เดือน: ตุลาคม 2013

  • ชาวไร่อ้อยช้ำกอน.เล็งหั่นราคา

    ชาวไร่อ้อยช้ำกอน.เล็งหั่นราคา

    ชาวไร่อ้อยช้ำ กอน. เตรียมลดราคาอ้อนขั้นต้นเหตุบาทอ่อน เชื่อชาวไร่ไม่เห็นด้วย วอนรอราคาขั้นปลายจะสูงกว่านี้
    นายสมศักดิ์ สุวัฒิกะ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) เปิดเผยว่า ภายในเดือน ต.ค. นี้คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) จะพิจารณาราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิต 56 /57 ได้ ซึ่งเบื้องต้นสอน.พิจารณาราคาไว้ระหว่าง 860-900 บาทต่อตันอ้อย ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 950 บาทต่อตันอ้อย เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 31.5 – 32 ดอลลาร์สหรัฐ จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 30 – 31 ดอลลาร์สหรัฐ โดยจะประกาศให้ได้ภายในเดือนต.ค.นี้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรี เร่งรัดให้กำหนดราคาตามกรอบที่วางไว้คือ เดือนต.ค.ของทุกปี “ ราคาอ้อยขั้นต้นดังกล่าวคำนวณจาก 2 ปัจจัยหลักคือ ราคาตลาดโลกที่ปัจจุบันอยู่ที่ 18.5 และอัตราแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างอ่อนค่าอยู่ที่ 31.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ค่าความหวานคำนวณเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ซีซีเอส และผลผลิตต่อไร่(ยิว)10.5-10.8 ตันต่อไร่ โดยปีนี้คาดว่าปริมาณอ้อยทั้งปีจะอยู่ที่ 110 ล้านตันอ้อย เพิ่มขึ้นจากฤดูการผลิต 55-56 ที่ผลผลิตรวมอยู่ที่ 100
    ล้านตันอ้อย และเชื่อว่า ราคาอ้อยขั้นต้นปีนี้น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ 950 บาทต่อตันอ้อย เชื่อว่า ชาวไร่อ้อยคงไม่เห็นด้วย เพราะคำนวณต้นทุนแล้วอยู่ที่ประมาณ 1,060-1,070 บาทต่อตันอ้อย แต่อยากให้เข้าใจเพราะการคำนวณราคาขั้นต้นต่ำกว่าต้นทุนอยู่แล้วเชื่อว่าจากแนวโน้มหลังจากนี้ราคาขั้นปลายจะสูงกว่านี้ จนชาวไร่คุ้มทุนแน่นอน" สำหรับกรณีการขอเงินเพิ่มค่าอ้อยโดยวิธีการกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เชื่อว่า ชาวไร่อ้อยคงเรียกร้องตามปกติ เพราะที่ผ่านมาเคยได้รับเงินเพิ่ม เช่นปีที่ผ่านมาได้เงินเพิ่มค่าอ้อยอยู่ที่ 160 บาทต่อตันอ้อย คิดเป็นวงเงินกู้รวม 16,000 ล้านบาท แต่ในส่วนของสอน.ไม่เห็นด้วย เพราะปัจจุบันกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย(กท.)ยังมีหนี้เหลือค้างชำระอีก 8 เดือน ตั้งแต่พ.ย. 56 –มิ.ย. 57 ประมาณ 9,600 ล้านบาท หากมีหนี้เพิ่มจะทำให้ภาระการชำระหนี้ยาวออกไปอีก "อีกเหตุผลที่ชาวไร่ต้องการกู้เงินคือ สถานะการเป็นหนี้จะทำให้อุตสาหกรรมน้ำตาลยังสามารถเรียกเก็บเงินเพิ่มน้ำตาล 5 บาทต่อกก.ต่อไปได้ ซึ่งประเด็นนี้รัฐบาลค่อข้างไม่เห็นด้วย เพราะเป็น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชาวไร่อ้อยช้ำกอน.เล็งหั่นราคา

  • พาณิชย์แจงขาดทุนจำนำข้าวไม่ถึง4.25แสนล้าน

    พาณิชย์แจงขาดทุนจำนำข้าวไม่ถึง4.25แสนล้าน

    รัฐบาลเร่งสวนหมัดหม่อมอุ๋ย จำนำข้าวไม่ขาดทุน 4.25 แสนล้าน
    นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์  เปิดเผยถึงกรณีที่นักวิชาการ และม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมตรีและรมว.คลังเปิดเผยข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล 2 ปีขาดทุนทางบัญชีแล้ว 4.25 แสนล้านบาทว่า กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้ขาดทุนจำนวนมหาศาลตามที่นักวิชาการประกาศ แต่ยอมรับว่าโครงการขาดทุนในระดับไม่เกิน 1 แสนล้านบาทต่อปี เนื่องจากที่ต้องขาดทุนเพราะโครงการรับจำนำรัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นการทำธุรกิจค้าขาย แต่จุดประสงค์ต้องการยกระดับราคาข้าวและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวนาให้ดีขึ้นจากอดีต  สำหรับข้อมูลของนักวิชาการ รวมถึงฝ่ายค้าน และคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว เป็นการคำนวณที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการขาดทุนปีละกว่า 2 แสนล้านบาทรวม 2 ปีเป็นกว่า 4 แสนล้านบาท ส่วนกรณีที่มีกระแสว่ากระทรวงคลังไม่สามารถหาเงินจำนวน 2.7 แสนล้านบาทมาใช้ในการรับจำนำข้าวในฤดูผลิต 56/57 ได้เรื่องนี้ตนขอแนะนำหน้าที่กระทรวงการคลังคือการหาเงินไม่ว่าจะด้วยวิธีใดเพราะโครงการรับจำนำเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อหน้ารัฐสภาไว้แล้ว ส่วนกระทรวงพาณิชย์ก็จะดูแลการบริหารเรื่องข้าวและดูแลพัฒนาชีวิตชาวนาทั่วประเทศฯ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์  กล่าวว่า   การดำเนินโครงการที่ผ่านมาใช้เงินไปทั้งสิ้น 330,000 ล้านบาท หากขาดทุน 200,000 ล้านบาทต่อปี เท่ากับว่ารัฐบาลขายข้าวในราคาประมาณ 30% ของราคาที่ซื้อมา ซึ่งต่ำเกินไป  และคิดว่ามีหลายตัวเลขต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมว่าเป็นตัวเลขจากอะไร ตรงกันหรือไม่และนำมาจากไหน เพราะข้อมูลสั้นมากพิสูจน์อะไรไม่ได้ ส่วนข้อมูลเรื่องทุจริตนั้นหากใครมีข้อมูลก็จะต้องไปขอเพื่อมาดำเนินคดี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์แจงขาดทุนจำนำข้าวไม่ถึง4.25แสนล้าน

  • คมนาคมสั่งคาดเข็มขัดนิรภัยรถร่วม

    คมนาคมสั่งคาดเข็มขัดนิรภัยรถร่วม

    คมนาคมเร่งออกกฎ บังคับ รถบขส. รถทัวร์ รถตู้ทุกคันติดเข็มขัดนิรภัย เจ้าของรถไม่ติดปรับ 5 หมื่น ผู้โดยสารไม่คาดปรับ 5,000 บาท เริ่มสิ้นปี
    นายพ้อง ชีวานันท์ รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังเปิดโครงการความปลอดภัย ประนีประนอมไม่ได้ : คาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทางว่า กำลังเร่งผลักดันให้กระทรวงคมนาคมออกประกาศกฎกระทรวง เพื่อบังคับให้ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทต้องรักเข็มขัดนิรภัย โดยขณะนี้ร่างประกาศ ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และเตรียมนำเสนอ ครม. พิจารณาเห็นชอบ ซึ่งคาดจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน ทั้งนี้เมื่อประกาศมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ผู้โดยสารทุกคนที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารระหว่างกรุงเทพฯไปต่างจังหวัด รถโดยสารระหว่างจังหวัด รวมถึงขยายไปยังรถตู้โดยสาร จะต้องรัดเข็มขัดทุกครั้ง หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท ส่วนรถโดยสารสาธารณะทุกคันติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งบนด้วย จะต้องทยอยติดตั้งให้เสร็จก่อนวันที่ 1 เม.ย.57 หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีการติดตั้งเข็มขัดนิรภัย ผู้ประกอบการรถจะถูกปรับสูงสุด 50,000 บาทต่อคัน “การออกประกาศรัดเข็มขัดเพื่อลดความรุนแรงและการสูญเสียกรณีเกิดอุบัติเหตุขึ้น หลังจากสถิติพบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตมีถึง 40-50% ที่ไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัย ขณะที่ข้อมูลของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ก็พบว่าแม้การเกิดอุบัติเหตุและบาดเจ็บมีจำนวนลดลงแต่การเสียชีวิตกลับเพิ่มสูงขึ้น 18.08% โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้อุบัติเหตุมีความรุนแรง คือ การดื่มสุรา และการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ดังนั้นการคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทางจะช่วยลดความรุนแรงและการบาดเจ็บของผู้โดยสารได้แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่จะมาถึง ทั้งลอยกระทง และเทศกาลปีใหม่”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคมสั่งคาดเข็มขัดนิรภัยรถร่วม