เดือน: เมษายน 2014

  • คิวทีซี เอ็มอีขยายออฟฟิศ รองรับงานตลาดอาเซียน

    คิวทีซี เอ็มอีขยายออฟฟิศ รองรับงานตลาดอาเซียน

    คิวทีซี เอ็มอี เตรียมเปิดสำนักงานแห่งใหม่ รองรับการเติบโตของธุรกิจกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็น TOP 10 ในตลาดอาเซียน ภายในปีค.ศ. 2020       นายธิติวรการ เงินนำโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวทีซี เอ็มอี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าเดิมกว่า 4 เท่า ด้วยงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท สำหรับรองรับการขยายตัวของธุรกิจ เพื่อสร้างความพร้อมในการให้บริการลูกค้า รวมถึงยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเข้าแข่งขันในตลาดอาเซียน จากประสบการณ์กว่า 14 ปี ในวงการนี้ บริษัทได้สะสมชื่อเสียงที่ดีมาโดยตลอด ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า และทำให้ธุรกิจของ คิวทีซีเอ็มอี เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง “เราจะเริ่มจากการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปีหน้า เพื่อระดมทุนสำหรับเตรียมความพร้อมในการบุกตลาดอาเซียน เรามองเห็นศักยภาพของตลาดอาเซียน ว่าคนไทยสามารถเข้าไปแข่งขันได้เป็นอย่างดี และได้วางวิสัยทัศน์ไว้แล้วอย่างชัดเจน ในการก้าวขึ้นเป็น TOP 10 ของผู้ให้บริการงานวิศวกรรมระบบที่ดีที่สุดในตลาดอาเซียน ภายในปีค.ศ. 2020” ทั้งนี้ คิวทีซี เอ็มอี เป็นผู้ให้บริการงานวิศวกรรมระบบ (MEP) สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ มีผลงานมาแล้วมากมาย อาทิ ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ, สนามบินภูเก็ต, โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, เดอะไนน์ ทาวเวอร์, อาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ยูนิลีเวอร์ (ยูเพลส), สีลมคอมเพล็กซ์, โรงงานยาสูบแห่งใหม่, ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ, อาคารสำนักงาน, โรงพยาบาล, โรงงานอุตสาหกรรม และโรงงานผลิตไฟฟ้า เป็นต้น โดยในปี 2556 ที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านบาท ในปี 2557 คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้จริงประมาณ 800 ล้านบาท.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คิวทีซี เอ็มอีขยายออฟฟิศ รองรับงานตลาดอาเซียน

  • หนุนไทยเป็นฮับการเกษตร พืชสวน ผัก ผลไม้ ไม้ตัดดอก

    หนุนไทยเป็นฮับการเกษตร พืชสวน ผัก ผลไม้ ไม้ตัดดอก

    สภาพดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลกระทบต่อพืชผลทุกชนิด ปัจจุบันการเกษตรจะพึ่งพาธรรมชาติอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มคุณค่า และเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น และถ้าเราไม่ปรับตัว ก็จะก้าวไม่ทันโลก เพราะต้องการให้เกษตรกรไทย ได้รู้จักเทคโนโลยีใหม่ ๆ พร้อมทั้งเตรียมผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเกษตร วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค จึงได้ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร  กรมวิชาการเกษตร องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทย เตรียมจัดงาน ‘ฮอร์ติ เอเชีย 2014’ ขึ้นในวันที่ 8 – 10 พ.ค. 57 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ‘ฮอร์ติ เอเชีย 2014’ เป็น งานแสดงเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้แห่งภูมิภาคเอเชียที่ครบวงจรที่สุดตั้งแต่ต้นน้ำของการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค ในงานมีบริษัทชั้นน้ำระดับสากลกว่า 140 บริษัท จากกว่า 20 ประเทศ และมีพาวิลเลียนระดับประเทศอีก 6 ประเทศ ทั้ง ประเทศไทย เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ จีน ไต้หวันและเยอรมนี  โดยมีพื้นที่การจัดงานกว่า 4,000 ตารางเมตร ไฮไลต์ของงานอยู่ที่การเจรจาจับคู่ธุรกิจ โดยมีโครงการ “มังคุดคีรีวงศ์” เป็นโครงการนำร่อง นอกจากนี้ยังมี ‘อิฟเทค เอเชีย 2014’ หรือ พาวิลเลียนแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจดอกไม้แห่งภูมิภาคเอเชีย โดยเชิญผู้ซื้อจากประเทศในอาเซียนมาเพื่อเจรจาซื้อขายดอกไม้ภายในงาน  เพื่อให้ครอบคลุมธุรกิจและส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ ดร.เศรษฐพงศ์ เลขะวัฒนะ ปฏิบัติหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ด้านส่งเสริม และจัดการการผลิตพืช ผัก ไม้ดอก ไม้ประดับ และพืชสมุนไพร กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า  กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริม และผลักดันให้ประเทศไทยส่งออกพืชสวนที่มีคุณภาพ เป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย สำหรับงานฮอร์ติ เอเชีย 2014 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร จัดพาวิลเลียนประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ ‘วาไรตี้ ควอลิตี้ อินโนเวชั่น : ความหลากหลาย คุณภาพ นวัตกรรมใหม่ ๆ’ มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้ด้านการเกษตร มีนิทรรศการแสดงผลผลิตสด และผลผลิตแปรรูป  “ไม้ผลสุดยอดผลไม้เมืองร้อน มะม่วง ลำไย กล้วย ประเทศไทยเราเป็นอันดับหนึ่งในการผลิตและส่งออก ส่วนไม้ดอก กล้วยไม้ ทั้งต้นและตัดดอก ประเทศไทยส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก ส่วนไม้ประดับ หน้าวัวใบ ประเทศไทยส่งของอินโดนีเซียมากที่สุด” ภายในงาน ยังมีกิจกรรมสัมมนาที่น่าสนใจมากมาย อาทิ  เริ่มต้นทำอาชีพเกษตรอย่างไรไม่ให้หลงทาง, เคล็ดลับธุรกิจเมล่อนเงินล้าน, ก้าวต่อไปของธุรกิจปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน, ประเทศไทยกับการเป็นศูนย์กลางผัก ผลไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับในยุคเออีซี อนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า “พืชสวนไทยมีศักยภาพสูงสุดในเออีซี ยกเว้นปาล์มที่ด้อยกว่าอินโดนีเซียและมาเลเซีย แต่ไม้ดอก ไม้ประดับ เห็ด ไทยเราเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มอาเซียน แต่เราก็ยังคงต้องพัฒนานวัตกรรม ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มผลผลิต งานนี้จัดเพื่อเกษตรกรจริง ๆ ภายในงานมีการสัมมนาคู่ขนานไปกับนิทรรศการ นอกจากเกษตรกรจะได้ชมนวัตกรรมใหม่ ๆ ยังได้รับความรู้จากการสัมมนาควบคู่กันไปด้วย” ผู้สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ฟรี ที่ www.hortiasia.net

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนุนไทยเป็นฮับการเกษตร พืชสวน ผัก ผลไม้ ไม้ตัดดอก

  • แรงงานและสังคมที่จะเปลี่ยนแปลง – มองโลก แบบวิกรม

    แรงงานและสังคมที่จะเปลี่ยนแปลง – มองโลก แบบวิกรม

     ทุกวันนี้อุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทยต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติเป็นจำนวนมาก เรามาดูกันว่าอนาคตแรงงานต่างชาติในไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง ไรบ้าง ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีจำนวนคนว่างงานน้อยที่สุดคือไม่ถึง 1% เมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกา หรือยุโรปที่มีอัตราการว่างงานอยู่เกือบ 10% นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น และผู้คนกำลังพะวงว่าประเทศไทยอาจจะขาดแรงงาน  ซึ่งความจริงประเทศไทยได้ขาดแรงงานมานานแล้วในภาคเกษตร เพราะว่าภาคเกษตรนั้นคนไทยที่มีอันจะกิน หรืออยากจะมีรายได้มากขึ้นก็เข้าเมือง ยิ่งไปกว่านั้นคือการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ วันนี้มีคนไทยไปทำงานในต่างประเทศกว่า 1 ล้านคน ทำรายได้ให้ประเทศเป็นจำนวนมาก   แต่ละปีมีการส่งเงินกลับประเทศเป็นจำนวนหลายหมื่นล้านบาท ถ้าเรากลับมามองในบ้านเราว่า ขณะที่แรงงานในประเทศไทยกำลังพะวงว่าจะขาดแคลนแรงงาน เมื่อเกิดการยกเลิกชายแดนกับเพื่อนบ้านของเราในปีค.ศ. 2015 คาดว่าจะมีแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ แน่นอนตอนนั้นก็จะทำให้แรงงานที่จะใช้ในภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การบริการ จะมีคนให้ใช้อย่างเหลือเฟือ        ดังนั้น ถ้าหากรวมแรงงานเมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เข้าด้วยกัน ไทยจะมีประชากรแรงงานกว่า 200 ล้านคน ซึ่งจะมีมากอย่างเหลือเฟือ จึงไม่ต้องกังวลว่าอนาคตเราจะขาดแรงงาน และเมื่อมีคนมากมายขนาดนั้น สังคมไทยก็จะต้องมีการจัดสรรงบประมาณทางด้านการศึกษาและสุขภาพ รองรับการขยายตัวของคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้… วิกรม กรมดิษฐ์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แรงงานและสังคมที่จะเปลี่ยนแปลง – มองโลก แบบวิกรม