เดือน: ตุลาคม 2013

  • ลุ้นคลังเพิ่มทุนธพว.2,000ล้าน

    ลุ้นคลังเพิ่มทุนธพว.2,000ล้าน

    “พิชัย” จี้ฝ่ายบริหารเดินหน้าแผนฟื้นฟูกิจการธพว. หวังคลังไฟเขียวเพิ่มทุน2,000ล้าน พร้อมเร่งแก้ปัญหาหนี้เสีย
    นายพิชัย ชุณหวชิร ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยหรือธพว. เปิดเผยว่า  ต้องการให้ฝ่ายบริหารทำงานตามแผนฟื้นฟูกิจการที่ได้เสนอต่อกระทรวงการคลัง  เพราะหากทำได้จริงจะทำให้กระทรวงการคลังพิจารณาการเพิ่มทุนจดทะเบียนให้กับธนาคารอีก 2,000 ล้านบาท จากที่ก่อนหน้านี้ได้ให้เพิ่มทุนไปแล้วประมาณ550 ล้านบาท  โดยในส่วนของแผนงานนั้นจะต้องแก้ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลให้เหลือ 29,000 ล้านบาทในสิ้นปีนี้ จากหนี้เอ็นพีแอลตามตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท.มีอยู่ประมาณ 39,000 ล้านบาท “เมื่อครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีหนี้ตกชั้นเป็นหนี้เสียประมาณ 6,000 ล้านบาท แต่สามารถแก้ปัญหาหนี้ได้ 8,000 ล้านบาท  และเป็นหนี้ที่อยู่ระหว่างรอดูอาการอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าภาวะแศรษฐกิจที่เริ่มจะฟื้นตัวทำให้การแก้ปัญหาหนี้ดีขึ้น  สำหรับการปล่อยสินเชื่อสิ้นปีจะต้องอยู่ที่ 102,000 ล้านบาท  จากปัจจุบันที่ปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 90,000 ล้านบาท โดยเน้นให้สินเชื่อกับลูกค้ารายย่อย  ส่วนการเพิ่มสภาพคล่องถ้าทำตามเกณฑ์แผนฟื้นฟูเชื่อว่ากระทรวงการคลังอาจเข้ามาค้ำประกันหุ้นกู้ ขณะเดียวกันต้องพัฒนาระบบสื่อสารสนเทศให้มีความทันสมัย และการดำเนินงานต้องความโปร่งใส” นายมนูญรัตน์ เลิศโกมลสุข  กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  (ธพว.) กล่าวว่า  ปีนี้คาดว่ามีกำไร 500 ล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือน ก.ย. ที่มีกำไรกว่า 200 ล้านบาท และหากสิ้นปีได้เงินเพิ่มทุนจะทำให้สัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงหรือ บีไอเอส อยู่ในระดับที่สูงกว่า 8.5 % จากปัจจุบันมีบีไอเอสอยู่ที่ 7% ซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถออกจากแผนฟื้นฟูกิจการได้ นอกจากนี้ ธนาคารมีแผนระดมทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องโดยการว่าจ้างที่ปรึกษาออกตราสารหนี้ เพื่อระดมทุนราว 5,000 – 10,ล้านบาท ในช่วงไตรมาส1/57 โดยตั้งเป้าหมายระดมทุนจากทั้งในและต่างประเทศ  และเชื่อว่าต้นทุนจะไม่สูงหากกระทรวงการคลังค้ำประกันการออกหุ้นกู้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้มีหนี้ตกชั้นเป็นหนี้เสียประมาณ เดือนละ 200 – 400 ล้านบาท    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุ้นคลังเพิ่มทุนธพว.2,000ล้าน

  • เล็งไฟเขียวเปิดสนามบินสุรินทร์ภักดี

    เล็งไฟเขียวเปิดสนามบินสุรินทร์ภักดี

    กรมการบินพลเรือน เล็งอนุญาตสนามบินสุรินทร์ภักดี เปิดบริการเชิงพาณิชย์อีกครั้ง รอทางจังหวัดส่งข้อมูลปรับปรุงและประสานนกมินิเปิดเที่ยวบินประจำก่อน พร้อมขยายสนามบินแม่สอด รองรับผู้โดยสารเพิ่ม
    นายเสรี จิตต์โสภา รองอธิบดีฝ่ายท่าอากาศยาน กรมการบินพลเรือน(บพ.) เปิดเผยว่า กรมการบินพลเรือนเตรียมพิจารณาให้ท่าอากาศยานสุรินทร์ภักดีขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์เปิดบริการเชิงพาณิชย์อีกครั้ง หลังจากเข้าไปสำรวจพื้นที่แล้วพบว่าเป็นท่าอากาศยานที่ได้มาตรฐาน แต่ต้องปรับปรุงพื้นที่บางแห่งให้ปลอดภัยมากขึ้น เช่น มีเสาอากาศอยู่บริเวณหัวและท้ายรันเวย์  การปรับปรุงต้นไม้ และอาคารเพื่อรองรับผู้โดยสาร เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดได้แนะนำให้ทางจังหวัดไปดำเนินการแก้ไขแล้ว  “ตอนนี้รอทางจังหวัดดูมาตรฐานสนามบินให้เป็นไปตามที่กรมการบินพลเรือนแนะนำเท่านั้น คาดว่าคงจะอยู่ระหว่างดำเนินการ หากปรับปรุงแล้วเสร็จ เห็นว่าสนามบินแห่งนี้ก็เหมาะที่จะทำเป็นเชิงพาณิชย์ได้ เพราะก่อนหน้านี้สายการบินนกมินิ ก็เคยให้บริการที่นี่ แต่ได้ยกเลิกไปเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว จึงไม่ปัญหาในเรื่องของมาตรฐานสนามบิน” ทั้งนี้ในส่วนของสายการบินที่จะให้บริการนั้น ทางจังหวัดอยู่ระหว่างเจรจากับสายการบินนกมินิเพื่อให้เปิดเที่ยวบินประจำอีกครั้ง ส่วนบุคคลากรที่จะนำไปให้บริการที่ท่าอากาศยาน เช่น พนักงานภาคพื้น และตรวจสัมภาระ เป็นต้น ทางจังหวัดสุรินทร์ได้ส่งไปฝึกอบรมที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ประมาณ 1 เดือนแล้ว จึงพร้อมที่จะให้บริการทันทีหากท่าอากาศยานสุรินทร์ภักดีเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ สำหรับท่าอากาศยานแม่สอด จังหวัดตาก มีความต้องการเข้าใช้บริการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมการบินพลเรือนจึงเตรียมนำงบประมาณปี 58 มาทำการศึกษาออกแบบเพื่อก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ให้รองรับได้มากขึ้นเป็น350 คนต่อชั่วโมง จากปัจจุบันที่รองรับได้เพียง 150คนต่อชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร และรองรับเที่ยวบินเพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตามท่าอากาศยานแม่สอด ถือเป็นท่าอากาศยานขนาดกลางมีความยาวรันเวย์ 1,600 เมตร เครื่องบินที่ให้บริการจึงเป็นเครื่องบินขนาดเล็ก เช่น เครื่องบินเอทีอาร์ ขนาด 70 ที่นั่ง ปัจจุบันมีบริการ 8 เที่ยวบินต่อวัน แบ่งเป็นเที่ยวบินในประเทศ 4 เที่ยวบินต่อวัน และระหว่างประเทศ 4 เที่ยวบินต่อวัน    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งไฟเขียวเปิดสนามบินสุรินทร์ภักดี

  • ตั้งรับพายุถล่มหนักทั่วไทย

    ตั้งรับพายุถล่มหนักทั่วไทย

    กรมทางหลวงชนบทเตรียมเฝ้าระวังน้ำท่วมสายทาง 240 แห่ง ใน 16 จังหวัด จับตาปราจีน สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรีท่วมต่อ
    นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยวันที่ 16 ต.ค.56 มีถนนและสะพานในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบ 16 จังหวัด จำนวน 240 สายทาง โดยในจำนวนนี้มีที่สัญจรผ่านได้ 211 สายทาง ผ่านไม่ได้ 29 สายทาง และทุกจังหวัดอยู่ระหว่างเฝ้าระวังน้ำท่วมสายทางและดำเนินการป้องกันอย่างเต็มกำลัง เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดที่มีความเสี่ยง ได้แก่   อำเภอบ้านสร้าง, กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดชลบุรี อย่างไรก็ตามได้รับรายงานว่ามีถนนและสะพานในพื้นที่ 17 จังหวัดรวม 58 สายทาง กลับมาใช้บริการได้ปกติแล้ว คือ จังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด จันทบุรี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ระยอง ราชบุรี สมุทรปราการ สุพรรณบุรี อุทัยธานี และระนอง นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า มีถนนทางหลวงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมวันที่ 16 ต.ค.56 ในพื้นที่ 5 จังหวัด จำนวน 20 แห่ง ในจำนวนนี้ยังใช้สัญจรผ่านได้ 12 แห่ง ผ่านไม่ได้ 8 แห่ง จึงขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทาง 8 สายทางที่ผ่านไม่ได้ โดยเฉพาะในจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ที่มีน้ำท่วมสูง  โดยผู้ใช้ถนนสามารถสอบถามสภาพเส้นทาง การจราจร ขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงตำรวจทางหลวง 1193 สายด่วนกรมทางหลวงชนบท  1146

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตั้งรับพายุถล่มหนักทั่วไทย