เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • รมว.คลังผิดวังตัวเลขจีดีพี

    รมว.คลังผิดวังตัวเลขจีดีพี


    “นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว . คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความผิดหวังอย่างมากกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในช่วง 3 ไตรมาสของปี 56 ( ม . ค . – ก . ย .) เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังมีความผันผวนอยู่ทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ โดยเฉพาะแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยบางโครงการที่ล่าช้า เช่น โครงการบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท และ โครงการระบบขนส่งมวลชน 2 ล้านล้านบาท เป็นต้น ทั้งนี้ประเทศไทยมีความต้องการโครงการลงทุนขนาดใหญ่มากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่หากหลายฝ่ายได้แสดงความกังวลต่อความไม่โปร่งใส ภาครัฐก็ขอให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้ เพื่อให้โครงการต่างๆ หากไม่มีปัญหาอะไรขัดข้องเชื่อว่าทั้ง 2 โครงการสามารถเดินหน้าได้ในปี 57 ขณะเดียวกันขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้ว่าทั้ง 2 โครงการนี้จะไม่ทำให้ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะเกินกว่า 50 % ของจีดีพีแม้แต่วินาทีเดียว เพราะรัฐบาลจะทะยอยการลงทุนภายใน 7 ปี “ส่วนตัวเลขจีดีพีที่สศช . ประกาศไตรมาส 3 ที่โต 2.7 % เป็นที่น่าพอใจหรือไม่นั้น ต้องติดตามได้จากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่การส่งออกที่อยู่ระดับ 0% ไม่ได้ทำให้ไทยหมดความสามารถการแข่งขัน เพราะหากเปรียบเทียบกับต่างประเทศหลายประเทศส่งออกติดลบ เป็นผลมาจากการค้าระหว่างกันลดลง ซึ่งหากมองในภาพรวมดุลการค้าของไทยยังมีความสมดุล สำหรับตัวเลขจีดีพีทั้งปีที่อยู่ 3% นั้น เป็นการคาดการณ์ของสศช . ถ้าต้องการให้จีดีพีโตมากกว่านี้รัฐจำเป็นต้องทำงานให้หนักขึ้น”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รมว.คลังผิดวังตัวเลขจีดีพี

  • อดีตรมว.พาณิชย์จวกรัฐคิดได้แค่”ธงฟ้า”

    อดีตรมว.พาณิชย์จวกรัฐคิดได้แค่”ธงฟ้า”

    นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธาน บลจ. เอ็มเอฟซี และกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 56 เรื่องโมเดลใหม่ในการพัฒนา สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพโดยการเพิ่มผลิตภาพ จัดโดยสถาบันวิจัยเพื่อการัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ว่า ไม่เห็นด้วยกับกระทรวงพาณิชย์ที่นึกอะไรไม่ออกก็จัดกิจกรรมธงฟ้าราคาประหยัด แต่กลับนำของหมดอายุมาขาย ทำให้ประชาชนไม่ได้รับสินค้าที่มีราคาถูกและมีคุณภาพ ขณะที่กรณีรัฐบาลเข้าไปแทรกแซงราคาสินค้าอุปโภค บริโภค อย่างไม่สมเหตุสมผล รวมถึงสินค้าเกษตร โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวนั้น ทำให้เกิดการบิดเบือนการผลิตรุนแรงเกินไปและทำให้สินค้าที่มีคุณภาพลดลง ทั้งนี้รัฐบาลควรปล่อยให้เอกชนเกิดการแข่งขัน โดยไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องการควบคุมราคา สนับสนุนเอกชน ทั้งการลงทุนและการวิจัย เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการพัฒนาผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ รวมถึง เอกชนต้องพัฒนาด้วยการยกระดับการผลิต โดยนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาผลิตเพื่อสร้างความแตกต่าง นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ทีดีอาร์ไอ กล่าวเรื่องโฉมหน้าและแนวทางสู่โมเดลใหม่ในการพัฒนาประเทศ ว่า แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตเพื่อให้หลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ต้องกำหนดแนวทางใหม่ โดยต้องเร่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ซึ่งมีต้นเหตุจากการบริหารนโยบายทางการคลังของรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพ เก็บภาษีคนจนมากกว่าคนรวย และนำเงินงบประมาณไปจ่ายให้คนรวยได้รับประโยชน์ เห็นได้จากโครงการรับจำนำข้าว ชาวนาที่ยากจนจริงจะได้รับเงินถึงมือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น “หากคิดผลขาดทุน 150,000 ล้านบาทต่อปี เงินจะตกไปอยู่ในมือชาวนาที่ยากจนเพียง 35,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นชาวนาที่ร่ำรวย โรงสี ผู้ส่งออก นักการเมือง ข้าราชการ และชาวนาต่างประเทศ จึงอยากให้กลับมาคิดใหม่ ไม่ใช้มายาคติแบบเดิมๆที่คิดว่า คนจนคือชาวนา แล้วต้องช่วยเหลือโดยจัดงบประมาณจำนวนมากไปช่วย ทั้งที่จริงคนจนมีทุกสาขาอาชีพ อย่าเหมาหมด โดยเงินในส่วนดังกล่าวหากนำมาจัดเป็นสวัสดิการส่งคมเพื่อคนจนจริงๆ เช่น ฝึกฝีมือแรงงาน เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ช่วยเหลือนักเรียนยากจน สนับสนุนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และขยายประกันสังคมให้ครอบคลุม ซึ่งใช้เงินเพียง 85,000 ล้านบาทเท่านั้น และสามารถช่วยคนจนได้ทั่วประเทศทุกมิติ”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อดีตรมว.พาณิชย์จวกรัฐคิดได้แค่”ธงฟ้า”

  • กสทช.อนุมัติหลักปฎิบัติประมูลทีวีดิจิทัล

    กสทช.อนุมัติหลักปฎิบัติประมูลทีวีดิจิทัล

    วันนี้(18พ.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่า ที่ประชุมกสท. อนุมัติร่างหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการธุรกิจระดับชาติ 24 ช่อง เพื่อนำไปเป็นแนวทางปฎิบัติให้แก่ผู้เข้าร่วมการประมูลที่ได้ยื่นเอกสารขอรับการประมูล 29 ราย 41 ซองคำขอ โดยจะแจ้งร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวภายใน 45 วันหลังจากการตรวจสอบคุณสมบัติ เอกสาร โดยจะครบกำหนด วันที่ 13 ธ.ค.56 หลังจากนั้นภายใน 7 วันสำนักงานจะแจ้งวัน เวลา สถานที่ในการจัดการประมูลให้แก่ผู้เข้าร่วมการประมูลทุกรายทราบก่อนการประมูล โดยการประมูลจะเริ่มต้นจากช่องวาไรตี้คุณภาพคมชัดสูง ( เอชดี ) ตามด้วยวาไรตี้คุณภาพมาตรฐาน(เอสดี) ช่องข่าว และช่องเด็ก / เยาวชน/ ครอบครัว ตามลำดับ ให้ผู้เข้าร่วมประมูลส่งรายขื่อตัวแทนผู้เข้าร่วมบริษัทละไม่เกิน 5 คนในแต่ละหมวดให้สำนักงานกสทช.ล่วงหน้า 5 วันก่อนการประมูล ซึ่งเบื้องต้นคาดว่า การประมูลจะมีในช่วงกลางเดือนธ.ค.56 ถึงกลางเดือนม.ค.57 สำหรับตัวแทนที่จะเข้าร่วมการประมูลต้องรายงานตัว และให้เตรียมตัวแทน 1 คน เพื่อจับสลากกำหนดลำดับการจับสลาก หลังจากนั้นจะจับสลากเลือกซองบรรจุหมายเลขห้องประมูล และเลือกซองบรรจุ Username หรือชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบการประมูล ในขณะเดียวกันเมื่อเข้าห้องประมูลเรียบร้อยแล้ว ผู้แทนที่เข้าร่วมกันประมูลจะเปลี่ยนหรือเพิ่มไม่ได้ สำหรับร่างดังกล่าวนี้ กำหนดการปฎิบัติผู้ประมูลไว้ 6 หมวด ดังนี้ 1.การเตรียมการประมูล 2.การเข้าสู่สถานที่การจัดประมูล 3.การประมูล 4.การติดต่อสื่อสารระหว่างการประมูล 5.การประกาศและรับรองผลการประมูล 6.มาตรการรักษาความเป็นธรรม และผลประโยชน์ของรัฐในการประมูล และได้กำหนดหนังสือยินยอมเพื่อการรักษาข้อมูลสารสนเทศที่ต้องห้ามเปิดเผยและป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และ สิ่งของและอุปกรณ์ที่อนุญาตนำเข้าห้องประมูล “ตอนนี้ยังไม่ระบุวัน เวลา สถานที่การประมูล เพราะต้องรอกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอยื่นรับการประมูลให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลา 45 วันนับจากวันที่ยื่นซองเมื่อวันที่ 28-29 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยคาดว่าการประชุมครั้งหน้าก็จะไม่สามารถประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติได้ เนื่องจากสำนักงานกสทช. ยังตรวจสอบเอกสารไม่เสร็จ ในขณะที่กสท.เองจะไม่เข้าไปยุ่งในการตรวจสอบฯ และยังไม่ได้รับรายงานว่า ใครไม่ผ่านคุณสมบัติ” พ.อ.ดร.นทีกล่าว นอกจากนี้กสท.ยังให้ใบอนุญาตสำหรับการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้่านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (เสาส่งสัญญาณ ) จำนวน 2 ราย ได้แก่บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 1 ใบอนุญาต จำนวน 31 สถานีส่ง และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 1 ใบอนุญาต จำนวน 48 สถานีส่ง เพื่อให้ผู้ประกอบการโครงข่ายเช่าใช้ และอนุมัติต่ออายุใบอนุญาต 2 ปี ให้แก่ช่องรายการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีจำนวน 27 ช่องรายการ ได้แก่ จีเอ็มเอ็ม 3 ช่อง จีเอ็มเอ็มบี 9 ช่อง และมูลนิธิไกลกังวล 15 ช่องซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่หมดอายุในวันที่ 25 พ.ย.56 นอกจากนี้ยังอนุญาตทดลองวิทยุเพิ่มเติม 81 ใบอนุญาต แบ่งเป็นธุรกิจ 62 ใบอนุญาต สาธารณะ 17 ใบอนุญาต และชุมชน 2 ใบอนุญาต รวมออกใบอนุญาตทั้งหมด 3,209 ใบอนุญาต

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.อนุมัติหลักปฎิบัติประมูลทีวีดิจิทัล