เดือน: มีนาคม 2014

  • ศูนย์วิจัยเชิงนวัตกรรมเพื่อโครงการ Internet.org

    ศูนย์วิจัยเชิงนวัตกรรมเพื่อโครงการ Internet.org

    อีริคสันและเฟซบุ๊กได้ประกาศร่วมกันถึงการจัดตั้งศูนย์วิจัยเชิงนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนโครงการ Internet.org โดยศูนย์วิจัยแห่งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือกันระหว่างอีริคสันและเฟซบุ๊ก เพื่อเตรียมการด้านสภาพแวดล้อมและทักษะความชำนาญในการสร้างความเหมาะสมให้กับแอพพลิเคชั่น เครือข่าย อุปกรณ์และการบริการที่จะมารองรับผู้ใช้งานอินเทอร์ เน็ตอีกจำนวนกว่า 5 พันล้านคน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า ศูนย์วิจัยจะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลังปี 2557 ที่แคมปัสเฟซ บุ๊ก ในเมนโล พาร์ค รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยการจัดตั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อสอดรับกับเป้าหมายหลักของโครงการ Internet.org ในการที่จะขยายโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้กับทุกคน ด้วยพื้นฐานตามอุปกรณ์ของอีริคสันและความสามารถด้านการบริการตรวจสอบแอพพลิเคชั่น (Application Verification) รวมทั้งการเป็นผู้นำเทคโนโลยีในด้านโมบาย เน็ตเวิร์ก อีริคสันจะเตรียมการสำหรับเฟซบุ๊กและนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นในการจำลองสภาวะแวดล้อมทางเครือข่ายที่มีความแตกต่างกันจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อให้นักพัฒนาได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ นายเจย์ พาลิงค์ รองประธานฝ่ายวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐานของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า  ศูนย์วิจัยแห่งนี้ จะช่วยให้นักพัฒนาจำลองสภาพของการใช้งานในเครือข่ายสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เหมือนจริง ได้ทดสอบและปรับปรุงความเหมาะสมแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ภายใต้สถานการณ์ที่แตกต่างกัน ถือเป็นความเชี่ยวชาญอันเฉพาะตัวของอีริคสัน ศูนย์วิจัยแห่งนี้จะช่วยขจัดอุปสรรคที่ปิดกั้นไม่ให้ผู้คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้หมดไป แม้ว่าทุกวันนี้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงเครือข่ายเพื่อทดสอบและพัฒนาแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้จากที่ทำงานหรือออฟฟิศ  แต่ในความเป็นจริงความหลากหลายในเทคโน โลยีของเครือข่ายที่แตกต่างกัน เช่น 2G, 3G, 4G และ ไว-ไฟ ในสถานที่ ๆ แตกต่าง ทำให้ผู้บริโภคนั้นมีการเข้าถึงและใช้เครือข่ายที่แตกต่างกันด้วย รวมทั้งความหลากหลายและระบบของโทรศัพท์รวมทั้งอุปกรณ์ที่หลากหลายของผู้บริโภคอีกด้วย ดังนั้นศูนย์วิจัยเชิงนวัตกรรมจะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ สามารถจำลองสภาพแวดล้อมทางเครือข่ายที่อย่างหลากหลายจากทุก ๆ แห่งในโลกได้เลย จากการประกาศการจัดตั้งโครงการ Internet.org ในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา ด้วยวัตถุประสงค์ที่จัดตั้งโครงการขึ้นเพื่อให้ผู้กว่า 2 ใน 3 ของโลกที่ยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ตนั้นสามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์ เน็ตที่มีราคาที่ถูกลง ใช้งานดาต้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการขับเคลื่อนทางธุรกิจ  นาย โจฮานน์ วีเบรกค์ รองประธานระดับสูงและหัวหน้าฝ่าย Business Unit Networks ของอีริคสัน กล่าวว่า  บริการการตรวจสอบแอพพลิเคชั่น (Application Verification Service) เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของอีริคสันในเรื่องของการสร้างสังคมเครือข่าย (Networked Society) ที่อุปกรณ์ต่าง ๆ จะสามารถเชื่อมต่อสื่อสารกันมากยิ่งขึ้นโดยจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจอีกมากมาย. 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยเชิงนวัตกรรมเพื่อโครงการ Internet.org

  • คมนาคมยันโครงการปัจจุบันเดินหน้าได้

    คมนาคมยันโครงการปัจจุบันเดินหน้าได้

    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เป็นห่วงว่าหากยังไม่มีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำหน้าที่ในเร็ว ๆ นี้ จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินในงบประมาณปี58  ของกระทรวงคมนาคมแน่นอน โดยเฉพาะงบลงทุนใหม่จะดำเนินการไม่ได้เพราะไม่มี ครม.เข้ามาพิจารณาอนุมัติโครงการดังนั้นการดำเนินการต่าง ๆ ภายใต้ปีงบประมาณ 58 จะดำเนินการได้เฉพาะงบรายจ่ายประจำปีเช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และเงินเดือนข้าราชการเท่านั้น ส่วนงบประมาณปี 57 กระทรวงฯ ได้เร่งดำเนินโครงการตามแผนงานที่กำหนด เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมาย “ตอนนี้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกแห่ง ได้จัดทำแผนงบประมาณรายจ่ายปี58 เพื่อเสนอให้กระทรวงคมนาคมรวบรวมไว้แล้ว แต่จะยังดำเนินการอะไรไม่ได้เพราะต้องรอให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ก่อน แต่งบรายจ่ายประจำปี 58 ใช้ตัวเลขของปี 57 มาพิจารณาเปรียบเทียบเพื่อขอเบิกจ่ายก่อนได้และนำไปใช้คืนเมื่อสามารถใช้งบประมาณปี 58 ได้ เว้นแต่โครงการใหม่ ๆ ที่จะต้องดำเนินการเช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้าในเส้นทางต่าง ๆ จะทำไม่ได้จนกว่าจะมีครม.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่” อย่างไรก็ตาม หากยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ จนกระทั่งการประกวดราคาโครงการต่าง ๆ แล้วเสร็จเช่น การก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 5 เส้นทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่จะไม่สามารถก่อสร้างได้ ถึงแม้จะประกวดราคาจนได้บริษัทเอกชนที่ชนะแล้วเพราะต้องรอเสนอ ครม.อนุมัติการประกวดราคาก่อนจึงจะลงนามในสัญญาก่อสร้างได้ นายพีระพล ถาวรสุภเจริญรองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่าการดำเนินโครงการต่างๆที่ได้ลงนามในสัญญาไปแล้ว เช่นรถไฟฟ้าในเส้นทางต่าง ๆ ที่ก่อสร้างอยู่ในปัจจุบัน จะไม่ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่มีรัฐบาลชุดใหม่เพราะการเบิกจ่ายเงินให้กับผู้รับเหมาก่อสร้างจะดำเนินการได้ตามสัญญา โดยที่ภาครัฐทำไว้กับบริษัทเอกชนโดยแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ อยู่แล้วโดยที่จะได้รับผลกระทบจะเป็นโครงการใหม่ที่ยังไม่ผ่านการพิจารณาจาก ครม. และยังไม่มีการลงนามในสัญญาให้ดำเนินโครงการการเพราะจะยังไม่สามารถเดินหน้าเพื่อทำการก่อสร้างได้ต้องรอเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาอนุมัติก่อนเท่านั้น ด้านนายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าขณะนี้กระทรวงคมนาคมยังทำงานกันตามปกติ ถึงแม้จะไม่สามารถเข้าไปทำงานที่กระทรวงคมนาคมได้แต่หากต้องการข้อมูลเอกสารอะไรเพิ่มเติมก็จะเข้าไปเอาที่กระทรวงคมนาคมแล้วออกมาทำภายนอกแทนโดยในส่วนของโครงการที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากยังอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการนั้นมีอย่างแน่นอน โดยกระทรวงคมนาคมได้ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รวบรวมทั้งในเรื่องของปัญหาอุปสรรค แผนการดำเนินโครงการ การใช้งบประมาณว่าเป็นอย่างไรเพื่อเตรียมไว้พิจารณาแก้ไขปัญหาต่อไป   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคมยันโครงการปัจจุบันเดินหน้าได้

  • การเมืองกระทบจ่ายคืนรถยนต์คันแรกสะดุด

    การเมืองกระทบจ่ายคืนรถยนต์คันแรกสะดุด

    นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงกรณีผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการรถคันแรกได้รับเงินคืนล่าช้า หลังจากครอบครองรถยนต์ครบ 1 ปีว่า กรมฯ ได้จ่ายเงินคืนให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการตามขั้นตอนปกติ แต่ยอมรับว่าอาจล่าช้าในบางพื้นที่ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง จากการปิดสถานที่ทำงาน ส่งผลให้ข้อมูลที่อยู่ระบบคอมพิวเตอร์ได้รับปัญหาพอสมควร อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าผู้ที่ได้รับสิทธิ์ทุกรายจะได้รับเงินคืนแน่นอน“ยอมรับว่ากรมฯได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น เนื่องจากถูกปิดสถานที่ทำงาน ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลของผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการรถคันแรกอาจตกหล่นหรือล่าช้าไปบ้างโดยอยากขอโทษผู้ที่ได้รับสิทธิ์ และยังไม่ได้รับเงินในโครงการนี้ แต่ยืนยันว่าโครงการนี้มติครม.มารองรับและงบประมาณเพียงพอที่สามารถจะจ่ายเงินให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการได้ทุกราย”ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมฯ จ่ายคืนเงินให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการรถยนต์คันแรกแล้ว 885,557 ราย คิดเป็นวงเงิน 63,359.8 ล้านบาท จากยอดผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 1.25 ล้านราย คิดเป็นวงเงิน 92,178 ล้านบาท ส่งผลให้ยังมีผู้ที่ได้สิทธิ์เหลือ 360,190 ราย คิดเป็นวงเงิน 27,897 ล้านบาทอย่างไรก็ตามการจ่ายคืนเงินให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ ในปี 58 คาดว่าจะเป็นปีสุดท้าย แม้ว่าเดิมมาตรการนี้ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเวลารับรถภายในเมื่อไรก็ตาม เพราะตอนนี้มีผู้ที่ยังไม่มาใช้สิทธิ์รถคันแรก 120,000รายและคาดว่าจะเป็นผู้สละสิทธิเกือบทั้งหมด จึงได้ประสานกับผู้ประกอบการรถยนต์ให้เร่งผู้ซื้อรถมารับรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด หากไม่มาก็ถือว่าสละสิทธิ์ซึ่งกรมฯเตรียมเสนอขอเงินจากงบประมาณปี 58 ที่อยู่ระหว่างการจัดทำอีก 25,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายคืนให้กับผู้ที่ใช้สิทธิฯ“การที่กรมฯของบประมาณปี 58 ได้รวมยอดของรถที่ไม่มาใช้สิทธิ 120,000 รายไว้ด้วย หากผู้ที่ได้สิทธิกลุ่มนี้สละสิทธิ์ทั้งหมด ก็จะทำให้ประหยัดเงินงบประมาณไป 10,000 ล้านบาท ส่วนผู้ที่ใช้สิทธิฯ มีผู้ได้เงินและถือครองรถยนต์ไม่ถึง 5 ปี ตามที่กำหนดไว้ 400-500 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ได้คืนเงินที่ได้รับไป ให้กับกรมฯ แต่มีอยู่ 4-5 รายเท่านั้น ที่กระทรวงการคลังต้องฟ้องเรียกเงินคืน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การเมืองกระทบจ่ายคืนรถยนต์คันแรกสะดุด