มีบริการที่เข้าถึงอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของนักเดินทาง และประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน แม้ว่านักเดินทางจะมีความต้องการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ในช่วงวันหยุดพักผ่อน แต่เจ้าของธุรกิจที่พักเกือบหนึ่งในสามทั่วโลก และในประเทศไทย ไม่มีการให้บริการใดๆ เพื่อเข้าถึงผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ ในปี 2556 มีเจ้าของธุรกิจโรงแรมเพียงร้อยละ 36 ทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับการทำตลาดสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ ในจำนวนนี้มีร้อยละ 53 ที่กำลังวางแผนขยายข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ในปี 2557 จากผลการสำรวจพบว่าเจ้าของธุรกิจโรงแรมร้อยละ 52 วางแผนเพิ่มข้อเสนอพิเศษต่างๆ สำหรับผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ในปีที่กำลังจะมาถึง โดยรวมถึงฟังก์ชั่นการจองผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ และข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์มือถือโดยเฉพาะ สำหรับนักเดินทางชาวไทย พบว่า ร้อยละ 47 ใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อวางแผนการเดินทาง และใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อรับคำแนะนำ ดูรูปภาพและวิดีโอของสถานที่ที่กำลังจะ ค้นหาข้อเสนอพิเศษและโปรโมชั่นต่างๆ และค้นหาแรงบันดาลใจในการทำกิจกรรมและเยี่ยมชมสถานที่ จากผลการสำรวจยังพบว่า นักเดินทางชาวไทยใช้งานสื่อสังคมออนไลน์อย่างมากระหว่างช่วงวันหยุดพักผ่อน โดย นักเดินทางชาวไทยมากกว่า 4 ใน 5 คน ) ใช้สื่อสังคมออนไลน์ระหว่างการเดินทาง สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก นอกจากนี้ ชาวไทยยังมีแนวโน้มใช้สื่อสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้นเพื่อรับคำแนะนำและอัพเดทเครือข่ายสังคมออนไลน์ของตนเมื่อเทียบกับนักเดินทางเฉลี่ยทั่วโลกส่วนเจ้าของธุรกิจโรงแรมชาวไทยส่วนใหญ่ ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการปฏิสัมพันธ์กับแขกที่มาใช้บริการในปัจจุบัน แพลตฟอร์มที่เจ้าของธุรกิจโรงแรมชาวไทยใช้ในการติดต่อสื่อสารมากที่สุดคือเฟซบุ๊ค และยูทูป นายมาร์ค ชาร์รอน ประธานฝ่ายธุรกิจ ทริปแอดไวเซอร์ กล่าวว่า การที่นักเดินทางพึ่งพาอุปกรณ์เคลื่อนที่และ สื่อสังคมออนไลน์นั้นเป็นไปตามแนวโน้มที่เราเห็นจากผู้ใช้เว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์ ทั้งนี้ ทริปแอดไวเซอร์มี ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ผ่านทางอุปกรณ์มือถือที่ไม่ซ้ำกันเฉลี่ยเดือนละ 79 ล้านราย เพิ่มจากปีที่ผ่านมากว่าร้อยละ 216 ผู้คนมากกว่า 50 ล้านคนได้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นต่างๆ ของเรา และนักเดินทางไม่เพียงใช้แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ในการวางแผนการเดินทางเท่านั้น แต่ยังใช้ในระหว่างการเดินทางอีกด้วย นอกจากนี้ 1 ใน 3 ของบทวิจารณ์จากนักเดินทางถูกส่งเข้ามายังทริปแอดไวเซอร์ผ่านทางเฟซบุ๊ค ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางยังนิยมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ภายหลังจากการเดินทาง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คนไทยใช้สื่อออนไลน์-มือถือ อัพและแชร์ความสุขวันหยุด