เดือน: ตุลาคม 2013

  • หุ้นไทยวันที่ 15 ตุลาคม 2556 ปิดบวก 13.06 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 15 ตุลาคม 2556 ปิดบวก 13.06 จุด

    ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวยืนบวกคึกคัก ตามตลาดหุ้นต่างประเทศเขียว หลังนักลงทุนลุ้นสหรัฐแก้ปัญหาเพดานหนี้สำเร็จ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 15 ต.ค. ดัชนีฟื้นตัวทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็แกว่งตัวยืนบวกได้คึกคักตลอดทั้งวัน ตามแรงซื้อกระจายในหุ้นกลุ่มต่างๆ รวมถึงเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้นกันถ้วนหน้า หลังนักลงทุนมีความหวังว่าสหรัฐจะสามารถตกลงแก้ปัญหาเพดานหนี้ได้สำเร็จ ส่งผลให้ระหว่างวันหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,476.43 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,466.20 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,472.90 จุด เพิ่มขึ้น 13.06 จุด หรือ 0.89% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 46,351.94 ล้านบาท
    สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก
    1. ทรู ปิดที่ 9.45 บาท เพิ่มขึ้น 0.35 บาท
    2. ไอวีแอล ปิดที่ 24.20 บาท เพิ่มขึ้น 1.80 บาท
    3. ช.การช่าง ปิดที่ 23.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาท
    4. ธ.กรุงไทย ปิดที่ 20.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท
    5. ธ.ทหารไทย ปิดที่ 2.88 บาท ลดลง 0.08 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 15 ตุลาคม 2556 ปิดบวก 13.06 จุด

  • “ซัมซุง”พัฒนาแอพช่วยเปิดโลกความรู้ให้ผู้พิการทางสายตา

    “ซัมซุง”พัฒนาแอพช่วยเปิดโลกความรู้ให้ผู้พิการทางสายตา

    “ซัมซุง” จับมือพันธมิตร พัฒนาแอพ Read for the Blind ชวนผู้สนใจร่วมสร้างหนังสือเสียงผ่านแอพพลิเคชั่นช่วยคนตาบอดได้เพิ่มเติมความรู้คาดสิ้นปีมีหนังสือเสียงเพิ่มไม่น้อยกว่า 3,000 เล่ม
      วันนี้(15 ต.ค.) ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน บริษัท ไทยซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด ร่วมกับ เว็บไซต์กูเกิล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ เอไอเอส เปิดตัวแอพพลิเคชั่น Read for the Blind  เชิญชวนประชาชนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างหนังสือเสียงสำหรับผู้พิการทางสายตา ผ่านแอพพลิเคชั่นได้ทุกที่ทุกเวลา โดย นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมกับพันธมิตรพัฒนาแอพพลิเคชั่นนี้ขึ้น โดยจุดเริ่มต้นมาจากคุณณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ที่ได้ทดลองไปอ่านหนังสือเสียงให้คนตาบอดแล้วพบข้อจำกัดต่างๆ จึงเกิดแนวคิดใช้สมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นช่วยในเรื่องนี้ ซึ่งปัจจุบันสมาร์ทโฟนเป็นของคู่กายคนตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว และในปัจจุบันหนังสือเสียงในห้องสมุดคนตาบอด และผู้พิการทางสื่อสิ่งพิมพ์แห่งชาติมีอยู่ไม่ถึง 7,000 เล่ม ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
    “ แอพพลิเคชั่นนี้รองรับทั้งในระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์และไอโอเอสตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถสร้างหนังสือเสียงได้มากกว่า 3 ,000 เล่มและมีบทความ 3 หมื่นบทความภายในสิ้นปีนี้ และจะมีจำนวนยอดผู้ดาวน์โหลดแอพนี้มากว่า 2 แสนคนภายใน 1 ปี อย่างไรก็ตามหลังจากเปิดตัวในวันนี้ปรากฏว่ามีผู้ให้ความสนใจอย่างมากมายใน 1 นาที สามารถสร้างหนังสือเสียงได้ 50 เล่ม จนเซิร์ฟเวอร์เต็ม จึงต้องกลับไปคุยกับทีมงานเพื่อขยายเซิร์ฟเวอร์ให้มากขึ้น”
    ด้านนางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส กล่าวว่า บริษัทได้สนันสนุนโครงการ เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาสามารถเพิ่มเติมความรู้ได้ โดยได้สนับสนุนค่าเซิร์ฟเวอร์ จำนวน 1 ล้านบาท และยกเว้นค่าบริการอินเทอร์เน็ตผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ตลอดการใช้งานบนเครือข่ายเอไอเอส 3 จี 2100 คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
    ส่วน นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ผู้คิดริเริ่มแอพพิลเคชั่น Read for the Blind   กล่าวว่า แนวคิดที่อยากพัฒนาแอพพลิเคชั่นนี้เกิดจากการไปเดินห้างสรรพสินค้าแล้วเห็นมุมที่ให้คนที่สนใจอ่านหนังสือเสียงให้คนตาบอด แต่เมื่อเข้าไปติดต่อคิวยาวหลายชั่วโมงไม่สามารถรอได้ หลังจากนั้นมีโอกาสไปอ่านหนังสือที่มูลนิธิคนตาบอดไทยก็พบข้อจำกัดเรื่องสถานที่ จึงเห็นว่าโทรศัพท์มือถืออัดเสียงได้อยู่แล้ว น่าจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นชึ้นมาช่วยให้คนอ่านอัดเสียงแล้วอัพโหลดผ่านอินเทอร์เน็ตขึ้นในระบบคลาวด์ได้เลย จึงได้นำเรื่องเข้าหารือกับคุณอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ บริษัท กูเกิล ประเทศไทย จำกัด และพันธมิตรอื่นๆ จนสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นได้เป็นผลสำเร็จ.  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ซัมซุง”พัฒนาแอพช่วยเปิดโลกความรู้ให้ผู้พิการทางสายตา

  • ไฟเขียวกฟผ.ขยายระบบไฟฟ้าเฟส 3

    ไฟเขียวกฟผ.ขยายระบบไฟฟ้าเฟส 3

    กฟผ.ทุ่มงบกว่า 12,100 ล้านบาท ขยายระบบไฟฟ้ารับเศรษฐกิจกทม.-ปริมณฑลขยายตัว รวมถึงรองรับโครงการรถไฟฟ้าสารพัดสายและรับมือหากพม่าปิดซ่อมท่อส่งก๊าซธรรมชาติ
    นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบโครงการขยายระบบไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ระยะที่ 3 วงเงินรวม 12,100 ล้านบาท ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น และแก้ปัญหาด้านการปฎิบัติการระบบไฟฟ้ากรณีเกิดขัดข้องของท่อก๊าซธรรมชาติจากประเทศพม่า จนทำให้โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตกและกรุงเทพฯ หยุดการผลิตไฟฟ้า จึงต้องปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าเพื่อสนองความต้องการไฟฟ้า และรักษาระดับความมั่นคงเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งนี้วงเงินทั้งหมดจะดำเนินการใน 8 โครงการ ทั้งการยกระดับแรงดันสายส่งให้มีระดับแรงดันมากขึ้นเป็น 500 เควี ก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูง ติดตั้งหม้อแปลงเพิ่มเติมตามสถานีไฟฟ้าแรงสูงต่างๆ ติดตั้งตัวเก็บประจุไฟฟ้าแบบขนานตามสถานีไฟฟ้าแรงสูงต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจะแล้วเสร็จในเดือนส.ค. 61 ใช้เวลาดำเนินการ 5 ปี 5 เดือน มีผลตอบแทนด้านเศรษฐศาสตร์ 35.32% มีผลตอบแทนด้านการเงิน 16.51% และมีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐศาสตร์ 10,021.8 ล้านบาท นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน ได้รายงานเพิ่มเติมว่า เนื่องจากกรุงเทพฯและปริมณฑล ต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสูงมาก เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ และไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ได้ จึงต้องใช้วิธีการยกระดับแรงดันและขยายขนาดสายส่งไฟฟ้า รวมทั้งติดหม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องดำเนินการเพื่อรองรับโครงการรถไฟฟ้าต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย อย่างไรก็ตามสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เห้นว่า กฟผ.จำเป็นต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบขั้นตอนการดำเนินงานให้ชัดเจนด้วย เพื่อป้องกันการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันกฟผ.ต้องทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยเพราะมีการลงทุนซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศ รวมทั้งต้องวิเคราะห์และจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับระบบพลังงานไฟฟ้าของประเทศด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไฟเขียวกฟผ.ขยายระบบไฟฟ้าเฟส 3