เชื่อว่าคุณผู้อ่านคอลัมน์วันพุธของผมคงไม่มีใครไม่รู้จักบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างกูเกิลใช่ไหมครับ เผลอ ๆ คุณผู้อ่านหลายคนอาจจะเคยคิดอยากเข้าร่วมงานกับกูเกิลดูซะด้วยซ้ำ แต่คุณผู้อ่านทราบไหมครับว่าบริษัทกูเกิลนี่เขามีวิธีการคัดกรองผู้สมัครงานที่ค่อนข้างแหวกแนวและน่าสนใจมากเลยทีเดียวล่ะครับ ล่าสุดหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สได้ลงบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับการรับสมัครงานและโอกาสที่ผู้สมัครจะได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมงานกับทางกูเกิล โดย Laszlo Bock หัวหน้าฝ่ายดำเนินการด้านบุคลากรของกูเกิลกล่าวไว้ว่า กูเกิลไม่ได้มุ่งเน้นว่าพนักงานที่รับมาต้องมีผลการเรียนดี มีเกรดเฉลี่ยสูง จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ หรือมีโปรไฟล์การศึกษาที่ดีเยี่ยมสมบูรณ์แบบแต่อย่างใด สิ่งที่กูเกิลให้ความสำคัญมากกว่า มาจากแนวความคิดที่ว่าคนที่เรียนจบได้เกรด ดี ๆ จากมหาวิทยาลัยดัง ๆ นั้น ส่วนใหญ่มักจะไม่รู้จักความผิดพลาดหรือประสบความล้มเหลวมาก่อน ต่างกับคนที่ได้เกรดไม่ค่อยดีหรือมีผลการเรียนระดับกลาง ๆ ที่มักต้องเคยเจอความล้มเหลวผิดพลาดมาบ้างไม่มากก็น้อย ว่าง่าย ๆ คือกูเกิลเขาไม่ได้กลัวที่จะรับบุคคลที่เคยล้มเหลวมาก่อน เพราะเขาถือว่าความล้มเหลวคือบทเรียน คือสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยจุดประกายให้เกิดความพยายามและความมุ่งมั่นที่จะสร้างความสำเร็จขึ้นมาให้ได้ในอนาคต ไม่เพียงเท่านั้นกูเกิลยังเชื่อด้วยนะครับว่าคนที่เคยผ่านความล้มเหลวมาบ้างนี้ส่วนใหญ่มักมีความถ่อมตัว ยอมรับฟังความเห็นผู้อื่น รู้จักยอมรับความผิดพลาด และพร้อมที่จะแก้ไขความผิดนั้น ๆ ซึ่งตัวอย่างก็เช่น แอนดี รูบิน (Andy Rubin) ผู้คิดค้นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งก็ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ กลุ่มไอวีลีกในอเมริกา แต่ก็สามารถเข้ามามีบทบาทอย่างสูงในกูเกิลได้ไม่แพ้ใครเลยทีเดียว หากถอยมามองภาพกว้าง ๆ อีกหน่อยเราก็จะเห็นนะครับว่ากูเกิลให้ความสำคัญกับความสามารถในการเรียนรู้ของมนุษย์มากกว่าไอคิว เพราะเมื่อมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมการทำงานของจริง สิ่งที่จำเป็นที่สุดไม่ใช่ไอคิวหรือความฉลาด แต่คือความสามารถในการเรียนรู้งาน ความสามารถในการนำความรู้ประสบการณ์ที่มีมาปรับใช้จริง รวมถึงทักษะไหวพริบและภาวะความเป็นผู้นำด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล่ะครับคือสิ่งที่ทางกูเกิลพยายามที่จะมองหาจากผู้สมัครในระหว่าง การสัมภาษณ์ โดยกูเกิลเรียกวิธีการสัมภาษณ์อย่างนี้ว่าเป็นการสัมภาษณ์งานเชิงพฤติกรรม (Behavioral interview) ที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความสามารถในการแก้ปัญหาของผู้ถูกสัมภาษณ์ โดยที่แทบจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเกรดเฉลี่ยสมัยเรียนเลยล่ะครับ หลักการคัดเลือกพนักงานของกูเกิลแบบนี้อาจจะค้านกับความเชื่อดั้งเดิมของหลาย ๆ คน หลาย ๆ องค์กร ที่มักจะเลือกหรือให้ความคาดหวังกับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย แต่ผมก็ไม่ได้บอกว่าความเชื่อดั้งเดิมนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีนะครับ การตั้งใจเรียน การอ่านหนังสือเยอะ ๆ รวมถึงการรับผิดชอบในหน้าที่ฐานะการเป็นนักเรียนจนสามารถจบมาได้เกรดเฉลี่ยดีเยี่ยมจากมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นยอดนั้นเป็นสิ่งที่ดีมากครับ โดยเฉพาะประเทศไทยเราที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก้าวเข้าสู่การเปิดกว้างของตลาดแรงงาน และก้าวลงสู่สนามแข่งขันที่ใหญ่ยิ่งขึ้นในการสมัครเข้าทำงาน ในการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นขึ้นนี้ไม่ว่าจะคนไทยหรือคนต่างประเทศ ใครมีอะไรดีบ้างก็ต้องงัดขึ้นมาสู้กันให้หมดทุกอย่างล่ะครับ ยิ่งมีดีหลายอย่างก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของเราให้สูงขึ้นไปด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น เกรดที่ดีกับการได้ทำงานกับกูเกิล มันไม่ใช่สองสิ่งที่เราต้องตัดใจเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ว่าถ้าเราอยากทำงานกับบริษัทชั้นนำอย่างกูเกิล เราจะต้องยอมเป็นคนที่มีผลการเรียนที่ไม่ดี ผมเชื่อว่าโลกยุคปัจจุบันไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในเกมที่มีผลรวมเป็นศูนย์ (Zero-sum game) ที่ถ้าได้ประโยชน์อย่างหนึ่ง ก็จำต้องยอมเสียประโยชน์อีกอย่างหนึ่งไป ผมเชื่อว่าเราสามารถเลือกทำทั้งสองทางให้ดีได้ เลือกที่จะตั้งใจเรียนทำผลการเรียนให้ดีไปพร้อม ๆ กับพัฒนาทักษะความสามารถไปด้วย ยิ่งถ้าบูรณาการเข้ากับความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเป็นผู้นำ การรู้จักรับฟังความเห็นผู้อื่น และการยอมรับแก้ไขความผิดพลาดด้วยแล้วล่ะก็ คราวนี้ไม่เฉพาะกูเกิลหรอกครับ แต่ผมเชื่อว่าทุกบริษัทชั้นนำต่างก็จะต้องการตัวเราทั้งนั้น. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จริงหรือ ! กูเกิลไม่ชอบคนเรียนเก่ง – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี
เดือน: เมษายน 2014
-

จริงหรือ ! กูเกิลไม่ชอบคนเรียนเก่ง – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี
-

อุปกรณ์ไฮเทค ที่สวมใส่ได้ – ฉลาดใช้
ปีนี้นอกจากจะได้เห็นสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถเก่งกาจขึ้น แทบจะเป็นอวัยวะสำคัญของเราแล้ว อีกอุปกรณ์หนึ่งที่ถูกออกแบบให้ใช้งานควบคู่กับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต คือ แวร์ราเบิล หรืออุปกรณ์ไฮเทคที่สวมใส่ได้ ช่วงนี้ผู้เขียนต้องเก็บนาฬิกาข้อมือ ลงกล่องหมดทุกเรือน เพราะกำลังหลงใหลอุปกรณ์ไฮเทคสวมใส่ได้ สัปดาห์ที่ผ่านมาสนุกกับจอว์โบน (JAWBONE) รุ่น อัพ 24 เป็นสายรัดข้อมืออัจฉริยะ ที่เห็นครั้งแรกนึกว่า สายรัดข้อมือพลาสติกยางธรรมดา ที่ไหนได้ ซ่อนความเฉลียวฉลาดไว้มากมาย ก่อนอื่นต้องชาร์จไฟให้เต็มก่อน ถ้า ไม่อ่านคู่มือยังไงก็หาที่ชาร์จไม่เจอ อัพ 24 ออกแบบได้แนบเนียนมาก ปลายขอบของทั้งสองด้าน หากสังเกตให้ดี ส่วนที่เป็นสีเงิน คล้ายโลหะ ด้านหนึ่งจะเป็นแจ๊กสำหรับ เสียบเข้ากับพอร์ต ยูเอสบี เพื่อชาร์จไฟ และอีกด้านจะเป็นปุ่มกดเพื่อควบคุมการทำงาน เมื่อเริ่มใช้งานครั้งแรกต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น UP จากแอพสโตร์ของไอโอเอส และเพลย์สโตร์ของแอนดรอยด์มาไว้บนสมาร์ทโฟนของเราก่อน มีให้เลือก 12 ภาษา แต่ยังไม่มีภาษาไทย จากนั้นเปิด บลูทูธ สมาร์ทโฟน เพื่อแพร์หรือเชื่อมต่อกับอัพ 24 จากนั้นลงทะเบียนการใช้งานครั้งแรก เพื่อแจ้งวันเดือนปีเกิด ส่วนสูง นํ้าหนักตัว เราต้องใช้อัพ 24 ควบคู่ไปกับแอพ ซึ่งจะแจ้งการเคลื่อนไหวตลอดวันของเรา ทั้งกิน นอน ออกกำลังกาย หลายคนอาจจะมีคำถามว่าแล้วไง เรารู้อยู่แล้วว่า วัน ๆ ทำอะไรบ้าง แต่สายรัดข้อมืออัจฉริยะของจอว์โบน จะทำหน้าที่รายงานให้ผู้ใช้ทราบและตระหนักถึงการดูแลสุขภาพ ถ้าใช้อุปกรณ์พวกนี้ไปนาน ๆ จะรู้ว่า ไม่ดีแน่หากปล่อยให้ตัวเองนั่งอยู่กับที่นาน ๆ ไม่ออกกำลังกาย และไม่ปรับพฤติกรรมการกิน อีกไม่นานโรคอ้วนและอีกสารพัดโรคคงได้มาเยือนถึงที่ ตอนเซตตั้งค่าเครื่องครั้งแรก อัพ 24 บอกให้ผู้เขียนเดินวันละ 8,000 ก้าวและต้องนอน 8 ชั่วโมง (เรื่องเดินสบายมาก แต่เรื่องนอนนี่ลำบากล่ะ) พอถึงเวลาต้องนอน สายรัดข้อมือก็จะสั่นเตือนเบา ๆ นํ้าหนักที่เบาและมีขนาดเล็ก ทำให้ใส่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เหมือนชื่อรุ่น เพราะออกแบบตามหลัก MotionX Engine หลักชีวกลศาสตร์ของการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของมนุษย์ จดสิทธิบัตร และพัฒนาโดย Fullpower แบตเตอรี่ใช้งานได้นานต่อเนื่อง 7 วัน ราคาอัพ 24 ประมาณเกือบ 4,000 บาท ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของสินค้าประเภทนี้ อีกอุปกรณ์หนึ่งที่เข้าข่ายอยู่ในกลุ่มแวร์ราเบิลของจอว์โบน คือ หูฟังเอร่า หรือ ERA ซึ่งเป็นงานดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ตัดปัญหาสายคล้องทำให้เจ็บบริเวณหู ก็ออกแบบให้เป็นแบบสวมหูหรืออินเอียร์ ที่เก๋ก็คือ หูฟังรุ่นนี้มีเคสสำหรับชาร์จไฟ รองรับการใช้งานแบบสั่งงานด้วยเสียงทั้ง SIRI และ Google Now แค่กดปุ่มด้านหลังค้างแป๊บนึงก็จะเข้าสู่โหมดสั่งงานด้วยเสียง เหมาะมากเวลาขับรถ หรือทำกิจกรรมนอกบ้าน ไมโครโฟนของเอร่า เป็นระบบ Mems หรือระบบไมโคร อิเลคโตร แมคคานิกส์ ที่ส่ง คลื่นเสียงไปยังหูโดยตรง จึงลดเสียงรบกวนได้มาก ทำให้ได้ยินชัดเจน และเป็นธรรมชาติมากที่สุด ราคาขายเอร่า ประมาณ 3,490-4,290 บาท ชีวิตดิจิตอล เริ่มกลมกลืนกับเรา มากขึ้นเรื่อย ๆ. ปรารถนา ฉายประเสริฐ prathana.chai@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุปกรณ์ไฮเทค ที่สวมใส่ได้ – ฉลาดใช้ -

ภาษาเดียวกัน วันที่ 30 เมษายน 2557
ศูนย์ข้อมูลประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดทำคู่มือแบบย่อเพื่อให้ผู้ประกอบการที่คิดจะไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นกลุ่มประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียน 4 ประเทศที่เรียกสั้น ๆ ว่า CLMV ซึ่งได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ได้รับทราบถึงสิ่งที่ควรและไม่ควรทำในกลุ่มประเทศที่ว่า ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศที่กลุ่มนักลงทุนทั้งจากไทยและต่างประเทศให้ความสนใจ การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนไม่เพียงแต่เป็นการเปิดเสรีทางด้านการค้า การบริการ การลงทุน การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ และการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความมั่นคง และสังคม-วัฒนธรรมด้วย การที่ผู้ประกอบการจะเข้าไปประกอบธุรกิจในอาเซียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการเข้าไปทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งหากท่านทราบถึงการปฏิบัติตัวดังกล่าวแล้ว ก็ย่อมจะได้รับความร่วมมือที่ดีกลับมา ในบทความนี้ศูนย์ฯ จะขอเล่าถึงสิ่งที่ควรและไม่ควรทำในประเทศกัมพูชา ซึ่งผู้ประกอบการควรปฏิบัติตัวดังนี้ 1. ในการประชุมไม่ควรให้ประธานฝ่ายกัมพูชาและผู้ที่อาวุโสที่สุดเริ่มรับประทานอาหารก่อน 2. ผู้หญิงควรแต่งตัวเรียบร้อย มิดชิด ผู้ชายควรใส่เสื้อมีปก สวมกางเกงขายาว 3. ควรก้มหัวเล็กน้อยเมื่อเดินผ่านบุคคลที่กำลังสนทนากันอยู่ 4. ควรใช้มือทั้ง 2 ข้างหรือมือขวาในการส่งของให้กัน 5. ไม่ควรวิจารณ์การเมือง 6. ไม่ควรถ่ายภาพสัญลักษณ์ทางทหาร 7. การมอบของขวัญที่ระลึกไม่ควรใช้กระดาษห่อของขวัญสีขาว เพราะสื่อถึงการไว้ทุกข์ ควรใช้กระดาษที่มีสีสัน 8. ไม่ควรวางหรือสัมผัสมือชาวกัมพูชาในระหว่างถ่ายรูป เพราะเป็นการเสียมารยาท 9. ชาวกัมพูชาสามารถฟังภาษาอังกฤษและภาษาไทยได้ดี จึงไม่ควรพูดลับหลังและใช้คำสุภาพในการประชุม 10. สามารถใช้จ่ายเงินได้ทุกสกุล แต่ส่วนมากจะใช้เงินสกุลเรียลของกัมพูชา ดอลลาร์สหรัฐ และเงินบาท.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ภาษาเดียวกัน วันที่ 30 เมษายน 2557