เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • ราคาทอง19ก.พ.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,750บาท

    ราคาทอง19ก.พ.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,750บาท

    วันที่ 19 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:27 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 100 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,750 บาท รับซื้อ 19,950.56 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,350 บาท รับซื้อ 20,250 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,750 บาท รับซื้อ 19,950.56 บาท ทองแท่งขาย 20,350 บาท รับซื้อ 20,250 บาท เวลา 09:27 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง19ก.พ.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,750บาท

  • ดันหนังไทยรับเออีซี – เออีซีกับ ม.หอการค้าไทย

    ดันหนังไทยรับเออีซี – เออีซีกับ ม.หอการค้าไทย

      คงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นไม่น้อย หากประเทศไทยมีทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์ รวมถึงดารานักแสดงระดับโลกยกกองมาถ่ายทำภาพยนตร์กันในประเทศ ยิ่งเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ไปแล้ว เชื่อได้ว่า หลายประเทศในภูมิภาคนี้คงเป็นแหล่งถ่ายภาพยนตร์ชั้นดีที่ดึงดูดค่ายหนังยักษ์ใหญ่ของโลกหอบเงินเข้ามาช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในภูมิภาคให้เติบโตทัดเทียมกับซีกโลกตะวันตก โดยเฉพาะประเทศไทยเองที่มีแหล่งท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย และรู้จักกันทั่วโลก จึงน่าจะเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์มากขึ้น “ดร.อรดล แก้วประเสริฐ” อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกในรายการ “เศรษฐกิจติดจอ” ทาง เดลินิวส์ทีวี เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ไทยมีความพร้อมมาก โดยเฉพาะสถานที่ต่าง ๆ ที่สามารถใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ เพราะที่ผ่านมาก็มีทีมภาพยนตร์ระดับโลกเข้ามาถ่ายทำอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้สร้างประโยชน์ตามมามากมาย ทั้งชื่อเสียงและรายได้ แต่ใช่ว่าจะมีแต่แง่ดีอย่างเดียว เพราะขณะที่การสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ให้เติบโตนั้น ยังติดเรื่องข้อกฎหมายหลายอย่างที่ภาครัฐจำเป็นต้องแก้ไขให้สะดวกมากขึ้น เช่น ความชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาการอนุมัติให้ถ่ายทำภาพยนตร์ ต้องระบุออกมาให้ชัด เพื่อให้ผู้ที่ขอสามารถวางแผนและตัดสินใจได้ ขณะที่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แน่นอนว่าเป็นผลดีกับไทยหลายเรื่อง แต่เรื่องของอุตสาหกรรมภาพยนตร์อาจไม่ได้รับผลดีตาม เพราะหลาย ๆ ประเทศได้เข้ามาแข่งขันและอยากเป็นศูนย์กลาง โดยได้มอบสิทธิพิเศษมากกว่าที่ไทยให้ เช่น มาเลเซีย ลดภาษีให้คนมาทำภาพยนตร์ 10% เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโต ขณะที่ประเทศเนื้อหอมอย่างเมียนมาร์และ สปป.ลาว ที่เริ่มเปิดประเทศ หลายคนได้สนใจเข้าไปทำภาพยนตร์ ดังนั้นถ้าไทยยังไม่ปรับตัว หรือหาแนวทางส่งเสริมให้มากขึ้น ไม่แน่ในอนาคตอาจแข่งขันกับประเทศเหล่านี้ได้ยาก  ทุกวันนี้… ความก้าวหน้าของภาพยนตร์ได้ปรับตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ถูกลง ทำให้คนข้ามาในวงการมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่กระทบกับไทยจากนี้ คือเรื่องของภาษาที่อาจสู้กับประเทศอื่นได้ยาก เพราะนอกเหนือจากภาษาสากล ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสแล้ว คนไทยหรือคนทำหนังต้องเรียนรู้ภาษาเพื่อนบ้าน หรืออาเซียนด้วย เห็นได้ชัดว่า ตอนนี้อย่างคนสปป.ลาวหรือคนเขมร อ่านภาษาไทยได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก บางคนสามารถอ่านภาษาไทยได้อย่างแตกฉานเสมือนคนไทย ดังนั้นคนไทยต้องหันมาปรับตัว เข้ามาเรียนรู้เพราะถ้าเอาเข้าจริง คนไทยใช้เวลาเรียนแค่ 3 เดือนก็พอสื่อสารได้แล้ว “ถ้าเทียบกับเพื่อนบ้านที่ไหนน่ากลัวสุด ถ้าให้มองคือ ฟิลิปปินส์ ด้วยภาษา เทคโนโลยี จำนวนคนที่มาก และความหลากหลาย ความ เฉพาะทางของเกาะแก่งที่น่าสนใจ ขณะที่อินโดนีเซียก็น่าสนใจ แต่ยังไม่มีความเป็นสากลเท่ากับฟิลิปปินส์ รวมทั้งประเทศที่เปิดใหม่ ทั้งเมียนมาร์ สปป.ลาว แม้ว่าคุณภาพของไทยตอนนี้จะนำหน้าและสู้ได้ แต่ในอนาคตยังไม่แน่นอน แต่ยังขาดมาก ๆ คือในเรื่องของภาษา ถือว่าสำคัญที่สุดเลย”  ทั้งนี้หากพิจารณาถึงข้อดีที่ไทยได้ประโยชน์ หากหน่วยงานภาครัฐสนับสนุนอุตสาหกรรมดังกล่าวอย่างเต็มที่ คงเป็นโอกาสที่ดีมาก เพราะตั้งแต่ก่อนการผลิต หลังการผลิต ระหว่างการผลิต มีการแลกเปลี่ยน การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งผู้สร้างภาพยนตร์ได้พาทีมผู้ถ่ายทำเข้ามา 200 คนมาอยู่เป็นเดือนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ก็มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นทั้ง ค่ารถ ค่าอาหาร ค่าโรงแรมที่พัก สถานที่ เสื้อผ้า ถือเป็นการสร้างรายได้ในระบบเศรษฐกิจในพื้นที่นั้น ๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะตามต่างจังหวัดบางทีก็ยังใช้คนในพื้นที่เป็นตัวประกอบด้วย ส่วนข้อที่ไทยเสียเปรียบ ที่เห็นชัดที่สุดคือการจัดการที่ยังไม่มีความชัดเจน เช่น การที่คนเข้ามาถ่าย บางคนถ่ายตรงนี้ได้ บางคนถ่ายตรงนี้ไม่ได้ ทำให้ไม่มีความชัดเจนหรือมีขอบเขตที่ไม่แน่นอน แม้แต่คนไทยเองก็เกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ควบคุมต้องมีกฎชัดเจนแน่นอน ต้องระบุออกมาตรงไหนถ่ายได้ ตรงไหนถ่ายไม่ได้ เพื่อให้คนที่เข้ามาทำภาพยนตร์ได้รู้ว่า เขาต้องเริ่มต้นอย่างไร เพราะหนังต่างประเทศที่เข้ามานั้นจะมีค่าจ่ายสูงตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว นักแสดงคิดค่าเสียเวลาหากถ่ายหนังไม่ได้ตามกำหนด ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าใครจะรับผิดชอบ  อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแนวทางการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยนั้น รัฐบาลได้กำหนดไว้เป็นนโยบายที่สำคัญ โดยประกาศให้ไทยเป็นศูนย์กลางภาพยนตร์เอเชีย ซึ่งกำหนดเป็นยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ระยะที่ 2 (55-59) โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์เอเชียและแหล่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์สำคัญในตลาดโลก ทั้งการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการอุตสาหกรรมภาพยนตร์คู่กับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ และผลักดันให้ตั้งหน่วยงานมาดูแลงานภาพยนตร์โดยเฉพาะ พร้อมพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตของอุตสาหกรรมดังกล่าวให้เติบโต ส่วนจะเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหนนั้น เชื่อว่าอีกไม่นานก็คงได้รู้.. วสวัตติ์ โอดทวี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดันหนังไทยรับเออีซี – เออีซีกับ ม.หอการค้าไทย

  • กาตาร์ แอร์เวย์ส รุกตลาดเอเชีย พร้อมเข้าแข่งขันน่านฟ้าAEC

    กาตาร์ แอร์เวย์ส รุกตลาดเอเชีย พร้อมเข้าแข่งขันน่านฟ้าAEC

    กาตาร์  แอร์เวย์ส เดินหน้าขยายเส้นทางทั่วโลกรวมทั้งเอเชีย ตอกย้ำความเป็นสายการบินที่เติบโตอย่างรวดเร็ว  พร้อมเข้าสู่การแข่งขันในน่านฟ้าแห่งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  นายจิมมี ซึง ผู้จัดการประจำเขตประเทศไทยและประเทศเมียนมาร์สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส กล่าวว่า กาตาร์ แอร์เวย์สเป็นสายการบินจากตะวันออกกลางเพียงสายการบินเดียวที่บินเข้าสู่สหภาพเมียนมาร์ซึ่งถือเป็นขุมทองแห่งใหม่ที่นักธุรกิจทั่วโลกต่างจับตามองและต้องการเข้ามาลงทุนธุรกิจการค้า   “สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส เคยบินเส้นทางนี้อยู่แต่ต้องหยุดไปในปี พ.ศ. 2551 เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองของเมียนมาร์และกลับมาเริ่มบินใหม่อีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2555 โดยมีเที่ยวบินจากกรุงโดฮาสู่ย่างกุ้งสัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน และเพิ่มเป็นวันละ 1 เที่ยวบินในช่วงฤดูท่องเที่ยวนอกจากนี้เรายังคงมองหาเส้นทางใหม่ ๆ ในประเทศไทยต่อไป เราจะไม่หยุดนิ่งแต่จะยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายตลาดการบินในภูมิภาคนี้ต่อไป”  แม้ว่าในเมืองไทยจะมีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองอยู่ก็ตามธุรกิจของสายการบินการตาร์ แอร์เวย์ส ก็ยังคงดำเนินไปด้วยดีเพราะยังมีผู้โดยสารที่บินเข้ามาในกรุงเทพฯ และต่อไปยังจังหวัดอื่น ๆ ของประเทศไม่ว่าจะเป็นกระบี่ เชียงใหม่ สมุย หรืออื่น ๆ โดยเชื่อมต่อกับเส้นทางของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สซึ่งเป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมอีกทั้งเส้นทางโดฮา-ภูเก็ตที่ผ่านเข้าทางกัวลาลัมเปอร์เองก็สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีผู้โดยสารที่บินเข้ามากรุงเทพฯ ด้วยจุดประสงค์อื่น ๆ นอกจากท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องรวมทั้งชาวตะวันออกกลางเองที่บินเข้ามาเพื่อใช้บริการการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพฯ เป็นต้น สายการบินกาตาร์แอร์เวย์สมีความพร้อมในการแข่งขันในภูมิภาคนี้เพราะมีเส้นทางบินครอบคลุมหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียนี้อยู่แล้วนอกจากเส้นทางโดฮา-กรุงเทพฯ แล้วก็ยังมีเที่ยวบินไปฮานอยโฮจิมินห์ซิตี้ บาหลี จาการ์ตา มะนิลา กัวลาลัมเปอร์ พนมเปญและสิงคโปร์ ด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กาตาร์ แอร์เวย์ส รุกตลาดเอเชีย พร้อมเข้าแข่งขันน่านฟ้าAEC