นางมาลีโชคล้ำเลิศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์กล่าวภายหลังการเปิดงานมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขงครั้งที่ 2 จังหวัดหนองคายว่า กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับจังหวัดหนองคาย จัดงานมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขง ระหว่างวันที่ 3- 8เม.ย. 57 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดหนองคาย ลานน้ำพุพญานาคเป็นการส่งเสริมและพัฒนาการค้าชายแดนการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านตามนโยบายรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ในการขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การลงทุนและการตลาดภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเสริมสร้างความสัมพันธ์ในทุกระดับสำหรับกิจกรรมที่สำคัญเช่น การแสดงและการจำหน่ายสินค้าจากของไทยและประเทศเพื่อนบ้านว่า 400คูหา เป็นสินค้าโอทอป ซีเล็คสินค้าเอสเอ็มอีจากประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น ลาวเวียดนาม เป็นต้นขณะเดียวกันก็มีการสัมมนาเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านให้แก่ผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยวิทยากรจากผู้มีประสบการณ์จากหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการประชุมเชื่อมโยงความสำพันธ์เพื่อลดปัญหาอุปสรรคของการค้า ระหว่าง 20 จังหวัดภาคตะวันออกตะวันออกเฉียงเหนือกับประเทศลาว เวียดนาม รวมถึงการจัดการเจรจาคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งสิ้น 20 คู่ มูลค่า 20 กว่า ล้านบาทโดยสินค้าหลักๆที่มีการเจรจาธุรกิจคือ สินค้าวัสดุก่อสร้างสินค้าเกษตรและเครื่องจักรทางการเกษตร สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรม ร้านอาหารและธุรกิจบริการท่องเที่ยว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขงดันเอสเอ็มอีไทยขยายตลาดเพื่อนบ้าน
เดือน: เมษายน 2014
-

จัดมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขงดันเอสเอ็มอีไทยขยายตลาดเพื่อนบ้าน
-

งัดกลยุทธ์ขายข้าวไข่เจียวทั่วถนนข้าวสาร
นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ขณะนี้ ผู้ประกอบการจึงได้หารือและงัดกลยุทธ์การตลาด ด้วยการชูจุดเด่น การทำข้าวไข่เจียวขายให้นักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ตลอดเส้นทางของถนนข้าวสาร เพื่อกระตุ้นความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวที่กำลังประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายด้านการบริโภคที่ลดลง โดยเฉพาะในตลาดคนไทยและกลุ่มแบ็กแพ็กที่เน้นการท่องเที่ยวแบบประหยัดเงิน โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัดในช่วงสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 12-15 เม.ย.ประมาณ 24,000 ล้านบาทและมีนักท่องเที่ยวเดินทางมา 104,000 คน“เมนูข้าวไข่เจียวนั้น เป็นเมนูที่ขายอยู่แล้วบนถนนข้าวสาร และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติก็ดูจะชื่นชอบเป็นพิเศษ เนื่องจากมีข้าวกล่องเดียวพร้อมน้ำ 1 ขวดก็รับประทานได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งก็เข้ากับการท่องเที่ยวในข้าวสารที่จะต้องเดินเล่นดูบรรยากาศต่างๆ และบวกกับปัจจัยที่เศรษฐกิจทั้งของคนไทยและต่างชาติยังไม่ดีขึ้นมากนักจึงคาดว่า การชูจุดขายนี้จะช่วยกระตุ้นเรื่องการใช้จ่ายแบบประหยัดในนักท่องเที่ยวได้”อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภาพรวมการท่องเที่ยวสงกรานต์บนถนนข้าวสารจะเติบโตลดลง 20% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากไทยประสบปัญหาเรื่องการเมือง ซึ่งทำให้ตลาดในกลุ่มแบ็กแพ็ก ที่มาจากจีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซึ่งมีกว่า 80% หายไปในช่วงที่เกิดวิกฤต แต่ในทางกลับกันกลุ่มนี้เมื่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯไปแล้วก็จะเดินทางกลับมาได้เร็ว ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยที่มีสัดส่วนประมาณ 70% ก็ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวลงเพราะเศรษฐกิจในประเทศไม่เติบโต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : งัดกลยุทธ์ขายข้าวไข่เจียวทั่วถนนข้าวสาร -

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 เมษายน 2557 ปิดบวก 0.79 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 เม.ย. ดัชนีไหลลงทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็แกว่งตัวสลับไปมาทั้งในแดนบวกและลบ โดยระหว่างได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติที่ย้ายมาลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ ขณะเดียวกันยังได้รับอานิสงค์จากการประกาศขึ้นเครื่องหมายที่นักลงทุนไม่มีสิทธิรับเงินปันผล (เอ็กซ์ดี) ทำให้ดัชนีปรับสูงขึ้นในช่วงเช้า และถูกเทขายทำกำไรในช่วงบ่าย ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,397.46 จุด และ ลดลงต่ำสุด 1,388.64 จุด จนมาปิดตลาด 1,392.01 จุด เพิ่มขึ้น 0.79 จุด หรือ 0.06 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 31,231.01 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 186.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท2. พีทีทีจีซี ปิดที่ 70.00 บาท ลดลง 1.00 บาท3. สุธากัญจน์ ปิดที่ 5.20 บาท ลดลง 1.00 บาท4. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 162.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท5. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 184.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 เมษายน 2557 ปิดบวก 0.79 จุด