ชงครม. รับจำนำมันฯ ราคา 2.6 บาทต่อกก. จำนวน 10 ล้านตัน คาดปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากถึง 28 ล้านตัน
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลังแห่งชาติที่มีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธานได้อนุมัติการรับจำนำหัวมันสำปะหลังสดจากเกษตรกรในฤดูกาลผลิต 56/57 ปริมาณ 10 ล้านตัน ที่ราคา 2.60 บาทต่อกก. ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 2.50 บาทต่อกก. เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่คาดว่าในปีนี้จะมีหัวมันสดเข้าสู่ระบบประมาณ 28 ล้านตัน “คณะกรรมการฯจะรีบเสนอให้ที่ประชุมครม. เห็นชอบต่อไปเพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้ในเดือน ธ.ค. นี้เนื่องจากจะเป็นช่วงที่หัวมันฯจะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก แต่คาดว่าในปีนี้จะมีมันฯเข้าสู่โครงการรับจำนำไม่ถึง 10 ล้านตันแน่นอน เพราะมีการประเมินว่าบริษัทเอกชนเตรียมจะมีการทำสัญญาการขายแป้งให้แก่ต่างประเทศกว่า 3 ล้านตันหรือคิดเป็นหัวมันฯสดก็จะอยู่ที่ 16 ล้านตัน ดังนั้นมั่นใจว่าปีนี้ราคาจะไม่ตกต่ำแน่นอนเพราะเอกชนจะเข้ามาแข่งขันรับซื้อมันฯกับโครงการรับจำนำ” ส่วนการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้นล่าสุดมีเกษตรกรนำข้าวโพดเข้าโครงการแล้ว 1.66 แสนตันจากเป้าในการรับจำนำ 1.87 ล้านตัน ดังนั้นต้องการให้เกษตรกรในพื้นที่ที่มีความพร้อมเร่งนำข้าวโพดเข้าโครงการ เพราะล่าสุดผู้ส่งออกก็สามารถระบายข้าวโพดในตลาดต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันส่งออกได้แล้ว 4.2 หมื่นตันและสิ้นเดือนนี้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนตันแต่นอน “การช่วยเหลือเกษตรกรปลูกข้าวโพดนั้นกระทรวงพาณิชย์ได้มี 2 แนวทางดำเนินการประกอบด้วยการขอความร่วมมือไปยังโรงงานผลิตอาหารสัตว์ให้ช่วยรับซื้อราคาไม่ต่ำกว่า 7.85-8.50 บาทต่อกก.เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจากปัจจุบันที่ราคาตลาดโลกอยู่ที่ 6.3-6.5 บาทต่อกก. ซึ่งผู้ประกอบการก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเต็มที่” ทั้งนี้สาเหตุที่ข้าวโพดเข้าโครงการล่าช้าส่วนหนึ่งมาจากความเข้มงวดในการลงทะเบียนของเกษตรกร และในหลายพื้นที่เพิ่งเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตเฉลี่ยที่ 10-20% นายสมชาติ กล่าวว่า ในส่วนของโครงการรับจำนำข้าวข้อมูลเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 56 มีชาวนานำข้าวในฤดูผลิต 56/57 เข้าโครงการแล้ว 2.4 แสนตัน โดยมีโรงสีที่สมัครเข้าร่วมโครงการ 794 รายและได้อนุมัติและเปิดรับแล้ว 164 แห่ง โดยในสัปดาห์นี้มั่นใจว่าข้าวจะเข้าโครงการรับจำนำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จำนำมันฯ กก. ละ 2.6 บาท.
เดือน: ตุลาคม 2013
-

จำนำมันฯ กก. ละ 2.6 บาท.
-

กระทรวงวิทย์ ปัดฝุ่นวิสาหกิจชุมชนเสริมคุณภาพสินค้าโอทอปภาคใต้
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงสู่ชุมชน หนุน วศ.ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเครือข่ายผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนโอทอปภาคใต้ พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า
ดร.พีระพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กระทรวงฯ มีนโยบายนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงสู่ชุมชน และมอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์บริการ(วศ.) นำกลไกด้านวิทยาศาสตร์ไปพัฒนาคุณภาพและ ความปลอดภัยสินค้าโอทอป (OTOP) เพราะปัจจุบันสินค้า โอทอป มีหลากหลายประเภท ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าเพื่อสุขภาพ มีเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อเป็นของฝาก ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
นางสาวเสาวณี มุสิแดง อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า ในปีนี้ทีมนักวิทยาศาสตร์กรมได้ลงพื้นที่ภาคใต้ โดยจะจัดประชุมร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และเครือข่ายผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน โอทอป ผู้แทนจากศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อการส่งออกและสมาคมที่ปรึกษาภาคใต้ ระหว่างวันที่ 19-20 ต.ค.56 ที่จังหวัดสงขลา เพื่อพัฒนาเครือข่ายความร่วมมืออย่างต่อเนื่องเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันและพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนให้สามารถยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าโอทอป นอกจากนี้ จะเยี่ยมชมผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน ระดับ 5 ดาว ที่ประสบความสำเร็จของจังหวัดพัทลุง ได้แก่ โรงงานต้นแบบ และห้องปฏิบัติการทดสอบเคมีและจุลชีววิทยา ของคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ โรงงานผลิตบ้านไทยเฮิร์บ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มพร้อมชงเพื่อสุขภาพจากจมูกข้าวสังข์หยด โรงงานผลิตหมูทองท่าแค ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์น้ำพริกสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว ทองม้วน เพื่อหาแนวทางหรือต้นแบบในการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนรายอื่นๆ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์บริการได้ลงพื้นที่ทั้ง 4 ภาค พื้นที่นำร่องกว่า 34 จังหวัด พบว่าสินค้า โอทอปที่ส่งขอมาตรฐานที่ สมอ.หรือ อย. มีสินค้าเพียง 20% เท่านั้นที่ผ่านมาตรฐาน สินค้าส่วนที่ไม่ได้มาตรฐานบางอย่างใช้กรรมวิธีที่ไม่ถูกสุขอนามัย การลงพื้นที่พัฒนาเครือข่ายจะเป็นการนำกลไกด้านวิทยาศาสตร์ไปพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยสินค้าโอทอป ช่วยแก้ปัญหาให้กับสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานที่เหลืออีกกว่า 80% โดยจะช่วยพัฒนากระบวนการผลิตทำให้สามารถยกระดับคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นในสินค้า สามารถยื่นขอการรับรองมาตรฐาน มผช.หรือ อย.ได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กระทรวงวิทย์ ปัดฝุ่นวิสาหกิจชุมชนเสริมคุณภาพสินค้าโอทอปภาคใต้ -

เผย ยอดใช้งาน 3จี ใหม่ เหยียบ 18 ล้านเลขหมายแล้ว
สำนักงาน กสทช. เผยยอดผู้ใช้บริการมือถือ 3จี คลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ทะลุเกือบ 18 ล้านเลขหมายแล้ว ด้านผลตรวจสอบและกำกับค่าบริการประจำเดือนก.ย.พบลดลงมากกว่าเกณฑ์ 15% ทุกแพ็คเกจ แนะผู้ใช้งาน หากพบค่าบริการไม่เป็นธรรมกด 1200
วันนี้ (20 ต.ค.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยยอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ณ วันที่ 18 ต.ค.56 ที่ได้รับการรายงานจากผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย อย่างไม่เป็นทางการ ว่า ขณะนี้มีผู้ใช้บริการประมาณ 17.7 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค จำกัด (AWN) 12 ล้านเลขหมาย บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด (DTN) 5 ล้านเลขหมาย และเป็นของบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด (RF) 7 แสนเลขหมาย
สำหรับผลการติดตามตรวจสอบและกำกับค่าบริการ3จี เดือนก.ย.56 ของผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย พบว่าผลการตรวจสอบกรณีการนำรายการส่งเสริมการขายเดิมไปใช้ให้บริการบนโครงข่ายดังกล่าว พบว่า แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค มีการนำเสนอรายการส่งเสริมการขาย 2จี เดิมที่นำไปใช้ให้บริการ 3จี ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 6 รายการ ได้แก่ คุยสะใจ, โทรสะใจ, สมาร์ทโฟน แพ็คเกจ 339 , 509 ,679 และ 849 ส่วน เรียล ฟิวเจอร์ นำเสนอรายการส่งเสริมการขาย 2จี ที่ไปใช้ให้บริการ 3จี บนโครงข่ายดังกล่าว จำนวน 3 รายการ ได้แก่ ไอ สมาร์ท 340, 510 และ 765 และ ดีแทค ไตรเน็ต มีการนำรายการส่งเสริมการขาย 2จี เดิมมาให้บริการ 3จี บนคลื่นดังกล่าว 3 รายการ ได้แก่ dtacSaveSave, Airtab 299 และ SMP 399 ทั้งนี้ พบว่าผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขใบอนุญาตและมติที่ประชุม กทค. คือได้ปรับลดอัตราค่าบริการลงมากกว่า15% ทั้งบริการประเภทเสียง และบริการที่ไม่ใช่ประเภทเสียง ในทุกรายการส่งเสริมการขายข้างต้น โดยแพ็คเกจประเภทเสียง ของ ดีแทค เนทเวอร์ค ยังคงมีอัตราค่าบริการลดลงมากที่สุดถึง 29% โดยผลการตรวจสอบพบว่า อัตราค่าบริการของทั้ง 3 บริษัทในรายการส่งเสริมการขายใหม่ ค่าบริการได้ลดลงมากกว่า15% ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาตและมติที่ประชุม กทค.แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบการกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ของผู้รับใบอนุญาตทั้ง 3 ราย ตั้งแต่เดือนมิ.ย.-ก.ย.56 พบว่า มีแนวโน้มนำเสนอรายการส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้นในทุกเดือน โดยมีการปรับเปลี่ยนรายการส่งเสริมการขายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้บริการในแต่ละกลุ่ม และมีแนวโน้มที่จะลดอัตราค่าบริการลงอย่างต่อเนื่อง โดยค่าบริการเดือนก.ย.56 บริการเสียงอยู่ระหว่าง 0.54-0.74 บาทต่อนาที ลดลงประมาณ 10-34% เช่นเดียวกับอัตราค่าบริการอินเทอร์เน็ต ที่ผู้รับใบอนุญาตนำเสนออัตราค่าบริการอยู่ระหว่าง 0.15-0.27 บาทต่อเมกะบิต ลงต่ำกว่าค่าบริการราว 4-46% นายฐากร กล่าวว่า ค่าบริการที่ลดลง 15% นี้เฉพาะผู้ใช้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กะกะเฮิรตซ์ เท่านั้น ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการอยู่ 17.7 ล้านเลขหมาย ในขณะที่ยอดผู้ใช้ในประเทศไทยมีจำนวน90 ล้านเลขหมาย โดยส่วนใหญ่ยังคงใช้บริการในระบบ 2จี และ 3จี เดิมจะไม่ได้รับส่วนลดในครั้งนี้ ในอนาคตถ้าโครงข่าย 3จี บนคลื่นดังกล่าวครอบคลุมทั่วประเทศ เชื่อว่าจำนวนผู้ใช้บริการในระบบ 3จี จะเพิ่มขึ้น และการปรับลดอัตราค่าบริการลง 15% ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ หากพบปัญหาในการใช้งาน หรืออัตราค่าบริการไม่เป็นธรรมในใช้บริการสามารถร้องเรียนมาได้ที่ Call Center 1200
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เผย ยอดใช้งาน 3จี ใหม่ เหยียบ 18 ล้านเลขหมายแล้ว