เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • หุ้นไทยวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 6.21 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 6.21 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 25 พ.ย. ดัชนีปรับลดลงแรงกว่า 13 จุดทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็ฟื้นตัวขึ้นได้ แต่ยังอยู่ในแดนลบ สวนทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องความร้อนแรงของสถานการณ์การเมืองในประเทศ จากการที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ดาวกระจายไปในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพฯ จำนวน 13 กดดันให้ระหว่างวันดัชนีลดลงต่ำสุดที่ 1,345.02 จุด ทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,359.90 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,352.86 จุด ลดลง 6.21 จุด หรือ 0.46% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 32,181.18 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. นามยง ปิดที่ 13.40 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท 2. ทรู ปิดที่ 8.65 บาท ลดลง 0.05 บาท 3. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 160.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท 4. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 172.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท 5. ปตท. ปิดที่ 293.00 บาท ลดลง 4.00 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 6.21 จุด

  • เอดีบีเล็งลดจีดีพีไทยลงอีก

    เอดีบีเล็งลดจีดีพีไทยลงอีก

    นางลักษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโส สำนักงานผู้แทนประจำประเทศไทย ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยว่า เอดีบีเตรียมปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 56 ลงจากเดิมที่ประเมินไว้ 3.8% เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ และไตรมาส 4 เห็นว่าการส่งออกคงไม่ฟื้นตัวมากนัก ขณะที่ เศรษฐกิจไทยปี 57 นั้นน่าจะขยายตัวได้ดีกว่าปีนี้ โดยการส่งออกจะเริ่มกลับฟื้นตัวมากขึ้นตามเศรษฐกิจโลก ทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปที่มีแนวโน้มดีขึ้น รวมถึงการลงทุนภาครัฐตามนโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท จะช่วยสนับสนุนการลงทุนภาคเอกชนให้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เอดีบียังคงติดตามว่าภาครัฐจะเบิกจ่ายเงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ตามแผนที่วางไว้ได้มากน้อยเพียงใด เพราะการลงทุนที่ต่อเนื่อง จะช่วยพยุงเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนต่อไปได้ โดยหวังว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศจะไม่ยืดเยื้อ เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชนบ้างแล้ว ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยปี 56 ไม่ฟื้นตัวมากนัก แต่เชื่อว่าภาพรวมการส่งออกปีนี้จะไม่ติดลบ อย่างไรก็ตาม สำหรับผลกระทบจากเศรษฐกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะการปรับลดมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง (คิวอี) ของสหรัฐ ที่อาจทำให้เงินทุนไหลออกและอัตราดอกเบี้ยของโลกอยู่ในช่วงขาขึ้นนั้น เชื่อว่าภาคตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกได้รับรู้ข่าวสารและเตรียมการตั้งแต่ช่วงกลางปี 56 โดยเฉพาะพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี เชื่อว่าจะสามารถรับมือต่อความผันผวนที่จะเกิดขึ้นได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอดีบีเล็งลดจีดีพีไทยลงอีก

  • ทอท.เตือนผู้โดยสารมาสนามบินล่วงหน้า 3 ชม.

    ทอท.เตือนผู้โดยสารมาสนามบินล่วงหน้า 3 ชม.

    นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือทอท. เปิดเผยว่า ได้ประกาศให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เผื่อเวลาการเดินทางไปยังท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่งให้มากขึ้น จากเดิม 2 ชั่วโมง เพิ่มเป็น 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการพลาดเที่ยวบิน เนื่องจากอาจจะมีปัญหาในเรื่องของการจราจรหนาแน่นในหลายจุด ภายหลังมีการชุมนุมเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ให้ติดตั้งป้ายแนะนำเส้นทางเข้าออกให้ชัดเจนในทุกจุด โดยเฉพาะที่สถานีมักกะสัน ซึ่งสามารถเดินทางเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสถานีเพชรบุรี ของรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่จะเข้าใช้บริการมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการเดินทางโดยรถยนต์อาจจะมีปัญหา โดยเฉพาะบริการแท็กซี่ที่มิเตอร์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ เพราะเมื่อไปส่งผู้โดยสารในเมืองแล้ว จะไม่สามารถกลับมารับผู้โดยสารได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วเหมือนเดิม “แท็กซี่มิเตอร์ที่จดทะเบียนให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมี 5,000 คัน ปกติก็ให้บริการได้เพียงพอกับความต้องการ แต่ช่วงนี้การไปส่งผู้โดยสารในเมืองมีปัญหาการจราจรที่ตัดขัด จึงกลับมารับผู้โดยสารได้ไม่ทัน ทางท่าอากาศยานจึงจำเป็นต้องจดทะเบียนรถแท็กซี่มิเตอร์ที่มาส่งผู้โดยสารที่ไม่ได้จดทะเบียนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้สามารถรับผู้โดยสารออกไปส่งได้ก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมากขึ้น ผู้โดยสารสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 1722” นางระวีวรรณกล่าวว่า ทอท.ยังได้เตรียมรถชัตเตอร์บัสไว้รองรับผู้โดยสารกรณีรถโดยสารสาธารณะไม่เพียงพอกับความต้องการด้วย ซึ่งเป็นมาตรการที่ ทอท.ดำเนินการมาโดยปกติอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ยังได้หารือกับผู้ประกอบการสายการบิน และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เพื่อประเมินสถานการณ์กันแบบวันต่อวัน เพื่อพิจารณาแนวทางการรองรับและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารได้อย่างทันท่วงที ด้านนางนวลอนงค์ วงศ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.ได้เปิดให้บริการรถไฟสายใต้ตามปกติแล้ว หลังได้มีการซ่อมแซมทางรถไฟที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมเสร็จ อย่างไรก็ตามการเดินรถอาจถึงจุดหมายปลายทางล่าช้าบ้าง เนื่องจากมีปัญหาน้ำท่วมหลายจุด ขบวนรถอาจลดความเร็วในการให้บริการให้ช้าลงกว่าปกติ ส่วนในช่วงที่มีการซ่อมบำรุงก็จะต้องลดความเร็วให้ต่ำลงกว่าปกติด้วยเช่นเดียวกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทอท.เตือนผู้โดยสารมาสนามบินล่วงหน้า 3 ชม.