อธิบดีสรรพากรคนใหม่ตั้งแท่นรีดภาษีธุรกิจรายกลางเพิ่ม หลังจากเก็บภาษีปี 56 พลาดเป้า 9,000 ล้านบาท พร้อมตั้งธงรบแกงค์โกงภาษี หวังตามเงินคืนหลวง
นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมฯมีแผนขยายฐานการจัดเก็บภาษีไปยังกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางมากขึ้น เนื่องจากพบว่ามีการหลีกเหลี่ยงภาษี เช่น แสดงทรัพย์สินต่ำกว่าความเป็นจริง เป็นต้น โดยจะเน้นทำงานเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ และเน้นความเป็นธรรมให้ผู้เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเร่งแก้ระเบียบหรือข้อบังคับต่าง ๆ ให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลด้านภาษีของทั้ง 3 กรม คือ สรรพสามิต และศุลกากรเข้าด้วยกัน เพราะต้องการอุดช่องโหว่ในการจัดเก็บภาษี ส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่นั้น ปัจจุบันมีระบบการเสียภาษีที่ดีอยู่แล้ว นอกจากนี้จะปรับโครงสร้างภาษีใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการธุรกิจในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น ในสัปดาห์นี้จะมีข้อสรุปกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เสนอขอผ่อนปรนภาษีหลายเรื่อง เช่น ขอยกเว้นภาษีเงินปันผลให้ผู้ลงทุน ยกเว้นภาษีเพื่อการควบรวมกิจการ อย่างไรก็ตามได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลังรับทราบแล้ว ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 57 คาดว่าจะจัดเก็บภาษีได้ 1.9 ล้านล้านบาท แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่เชื่อว่าจะทำได้ตามแผนที่วางไว้แน่นอน ส่วนการจัดเก็บภาษีปีงบประมาณ 56 ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 9,000 ล้านบาท จากเป้าหมาย 1.77 ล้านล้านบาท เป็นผลจาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ลดลง และการปรับลดภาษีนิติบุคคลจาก 23% เหลือ 20% “เศรษฐกิจปีนี้ มีแนวโน้มจะโตต่ำกว่าเป้า 2% ซึ่งจะกระทบการจัดเก็บภาษี ดังนั้นกรมสรรพากรต้องเร่งกระตุ้นการทำงานของข้าราชการ และเร่งปรับปรุงระบบสารสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร์ และคนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อ เชื่อมโยงข้อมูลของกรมภาษีเข้าด้วยกัน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งรีดภาษีธุรกิจขนาดกลางเพิ่ม
เดือน: ตุลาคม 2013
-

เล็งรีดภาษีธุรกิจขนาดกลางเพิ่ม
-

โนเกีย 515 แบตอึดและถูก – ฉลาดใช้
แกะกล่องครั้งแรกก็นึกในใจว่า สงสัยต้องคืนสู่สามัญ เหมือนการใช้มือถือครั้งแรกเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนแน่ๆ เพราะรูปทรงของโนเกีย 515 ชวนให้ย้อนถึงอดีตจริงๆ แต่เส้นสายตัวเครื่องและวัสดุที่ใช้ทำตัวเครื่องดูทันสมัยขึ้น โนเกีย 515 วางขายในบ้านเราแล้ว ราคาประมาณสี่พันเจ็ดร้อยบาท ถูกมากเมื่อดูจากวัสดุและประสิทธิภาพที่ใส่เข้ามาเป็นมือถือฟีเจอร์ที่ผนวกความสามารถการใช้งานของสมาร์ทโฟนเข้าไป นายญาณธน สิมะวานิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โนเกีย 515 ได้รับการออกแบบให้เป็นฟีเจอร์โฟนที่มีดีไซน์เรียบหรู พิถีพิถันในรายละเอียดและวัสดุเพื่อความสวยงามที่โดดเด่นกว่าใครในราคาประหยัด พร้อมฟังก์ชั่นการทำงานที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน มาพิสูจน์กัน ตัวเครื่องของโนเกีย 5151 ทำจากอลูมิเนียมแบบเรียบๆ แต่ดูดี น้ำหนักเบา ในกล่องจะมีเข็มสำหรับเปิดฝาหลัง เพื่อใส่ซิมใส่แบต บริเวณด้านล่างตัวเครื่องจะมีรูเล็ก ๆ นั่นแหละเป็นที่เปิดฝาหลัง ใช้เข็มกดเข้าไป ฝาหลังจะเผยอ ออกมานิดนึง จากนั้นใช้มือค่อยๆ ง้างออกมา ทีนี้ก็ใส่แบตเตอรี่ ซิมการ์ดและไมโครเอสดีการ์ด เพื่อให้พร้อมใช้งานได้เลย รู้สึกว่า จะมีไมโครเอสดีการ์ดแถมมาให้พร้อม ถ้ากลัวไม่พอก็ซื้อแบบที่จุมากกว่านี้ จอกระจกไม่ใหญ่ ประมาณ 2.3 นิ้ว แต่เป็นจอโค้งป้องกันรอยขูดขีดที่เรียกกว่า กิริลล่า กลาส 2 กล้อง 5 เมกะพิกเซล แฟลชแอลอีดี ไม่มีกล้องหน้า ตัวเครื่องเบา เพราะทำจากอลูมิเนียม ขนาดพอดีมือ หนากว่าไอโฟน 5 นิดเดียว โนเกีย รุ่นนี้ ใส่ฟังค์ชั่นสมาร์ท คาเมร่า โปรแกรมถ่ายรูปที่อยู่ในสมาร์ทโฟน ตระกูลลูเมียมาให้ด้วย ทำให้การถ่ายรูปทำได้ง่ายและสวยงามมากขึ้น ทั้งโหมดพานอรามา สำหรับถ่ายภาพหมู่ และวิวในมุมกว้าง ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 5 ช็อตต่อการกดชัตเตอร์ 1 ครั้ง แล้วระบบจะเลือกภาพที่ดีที่สุดหรือ เบสต์ช็อตให้ จะเซฟเก็บไว้หรืออัพโหลดขึ้นเครือข่ายสังคมออนไลน์ก็ทำได้ทันที แต่โหมดนี้ เข้าท่ามาก เพิ่งจะได้ลองจริงจังกับโนเกีย 515 ก็คือ โหมดถ่ายภาพตัวเอง ปกติผู้เขียนใช้มือถือที่มีกล้องหน้า เวลาอยากถ่ายรูปตัวเองแบบไม่เรียกคนอื่น ก็จะใช้วิธีกะระยะ แรก ๆ ก็ผิดมุมบ้าง ภาพเบี้ยวบ้าง แต่ทำบ่อย ๆ ก็จะเก่งไปเอง แต่อย่างที่บอกไว้ตอนแรกว่า โนเกีย 515 ไม่มีกล้องหน้า แล้วจะถ่ายภาพตัวเองด้วยตัวเองยังไง โนเกียใส่โหมด ที่เรียกว่า เซลท์ พอร์ตเทรท หรือ Self-portrait สำหรับถ่ายภาพตัวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องมีกล้องหน้า แต่ใช้ระบบเสียงที่ช่วยบอกให้ผู้ใช้งานเข้ามาอยู่ในเฟรมก่อนถ่าย เวลาใช้งาน ก็คลิกไปไอคอนกล้องถ่ายรูป แล้วเลื่อนปุ่มกดไปที่มุมซ้ายสุด ซึ่งจะรวมบริการเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ให้เลือกโหมดถ่ายภาพตัวเอง ก็จะมีคำสั่งบอกบนหน้าจอ ให้หันกล้องเข้ามาตัวเอง แล้วคอยทำตามเสียงแนะนำ เสียงแนะนำจะบอกเป็นภาษาอังกฤษ เป็นประโยคสั้น ๆ ให้เลื่อนกล้องขึ้นหรือลง ขยับไปทางซ้ายหรือขวา ระหว่างนั้นเราต้องจัดหน้าเราไว้ให้สวยด้วยนะ เมื่อได้ระยะถ่ายใบหน้าตัวเองที่ต้องการจะได้ยิน เสียงกล้องบอกว่า โอเค ตามด้วยเสียงแชะ เป็นลูกเล่นที่เท่และสนุกดี ฟังค์ชั่นสแลม หรือ Slam ก็คือ การแบ่งปันภาพถ่าย ส่งนามบัตรอิเล็กทรอนิกส์ให้คนอื่นผ่านบลูทูธ เหมือนที่เราคุ้นเคย เพียงแต่ลดขั้นตอนให้เร็ว จากที่ต้องแพร์หรือจับคู่อุปกรณ์ ก็ไม่ต้องแล้ว ส่วนการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หากเป็นมือถือกลุ่มฟีเจอร์โฟน ทุกรุ่น โนเกียจะใส่เทคโนโลยีบีบอัดข้อมูล เวลาเข้าหน้าเว็บบราวเซอร์ เพื่อให้ประหยัดค่าอินเทอร์เน็ต สำหรับรุ่นนี้ บีบอัดข้อมูล 3.5 จี ได้มากถึง 90 % ` วิธีการทำงานของเทคโนโลยีนี้ ก็คือ ทุกครั้งที่เราเข้าหน้าเว็บ แทนที่จะดาวน์โหลดมาทั้งหน้าเว็บ ก็จะดาวน์โหลดเฉพาะข้อมูลที่สำคัญมาให้ หากเราต้องการอ่านหรือดูรูปภาพก็คลิกเข้าไปอีก ช่วยให้ประหยัดเงินค่าอินเทอร์เน็ต และประหยัดแบตเตอรี่ เวลาใช้อีเมล หรืออัพโหลดทวิตเตอร์ เฟซบุ้ก ฯลฯ แบตเตอรี่รุ่นนี้ อึดมาก คู่มือบอกว่า เปิดรอรับสายได้นานถึง 38 วัน แต่คนใช้งานมือถือในข่ายฮาร์ดคอร์แบบผู้เขียน ก็ยังใช้งานได้นาน 1 สัปดาห์กว่าจะหมด เป็นโทรศัพท์มือถือที่เหมาะมาก หากจะพกไว้เป็นเครื่องสำรอง หรือสำหรับใช้โทรเป็นหลัก เพราะแบตเตอรี่อยู่ได้นานมาก หากใช้คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ้ก แนะนำให้ใช้โนเกีย 515 ต่อเน็ต แค่เสียบสายเข้ากับพอร์ตยูเอสบีก็ใช้ได้แล้ว ยืนยันว่ารุ่นนี้เค้าถูกและประหยัด แต่อย่าเผลอไปสัมผัสหน้าจอเหมือนผู้เขียน เพราะเค้าเป็นระบบแมนวล ต้องเลื่อนกดปุ่มเอาค่ะ ปรารถนา ฉายประเสริฐ
prathana.chai@gmai.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โนเกีย 515 แบตอึดและถูก – ฉลาดใช้ -

แมลงสาบคอนโทรลเลอร์ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี
มนุษย์เราเกิดมาภายใต้การควบคุมของธรรมชาติ และในเวลาเดียวกันเราก็พยายามที่จะควบคุมธรรมชาติกลับโดยอาศัยเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่คิดค้นขึ้นจากมันสมองของมนุษย์ พุธนี้ผมจะพาคุณผู้อ่านมารู้จักกับอุปกรณ์ที่มนุษย์เราคิดขึ้นมาเพื่อที่จะควบคุมสิ่งมีชีวิตอื่น ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ไหนไกลตัวเราเลยครับ เพราะมันคือแมลงสาบ!!! ใช่ครับแมลงสาบที่ใครหลายคนไม่ชอบนี่ล่ะครับ แต่ก็มีนักพัฒนากลุ่มหนึ่งพยายามจะหาทางควบคุมการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ให้ได้ผ่านทางแอพพลิเคชันบนมือถือ โดยใช้ชื่อโปรเจคนี้ว่า RoboRoach RoboRoach เป็นการบูรณาการคำระหว่างคำว่า Robot ที่แปลว่าหุ่นยนต์ กับคำว่า Cockroach ที่แปลว่าแมลงสาบ โดยผมขอเรียกเป็นภาษาไทยง่าย ๆ ว่าแมลงสาบหุ่นยนต์ (ไม่ใช่หุ่นยนต์แมลงสาบนะครับ เพราะนี่ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่เราสร้างมาให้มีหน้าตาเป็นแมลงสาบ แต่เป็นแมลงสาบตัวเป็น ๆ ตัวจริง ๆ ที่เราพยายามจะควบคุมมัน) แน่นอนครับว่ามีมือถืออย่างเดียวคงไม่สามารถควบคุมแมลงสาบได้ เพราะฉะนั้นการจะใช้ RoboRoach จึงต้องติดตั้งชุดอุปกรณ์ไว้กับแมลงสาบตัวเป็น ๆ โดยเป็นชุดแผ่นปรินต์ PCB เล็ก ๆ ที่มีแบตเตอรี่สำหรับติดหลังของแมลงสาบ แต่การติดตั้งแผ่นปรินต์นี้ก็ต้องใจแข็งนิดนึงครับ ใครกลัวแมลงสาบอาจไม่สามารถทำได้ พอหลังจากติดแผ่นปรินต์ PCB นี้แล้วเราก็สามารถใช้มือถือสมาร์ทโฟนควบคุมสั่งการการเคลื่อนที่ของแมลงสาบตัวนั้นผ่านทาง Bluetooth ได้ครับ โดยทันทีที่สั่งงาน ชุดอุปกรณ์นี้ก็จะเข้าทำการบังคับศูนย์ประสาทของแมลงสาบผ่านขั้วไฟฟ้าเหมือนการส่งคลื่นไฟฟ้าอ่อน ๆ เข้าไป เพื่อบังคับทิศทางการเดินของแมลงสาบว่าอยากให้แมลงสาบเดินทางซ้ายหรือเดินทางขวา เหมือนเราใช้มือถือสมาร์ทโฟนเป็นคอนโทรลเลอร์บังคับการเดินของแมลงสาบนั่นเองครับ คุณผู้อ่านหลายท่านอาจจะกำลังคิดว่าผู้คิดสร้างอุปกรณ์นี้ก็พิเรนทร์ไม่เบานะครับ มาควบคุมสัตว์สิ่งมีชีวิตก็ยังพอเข้าใจได้ แต่นี่ไม่ใช่สัตว์น่ารักน่าเอ็นดูที่ไหน เป็นสัตว์ที่คนจำนวนมากไม่ชอบหรือเรียกว่าเกลียดเลยก็ว่าได้ แต่ทราบไหมครับว่าการเกิดโปรเจค RoboRoach นี้ ไม่ใช่เกิดจากคน ๆ เดียวที่ให้การสนับสนุน แต่เกิดจากคนจำนวนมากให้เงินสนับสนุนผ่านทางเว็บไซต์ Kickstarter ซึ่งผมเคยเขียนถึงเว็บไซต์นี้ไปแล้วครั้งหนึ่งในหัวข้อ “Smart Watch นาฬิกาแห่งอนาคต” เพราะว่านาฬิกาฉลาด Pebble ก็เกิดมาจากเว็บไซต์นี้ ผมขออธิบายทบทวนสั้น ๆ อีกครั้งละกันครับว่าเว็บไซต์นี้คืออะไร เว็บไซต์ Kickstarter เป็นเหมือนตัวกลางให้ใครก็ตามที่มีไอเดีย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรแต่ไม่มีเงิน นำเสนอไอเดียผ่านกระบวนการคล้าย ๆ กับการขอสปอนเซอร์ทำโครงการทั่วไป เพียงแต่เป็นการขอสปอนเซอร์จากเงินระดมทุนของทุก ๆ คนที่เข้ามาเว็บไซต์นี้และเห็นว่าไอเดียที่เราเสนอนั้นน่าสนใจ ซึ่งแมลงสาบหุ่นยนต์ RoboRoach นี้ ก็เกิดมาจากการระดมทุนด้วยวิธีนี้ล่ะครับ เรียกว่าถ้าคุณผู้อ่านบอกว่าคนคิดโปรเจคนี้พิเรนทร์แล้วล่ะก็ งานนี้ก็คงมีคนความคิดพิเรนทร์ ๆ ร่วมกันมากทีเดียวครับ อย่างน้อยที่สุดก็ไม่พิเรนทร์คนเดียว เรียกว่าพิเรนทร์กันเป็นกลุ่มเลย แต่ถ้ามองในมิติทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการบูรณการความรู้ทางเทคโนโลยีของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เข้ากับความรู้ความเข้าใจกระบวนการทางสมองของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเราอาจนำไปต่อยอดได้ไม่จำกัดเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่แน่นอนครับ ความยากของการควบคุมสัตว์สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดก็จะแตกต่างกันไป เช่นแมลงสาบก็จะรับรู้สิ่งต่าง ๆ ผ่านหนวด ถ้าเราอยากจะควบคุมแมลงสาบเราก็จำเป็นต้องบังคับผ่านหนวด แต่ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นก็อาจจะต้องใช้วิธีการบังคับผ่านทางอวัยวะอื่นแทน ในโลกเทคโนโลยียุคศตวรรษที่ 21 ของพวกเราก็มีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นใหม่เสมอครับ แต่ในความแปลก ถ้าคิดให้ดี ก็มีความน่าสนใจ ความน่าติดตาม มีสิ่งที่น่าศึกษาค้นหาอยู่ตลอดเวลาครับ. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช
หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต
chutisant.k@rsu.ac.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แมลงสาบคอนโทรลเลอร์ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี