เดือน: เมษายน 2014

  • แนะรัฐวางแผนพัฒนาข้าวระยะยาว

    แนะรัฐวางแผนพัฒนาข้าวระยะยาว

    นายวัลลภ พิชญ์พงศา อุปนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเปิดเผยในงานเสวนา “ข้าวไทยในอาเซียน … ถึงทางตันแล้วจริงหรือ?”ว่า ต้องการให้ภาครัฐได้จัดทำยุทธศาสตร์ข้าวไทยระยะยาว5-10 ปีเพื่อผู้ส่งออกข้าว โรงสี สามารถวางแผนในการลงทุนหรือวางแผนในการตลาดและสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าในต่างประเทศเนื่องจากที่ผ่านมาบรรดาพรรคการเมือง รวมถึงคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)มีการใช้นโยบายสั้นๆไม่เกิน 3-6 เดือนในการช่วยเหลือชาวนาเป็นหลัก จึงทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งโรงสีผู้ส่งออก และ ชาวนา ไม่สามารถวางแผนในระยะยาวได้“ตอนนี้บรรดานักการเมืองก็มีการถกเถียงกันระหว่างประกันรายได้กับการรับจำนำ แม้จะมีความประสงค์ดีที่จะให้ชาวนามีรายได้มากๆ แต่ก็จะทำให้เกิดความปั่นป่วนในวงการข้าวไทยเนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารถที่จะลงทุนระยะยาวได้ เพราะหากพรรคหนึ่งขึ้นมาก็จะยกเลิกนโยบายอีกฝ่ายหนึ่งหากมีนโยบายหลักในอนาคตนโยบายของพรรคการเมืองก็แค่มาเสริมช่วยเหลือชาวนาเฉพาะช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำ” อย่างไรก็ตามเรื่องของการแทรกแซงราคานั้นภาคเอกชนยอมรับว่าภาครัฐก็ควรมีไว้โดยไม่ต้องยกเลิกทั้งหมดแต่ควรจะนำมาใช้ในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำ และไม่ควรใช้มากเกินไปเมื่อราคาข้าวปรับเพิ่มขึ้นแล้วก็ควรยกเลิกทันที เพื่อให้กลไกการตลาดสามารถขับเคลื่อนตามปกติ “ข้าวไทยในอาเซียนยังไม่ถึงทางตันแน่นอนหากภาครัฐมีการวางแผนเป็นนโยบายหลักของประเทศในการพัฒนาข้าวระยะยาวหรืออาจตั้งเป้าในการสร้างมูลค่าเพิ่มของข้าวให้มีคุณภาพสูงขึ้นเน้นตลาดระดับกลางและระดับบนเพื่อหนีคู่แข่งอย่างเวียดนามที่จะมาตัดราคากัน และไม่ต้องคำนึงว่าจะต้องทวงแชปม์ส่งออกข้าวให้ได้ปริมาณมากที่สุดในโลกคืนส่วนคุณภาพข้าวที่อยู่ในระดับกลางถึงระดับต่ำก็ค่อยทยอยเลิกส่งเสริมการผลิต” ทั้งนี้หากรัฐบาลมีแผนระยะที่ชัดเจนเหมือนพม่าเวียดนาม กัมพูชา โดยของไทยเน้นคุณภาพข้าวเชื่อว่าในอนาคตจะทำให้ไทยมีมูลค่าจากการส่งออกข้าวได้มากกว่าการเน้นปริมาณและที่สำคัญชาวนาก็มีรายได้ที่ดีขึ้นด้วย นายวัลลภ กล่าวว่าในปีนี้คาดว่าประเทศไทยสามารถส่งออกข้าวได้ 8-8.5 ล้านตัน ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงโดยมีปัจจัยจากการไม่มีโครงการรับจำนำข้าวทำให้การค้าข้าวเป็นไปตามกลไกของตลาดและรัฐบาลเร่งระบายข้าวเพื่อนำเงินมาคืนคลังหลังจากที่มีการนำงบกลาง 20,000ล้านบาทมาจ่ายค่าข้าวแก่ชาวนา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะรัฐวางแผนพัฒนาข้าวระยะยาว

  • ราคาทอง4เม.ย.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,300บาท

    ราคาทอง4เม.ย.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,300บาท

    วันที่ 4 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14:35 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 2 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,300 บาท รับซื้อ 19,510.92 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,900 บาท รับซื้อ 19,800 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,300 บาท รับซื้อ 19,510.92 บาท ทองแท่งขาย 19,900 บาท รับซื้อ 19,800 บาท เวลา 14:35 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,250 บาท รับซื้อ 19,465.44 บาท ทองแท่งขาย 19,850 บาท รับซื้อ 19,750 บาท เวลา 09:24 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง4เม.ย.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,300บาท

  • #LenYourLegTH ชวนถ่ายเซลฟีพับขากางเกง

    #LenYourLegTH ชวนถ่ายเซลฟีพับขากางเกง

    เมื่อวันที่ 4เม.ย. กระทรวงการต่างประเทศได้ประกาศข่าวบนเว็บไซต์ www.mfa.go.thเชิญชวนประชาชนทั่วไป ถ่ายภาพตนเอง ครอบครัว หรือเพื่อนๆที่พับขากางเกงขึ้น 1 ข้าง ติดแท็ก #LendYourLegTH (เลนด์ยัวร์เลกทีเอช) และแชร์หรือแบ่งปันทางสื่อสังคมออนไลน์ผ่าอินสตาแกรม @LendYourLegTH และเฟซบุ๊กwww.facebook.com/LendYourLegTHกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อสร้างตามตระหนักรู้เกี่ยวกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ยังหลงเหลือในประเทศไทย รวมถึงเพื่อให้เกิดความเข้าใจเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล โดยกิจกรรมนี้ ได้เผยแพร่ภาพ นายสีหศักดิ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮกสหประชาชาติประกาศให้วันที่4เม. ย. ของทุกปีเป็นวันทุ่นระเบิดสากล เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องระเบิดสังหารบุคคลที่ยังเป็นปัญหาของหลายประเทศรวมถึงไทย โดยไทยเป็น1 ใน26 ประเทศที่มีผู้ประสบภัยมากที่สุดในโลก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : #LenYourLegTH ชวนถ่ายเซลฟีพับขากางเกง