นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังได้รับเลือกเป็นประธานส.อ.ท. คนใหม่อย่างเป็นทางการ โดยมีวาระระหว่างปี 57-59 ว่า เตรียมเชิญผู้บริหารขององค์กรขนาดใหญ่ของประเทศ เป็นที่ปรึกษาของส.อ.ท. เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้ดำเนินธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งให้ความเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจโลก เช่น นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น“ขณะนี้ได้ทยอยเชิญที่ปรึกษาบ้างแล้ว เช่น นายฐาปน ก็ได้ตอบตกลงมาช่วยเหลือส.อ.ท. ส่วนรายชื่อทั้งหมด คาดว่า จะเชิญได้ภายในสิ้นเดือนนี้ รวมทั้งได้เชิญนายวิศิษฐ์ ลิ้มประนะ ผู้สมัครประธานส.อ.ท. อีกราย เข้ามาเป็นที่ปรึกษาด้วย โดยจะนัดหารือพูดคุยร่วมกัน 2 – 3 เดือนครั้ง เพื่อมองให้เห็นถึงแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ และของโลก เพื่อนำข้อเสนอต่าง ๆ มาช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้ถูกจุด และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รองรับการเปิดเออีซีในปี 58 ”สำหรับสถานการณ์การเมืองขณะนี้ ที่ทุกฝ่ายกำลังจับตาผลการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ หรือบางฝ่ายเสนอให้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง เพื่อให้สถานการณ์ยุตินั้น ขณะนี้เลือกแนวทางไหนก็ได้ แต่ขอให้ข้อยุติอย่างแท้จริง และขอให้ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าได้ ซึ่งตนยอมรับว่า หนักใจในการเข้ามารับตำแหน่งในสถานการณ์ขณะนี้ แต่เมื่อถึงเวลา ตนก็พร้อมเข้ามารับตำแหน่ง โดยจะนำพาองค์กรให้ปลอดจากการเมือง และดูแลช่วยเหลือสมาชิกให้ดีที่สุดนอกจากนี้ได้กำหนดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ในการดูแลส.อ.ท. คือ สร้างความเป็นเอกภาพของสภาชิก ส.อ.ท. , เป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาลที่ดี , ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำและศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมของภูมิภาคอาเซียน และพัฒนาบุคลากรและปรับโครงสร้าง ส.อ.ท. ให้เข้มแข็ง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “สุพันธ์”นั่งประธานส.อ.ท.
เดือน: เมษายน 2014
-

“สุพันธ์”นั่งประธานส.อ.ท.
-

“เอไอเอส “มั่นใจเครือข่ายพร้อมรับสื่อสารช่วงสงกรานต์
รายงานข่าวจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสได้เตรียมความพร้อมเครือข่ายเต็มที่เพื่อให้การสื่อสารของลูกค้าระหว่างกลับบ้านหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่ติดขัด โดยได้จัดรถโมบายล์ขยายเครือข่ายการใช้งานของลูกค้า ณ จุดที่มีการใช้งานอย่างหนาแน่นเช่น บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต และ สายใต้ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆตั้งแต่ช่วงก่อนเดินทางท่องเที่ยวจนถึงวันเดินทางกลับ พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถเครือข่ายในการรองรับการใช้งานบริเวณเส้นทางหลักที่จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปยังภาคเหนือ,ภาคอีสาน,ภาคตะวันออกและภาคใต้ รวมไปถึงจุดที่มีการจัดเทศกาลสงกรานต์ทั้งในเขตกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยทีมงานวิศวกรเตรียมพร้อมประจำการให้สามารถแก้ปัญหาเครือข่ายได้อย่างทันท่วงทีรวมทั้งทีมเอไอเอสคอลล์เซ็นเตอร์ก็พร้อมให้บริการตลอด24ชั่วโมงนอกจากนี้ยังเตรียมแอพพลิเคชั่นเพื่อให้ดูข้อมูลและขอความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างเดินทาง ประกอบด้วย แอพฯ “AISGuide&Go” ค้นหาสถานที่ฉุกเฉินรอบตัวได้ทันทีทั้งปั๊มน้ำมัน สถานีตำรวจหรือโรงพยาบาล พร้อมเสียงบอกนำทาง แอพฯ “FM91BKK” อัพเดททุกเหตุการณ์สำคัญทั้งการปิดถนน การจราจรอุบัติเหตุ หรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย แอพฯ “Aunjaii lert u” ระบบการขอความช่วยเหลือแบบฉุกเฉิน แอพฯ “TraffebSafe” แจ้งร้องเรียนเรื่องความปลอดภัยของการเดินทางโดยรถสาธารณะ และบริการ“สายด่วน1669” เจ็บป่วยฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุเบอร์เดียวทั่วไทย ลูกค้าเอไอเอสดาวน์โหลดเพื่อใช้บริการได้ผ่านทาง AISApp Store หรือกด*900 โทรออก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เอไอเอส “มั่นใจเครือข่ายพร้อมรับสื่อสารช่วงสงกรานต์ -

สงกรานต์เงินสะพัด…ตะลึงคนไทยแห่กู้เงิน2.2หมื่นล้านเที่ยว
วันที่ 8 เม.ย.นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัย หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ฯได้ประเมินการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไทยปีนี้ไว้ 116,813 ล้านบาทเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.36% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และประชาชนไม่กล้าจับจ่ายเงินซื้อสินค้ามากนัก แต่ทั้งนี้สถานการณ์การใช้จ่ายที่น่ากังวลมาก คือเงินที่ได้ในการใช้จ่าย 20.1% หรือ 22,000 ล้านบาทเป็นการกู้ยืมมาใช้จ่ายในการท่องเที่ยว และการเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาล“ผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากปัญหาทางการเมือง และสถานการณ์ค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูงทำให้รายได้ของประชาชนจำนวนมากไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ส่งผลให้เกิดการกู้เงินมากขึ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเท่าตัว โดยปี 56 มีการกู้เงินในช่วงเทศกาลเกือบ 10,000 ล้านบาท แต่ปีนี้เพิ่มเป็น 22,000 ล้านบาท”สำหรับกิจกรรมที่นิยมทำในวันสงกรานต์เช่น ซื้อของ ทำบุญ ท่องเที่ยว ไปเล่นน้ำสงกรานต์ งานสังสรรค์จัดเลี้ยง ทำอาหารทานที่บ้าน กลับบ้านที่ต่างจังหวัด พักผ่อนอยุ่บ้านเฉย ๆ และไปเที่ยวเพื่อความบันเทิง เป็นต้น ส่วนของฝากที่ใข้ในการอวยพรพบว่า เงินสดยังมากที่สุดรองลงมาเป็น เครื่องดื่มบำรุง ผลไม้ สินค้าโอทอป หัตถกรรมไทย ของรับประทาน ดอกไม้สินค้าคงทน และ สินค้าฟุ่มเฟื่อย เป็นต้นส่วนผู้ที่วางแผนการใข้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์พบว่าจะมีค่าเฉลี่ยที่ 49,172 บาท เป็นการเที่ยวใน 94.1% เที่ยวต่างประเทศ 5.9%โดยนิยมไปประเทศฮ่องกงมากที่สุด รองลงมาคือ ลาว เกาหลี พม่า ยุโรป จีนญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศส่วนใหญ่จะไปทะลมากสุด รองลงมาเป็น ภูเขา น้ำตก ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อสุขภาพหรือสปานายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ที่มาของเงินที่ใช้ในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ มาจากเงินออม 36.8% รองลงมาเป็นเงินเดือน และรายได้ปกติ 28.9% , เงินกู้ 20.1% , โบนัส และรายได้พิเศษ 14.1% และอื่น ๆ 0.1% ดังนั้นสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือสัญญาณการกู้เงินเพื่อท่องเที่ยวส่งกรานต์เริ่มมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้เริ่มสูงขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือนแสดงให้เห็นว่าในช่วงเศรษฐกิจดีการกู้เงินเพื่อท่องเที่ยวจะน้อยกว่าช่วงเศรษฐกิจไม่ดี“เงินสะพัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 116,813 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 4 ปี มาจากเศรษฐกิจไม่ดีรวมถึงปัญหาทางการเมืองที่คนไม่มีจิตใจในการซื้อสินค้าและ ภาคการบริโภคชะลอตัวลงเบื้องต้นแม้วงเงินจะขยายตัว จากเชื่อว่าจำนวนสินค้าน่าจะเท่าเดิมจากปีก่อน หรือไม่ก็น้อยลงแต่ที่มูลค่าสูงเพราะสินค้าจะแพงกว่าปีก่อน”สำหรับดารานักแสดงที่ประชาชนต้องการไปเล่นน้ำมากที่สุดสำหรับฝ่ายชายคือ เจมส์จิ และฝ่ายหญิงเป็น ญาญ่า ,ดารานักร้องฝ่ายชายเป็นบี้เดอะสตาร์ ฝ่ายหญิงเป็น ใบเตย อาร์สยาม, ดาราพิธีกรฝ่ายชายคือ ปัญญา นิรันดร์กุล ฝ่ายหญิงเป็น ส้ม เถิดเทิง และนักการเมืองที่ประชาชนต้องการรดน้ำดำหัวมากที่สุด คือ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รองลงมาเป็น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายชวน หลีกภัยเป็นต้น"ส่วนพรที่ประชาชนคนไทยต้องการให้กับประเทศไทยมากที่สุดคือขอให้พระเจ้าอยู่หัวฯ และพระราชินีทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน,ให้คนไทยรักสามัคคี และขอให้เศรษฐกิจดีส่วนข้อสอบถามเกี่ยวกับทัศนะต่อสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน จะส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยมากน้อยเพียงใดพบว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้นจะมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายมากที่สุด 16.6% กระทบมาก 26.6%, กระทบปานกลาง 33.6% และกระทบน้อย 10.9% เป็นต้นนอกจากนี้ยังพบว่าประชาชนยังมีความระมัดระวังการใช้จ่ายมากถึง 47.7% ระมัดระวังปานกลาง 35.2%, กระทบน้อย 14.1% และไม่กระทบเลย 3%“ศูนย์ฯต้องติดตามสถานการณ์การใช้จ่ายและหนี้สินของประชาชนอย่างใกล้ชิดเนื่องจากขณะนี้ประชาชนระมัดระวังในการใชจ่ายอย่างยิ่งเนื่องจากกังวลสถานการณ์ทางการเมือง ว่าจะรุนแรงขึ้นหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างไรก็ตามต่อจากนี้คงต้องดูว่าการเมืองจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมอย่างไรจากปัจจุบันที่ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 2-3%”.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สงกรานต์เงินสะพัด…ตะลึงคนไทยแห่กู้เงิน2.2หมื่นล้านเที่ยว