เดือน: มกราคม 2014

  • ประชุมบอร์ดทีโอทีผู้บริหารงดให้สัมภาษณ์สื่อ

    ประชุมบอร์ดทีโอทีผู้บริหารงดให้สัมภาษณ์สื่อ

    วันนี้ (14 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) ทีโอที โดยมี พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานบอร์ด ซึ่งได้ประชุมที่ กรมราชทัณฑ์ โดยส่วนที่เข้าร่วมประชุมบอร์ดครั้งนี้ ประกอบด้วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในส่วนของการตรวจสอบ บัญชี การเงิน การตลาด และผลการดำเนินงานทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประชุมบอร์ดเสร็จ ผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ติดต่อ นายสุชาติ ประธานบอร์ด แต่ก็ไม่รับสาย ในขณะที่ นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆสำหรับบรยยากาศในการปฏิบัติงานของพนักงาน ทีโอที นั้น เป็นไปอย่างเงียบเหงา จะมีพนักงานเข้ามาทำงานที่สำนักงานใหญ่ ทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ บางตา และเป็นผู้ที่พักอาศัยอยู่ในสถานที่ใกล้เคียงเท่านั้น โดยพนักงานส่วนมากจะปฏิบัติงานผ่านอินเทอร์เน็ตที่บ้าน ทั้งนี้ หากใครมีความจำเป็นที่จะเข้ามาเอาเอกสารสำคัญก็สามารถเข้ามาในสำนักงานได้ โดยจะมีการตรวจบัตรพนักงานอย่างเข้มงวดผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) ของ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 ม.ค.นี้ จะมีการประชุมที่ กสท สาขา นนท์บุรี โดย นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท ได้แจ้งมายังสื่อมวลชนว่าจะไม่มีการแถลงข่าวแต่อย่างใด ส่วนสถานการณ์ในการเข้มงวดการเข้าออกอาคารยังเป็นไปอย่างเข้มงวดเช่นกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประชุมบอร์ดทีโอทีผู้บริหารงดให้สัมภาษณ์สื่อ

  • “กิตติรัตน์” ลั่นพร้อมชี้แจงกกต.

    “กิตติรัตน์” ลั่นพร้อมชี้แจงกกต.

    นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กำลังเตรียมความพร้อมในการเข้าไปชี้แจงกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับแนวทางการขอกู้เงิน 130,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาลผลิต 56/57 โดยยืนยันว่าเป็นโครงการต่อเนื่อง ที่ ครม. มีมติอนุมัติให้ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส3 ปี 56 อีกทั้งไม่ได้เป็นการก่อภาระหนี้ก้อนใหม่แต่อย่างใด รวมถึงไม่ได้เป็นการดำเนินการที่เป็นภาระ หรือกระทบต่อกรอบวินัยทางการคลังอีกด้วย "การกู้เงินในโครงการรับจำนำข้าว130,000 ล้านบาทนั้น ส่วนตัวผมเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในระบบของประเทศโดยเรื่องนี้ กระทรวงการคลังจะดำเนินการในแนวทางเดียวกันกับที่เคยได้สอบถาม เรื่องการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอล์ฟโลน) และการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเหลือ 0.005 บาทต่อลิตร ซึ่งในส่วนของการจ่ายเงินให้เกษตรกรที่นำข้าวเข้าโครงการและได้รับใบประทวนแล้วนั้น ขณะนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กำลังทยอยจ่ายเงินอย่างต่อเนื่อง"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “กิตติรัตน์” ลั่นพร้อมชี้แจงกกต.

  • “โต้ง”จับตา4ปัจจัยกระทบเศรษฐกิจ

    “โต้ง”จับตา4ปัจจัยกระทบเศรษฐกิจ

    นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับ รักษาการรมช.คลัง และผู้บริหารของ 3 กรมจัดเก็บภาษี และพบว่า แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยนั้น ต้องจับตา 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การส่งออก ที่ยังพอมีปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาท การลงทุนของภาครัฐ ซึ่งแม้จะเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ แต่ได้อนุมัติการเบิกจ่ายงบประมาณ ปีงบประมาณ 57 ไว้เรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่าทุกส่วนราชการ ยังสามารถเบิกจ่ายได้ตามปกติ รวมถึงการลงทุน และการบริโภคของภาคเอกชน ที่เริ่มเป็นห่วงว่า อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่มั่นใจที่จะจับจ่ายใช้สอย และปัจจัยเรื่องรายได้ของภาคแรงงาน ที่อาจปรับตัวลดลง ซึ่งสอดคล้องกับการลงทุนของภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงตามไปด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลรักษาการ ทั้ง นายกรัฐมนตรี รวมถึงหน่วยงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง โดยได้กระจายการทำงานไปยังพื้นที่สำรอง ที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ เพื่อลดสาเหตุของชนวนความขัดแย้ง และไม่ให้การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ สะดุดลง ยอมรับว่าจากสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ อาจทำให้ประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ลดลงไปบ้าง และหากยังมีการชุมนุมยืดเยื้อ อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในระบบเศรษฐกิจของประเทศทั้งนักลงทุนในและนอกประเทศในระยะยาวได้ สำหรับแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้น ถือว่าเป็นภาวะปกติของการซื้อขายในตลาดหุ้น ที่ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้ออย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ามีทั้งแรงซื้อและแรงขายเกิดขึ้น โดยมองว่าการที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยไม่ปรับตัวลดลงในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี สามารถสะท้อนได้ว่านักลงทุนทั้งในและต่างชาติ ยังคงมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “โต้ง”จับตา4ปัจจัยกระทบเศรษฐกิจ