ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ … กับแอพพลิเคชั่นเตือนพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่นเผื่อจะช่วยลดอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนนลงได้บ้าง โดยเฉพาะในช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งปีที่ผ่านมามีอุบัติเหตุรวม 2,828 ครั้ง เสียชีวิต 321 ราย และบาดเจ็บถึง 3,040 ราย โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คือ เมาแล้วขับโดยรถจักรยานยนต์ ดร.เฉลิมพล สายประเสริฐ นักวิจัยจากหน่วยวิจัยสารสนเทศ การสื่อสารและการคำนวณ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บอกว่า จากปัญหาเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนน ทีมวิจัย ได้พัฒนา เซฟเมท (SafeMate) แอพพลิเคชั่นบนมือถือขึ้น เพื่อช่วยรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสำหรับคนขับรถทั่วไปและรถสาธารณะ และพร้อมใช้งานช่วงสงกรานต์ปีนี้ สำหรับแอพพลิเคชั่นดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสมาคมวิจัยวิทยาการขนส่งแห่งเอเชีย (ATRANS) โดยพัฒนาเป็นเครื่องมือในการวัดระดับความปลอดภัยในการขับขี่รองรับระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ และไอโอเอส เน้นความสะดวก ในการใช้งาน ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มแค่มีสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว อาศัยเซ็นเซอร์ ในสมาร์ทโฟน ที่เรียกว่า เอคซิลีโรมิเตอร์ เซ็นเซอร์ (Accelerometer sensor) ที่สามารถประมวลผลเหตุการณ์ในการขับขี่แบบเรียลไทม์ ทั้ง การเบรก การเร่ง เปลี่ยนเลน และเลี้ยวกะทันหัน สามารถแจ้งเตือน (alert) เมื่อมีการขับขี่แบบอันตราย เช่น แจ้งเตือนด้วยเสียง แจ้งเตือนแบบไอคอน บนแผนที่ มีเครื่องหมายตกใจบนหน้าจอ เครื่องสั่น เมื่อขับเร็วเกินความเร็วที่กำหนด นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นยังมีระบบคิดคะแนนประเมินการขับขี่ เก็บประวัติการขับรถพร้อมแสดงข้อมูลรายสัปดาห์ และแชร์ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อนำมาใช้ปรับปรุงพฤติกรรมการขับขี่ได้อีกด้วย ใช้แอพนี้ กินแบตเตอรี่แค่ประมาณ 10-15% ต่อชั่วโมง น้อยกว่าเล่นเกมบางเกมด้วยซ้ำ ขณะที่ปริมาณดาต้าที่ใช้ในการเก็บพฤติกรรมการขับขี่ ผู้วิจัยบอกว่า ใช้ประมาณ 1 MB ต่อชั่วโมง น้อยกว่าการดูยูทูบที่ใช้นาทีละ 3 MB ปัจจุบันแอพพลิเคชั่นนี้มีระดับความถูกต้องในการตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ตั้งแต่ 60-100% ขึ้นกับเหตุการณ์ ส่วนการนำไปต่อยอด ผู้วิจัยบอกว่า ผู้คนทั่วโลกสามารถนำไปใช้งานได้ และหากมีผู้นำไปใช้งานเป็นจำนวนมาก จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานกับระบบรถรับ-ส่งนักเรียน โรงเรียนสอนขับขี่รถยนต์ การประกันภัยรวมถึงการสอบใบขับขี่รถยนต์ได้อีกด้วย ช่วงวันหยุดสงกรานต์ปีนี้ อยากช่วยรณรงค์ความปลอดภัยและให้คะแนนการขับขี่ของตัวเอง ดาวน์โหลดแอพ “SafeMate” ได้เลย ฟรี .. ที่กูเกิลเพลย์ และแอพสโตร์!! นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอพตรวจจับการขับขี่ไม่ปลอดภัย
เดือน: เมษายน 2014
-

แอพตรวจจับการขับขี่ไม่ปลอดภัย
-

วิจัยผลไม้ เพิ่มเมลาโทนินและต้านอนุมูลอิสระ
เมลาโทนินเป็นสารสื่อประสาทที่สังเคราะห์จากกรดอะมิโนแอล-ทริปโตเฟน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากสารอาหาร ผศ.ดร.สุภัสร์ สุบงกช อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่าปัจจุบันมีการนำเมลาโทนินมาใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรักษาอาการนอนหลับที่ผิดปกติทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ บรรเทาและป้องกันอาการปวดหัวจากไมเกรน และกลุ่มโรคที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ รวมถึงป้องกันการเมาเวลาจากการบิน (เจ็ตแล็ก) นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของระดับเมลาโทนินที่ลดลงกับการเกิดมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนในกลุ่มประชากรที่เสี่ยงต่อการมีระดับเมลาโทนินหลั่งน้อยในเวลากลางคืน คือ กลุ่มที่มีวัฏจักรการนอนหลับผิดปกติหรือต้องทำงานในเวลากลางคืน ทั้งนี้เมลาโทนิน นอกจากจะเป็นสารสำคัญที่พบในมนุษย์และสัตว์แล้ว ยังมีรายงานการค้นพบเมลาโทนินในพืชซึ่งเกี่ยว ข้องกับการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและควบคุมการเจริญเติบโตของพืชอีกด้วย โดยเมลาโทนินในพืชสามารถถูกดูดซึมผ่านทางเดินอาหารและมีผลเพิ่มความเข้มข้นของเมลาโทนินในเลือดได้ภายหลังการรับประทาน ตนจึงร่วมกับกลุ่มวิจัยเมลาโทนิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำวิจัย เรื่อง “การรับประทานผลไม้ต่อการเพิ่มระดับเมลาโทนินและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในอาสาสมัครสุขภาพดี” ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จากการศึกษาผลของการรับประทานผลไม้ 3 ชนิด ได้แก่ สับปะรด ส้ม และกล้วย ต่อการเพิ่มความเข้มข้นของเมลาโทนินและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ในอาสาสมัครสุขภาพดี 12 คน โดยให้กลุ่มตัวอย่างที่มีสุขภาพดีรับประทานน้ำส้มคั้นสดหรือสับปะรดสกัดสดจากผลไม้ 1 กิโลกรัม หรือกล้วยหอม 2 ลูก พบว่าความเข้มข้นเมลาโทนินในซีรั่มที่ 120 นาทีภายหลังรับประทานผลไม้ที่ศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเปรียบเทียบกับก่อนการรับประทาน ซึ่งความเข้มข้นของเมลาโทนินที่เพิ่มขึ้นภายหลังการรับประทานผลไม้ทั้ง 3 ชนิดใกล้เคียงกับความเข้มข้นสูงสุดของเมลาโทนินตามสรีรวิทยาปกติของร่างกายในเวลากลางคืน และพบว่าฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในซีรั่มของอาสาสมัครสุขภาพดีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ภายหลังรับประทานผลไม้ที่ศึกษาทั้ง 3 ชนิด ทั้งนี้นอกจากคณะวิจัยจะนำข้อมูลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้มาเป็นแนวทางในการศึกษาต่อถึงผลทางคลินิกของการใช้สับปะรด ส้ม และกล้วยในผู้ป่วยที่มีภาวะบกพร่องของระดับเมลาโทนินในร่างกายแล้ว ยังจะใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการวิจัยในการศึกษาเมลาโทนินในผลไม้ชนิดอื่นต่อไปด้วย อย่างไรก็ดี นักวิจัยเตือนว่า การรับประทานผลไม้เหล่านี้โดยเฉพาะสับปะรดในผู้ป่วยเบาหวานจะต้องระมัดระวังด้วย เพราะมีน้ำตาลค่อนข้างสูง.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วิจัยผลไม้ เพิ่มเมลาโทนินและต้านอนุมูลอิสระ -

รู้ทันซอฟต์แวร์เถื่อนก่อนสูญเงินโดยไม่รู้ตัว
ถึงแม้ว่ายอดขายเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจะลดลง แต่ก็ยังมีหน่วยงานขนาดใหญ่และคนบางกลุ่มที่ยังคงใช้งานและมีความจำเป็นต้องใช้งานอยู่ แม้ตลาดแท็บเล็ตจะมาแย่งส่วนแบ่งก็ตาม แต่สิ่งที่เป็นปัญหาที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทั้งหลายนั้นต้องเสื่อม โทรมและประสิทธิภาพการทำงานลดลง ส่วนมากจะมาจากการใช้ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น นายแมทเทียว มิลล์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ บริษัท ไมโครซอฟท์ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เล่าว่า ปัจจุบันอัตราคอมพิวเตอร์ในเอเชียแปซิฟิก มียอดรวมประมาณ 140 ล้านเครื่อง มีการเพิ่มขึ้นของเครื่องใหม่ปีละประมาณ 23-24 ล้านเครื่อง โดยผลวิจัยของไอดีซีและมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ได้มีการคาดการณ์ว่า ปีนี้องค์กรทั่วโลกจะต้องมีการสูญเงินเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ที่มาจากมัลแวร์ที่ติดมากับซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์แบ่งเป็น 127,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการจัดการระบบความปลอดภัย และ 364,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐสำหรับแก้ปัญหาการละเมิดข้อมูลสำคัญ ขณะที่กลุ่มคอนซูเมอร์ทั่วโลกจะใช้เงินราว 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และสูญเสียเวลากว่า 1,200 ล้านชั่วโมงเพื่อจัดการกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น และการสำรวจตลาดพีซีจากกลุ่มตัวอย่าง 203 เครื่องใน 11 ประเทศที่มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ 61% มีมัลแวร์ติดมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น โทรจัน, เวิร์ม, ไวรัส, แฮกทูลส์, รูตคิต และแอดแวร์ ที่สำคัญพีซี 20 เครื่องจากประเทศไทยที่ถูกตรวจสอบนั้นพบว่าอัตราการติดมัลแวร์มากับเครื่องมีมากถึง 84% โดยปัญหาส่วนหนึ่งมาจากร้านค้า และแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าไอทีขายพีซีแบบเครื่องเปล่าไม่มีระบบปฏิบัติการ ทำให้ผู้บริโภคต้องนำเครื่องไปลงซอฟต์แวร์เถื่อน ทำให้เกิดปัญหาด้านมัลแวร์ ดังนั้นลูกค้าควรเลือกซื้อโน้ตบุ๊กที่มาพร้อมซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ จากภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์และการส่งเครื่องไปซ่อมในลักษณะต่าง ๆ ทำให้ต้องสูญเสียเงินที่มาก ดังนั้น จึงอยากให้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และควรอัพเดทระบบความปลอดภัยของเครื่องเป็นประจำ เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ขณะที่ นางสาวกฤติยา เอี่ยมศิริ ผู้จัดการฝ่ายลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า สิ่งที่ไมโครซอฟท์ทำได้คือการร่วมมือกับภาครัฐ อย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อนำส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินงาน รวมไปถึงออกแคมเปญรณรงค์การใช้งานซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์กับผู้บริโภค ที่ผ่านมาประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศเฝ้าระวังเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่แล้ว จากการดำเนินการร่วมกับภาครัฐในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าไทยจะหลุดจากประเทศเฝ้าระวัง แต่ก็ยังไม่สามารถ ทำให้ในปีนี้ก็ต้องพยายามกันใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ ผู้บริโภคถือเป็นส่วนสำคัญในการลดใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ แม้ว่าปัจจุบันการขายคอมพิวเตอร์จะเป็นการทำราคาให้ถูกลง โดยการตัดระบบปฏิบัติการที่เคยมีมากับเครื่องออก แต่ถือเป็นความเสี่ยงขั้นแรก ที่ทำให้ผู้ใช้อาจหันไปเลือกใช้ระบบปฏิบัติการที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในราคาที่ถูกกว่า หรือได้รับของแถมจากร้านค้านั้น ๆ ไมโครซอฟท์ จะยังคงเดินหน้ารณรงค์ให้ผู้บริโภคเลือกใช้ระบบปฏิบัติการแท้ที่ถูกลิขสิทธิ์ อีกทั้ง อยากจะขอความร่วมมือจากผู้ค้าให้ขายสินค้าที่ถูกลิขสิทธิ์เมื่อลูกค้ามาซื้อเครื่องใหม่ และให้วินโดวส์กลายเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับแท็บเล็ต เพื่อตอบสนองการใช้งานแท็บเล็ตที่กำลังได้รับความนิยมในไทยขณะนี้ด้วย ถ้าผู้ประกอบการและผู้ค้า ให้ความรู้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะการใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์ เชื่อว่า ของดีที่แพงจะมีคุณภาพและใช้งานได้ดีกว่าของถูกแต่แฝงด้วยภัยร้ายอื่น ๆ ที่เป็นปัญหาอีกมากมาย. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รู้ทันซอฟต์แวร์เถื่อนก่อนสูญเงินโดยไม่รู้ตัว