ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 เม.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นจึงเคลื่อนไหวผันผวนในแดนบวกตลอดวัน หลังดัชนีปรับลดลงแรงในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยปัจจัยสนับสนุนหลักยังคงมาจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นเกิดใหม่ ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศรวมถึงการเมืองยังไร้ความเคลื่อนไหว ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,417.02 จุด และลดลงต่ำสุด 1,409.19 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,411.23 จุด เพิ่มขึ้น 3.07 จุด หรือ0.22 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 37,429.04 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.เกษตรไทยอินเตอร์ฯ ปิดที่ 9.70 บาท ลดลง 0.30 บาท 2. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 189.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท 3.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 189.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00บาท 4.เอไอเอส ปิดที่ 243.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท 5. อิชิตัน ปิดที่ 17.70 บาท ลดลง 0.20 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 28 เมษายน 2557 ปิดบวก 3.07 จุด
เดือน: เมษายน 2014
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 28 เมษายน 2557 ปิดบวก 3.07 จุด
-

ครม.เห็นชอบจ่ายเงินรถคันแรก5,100ล้านบาท
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.ได้เห็นชอบให้ใช้เงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 5,100 ล้านบาท ให้กับกรมสรรพสามิตนำไปเป็นเงินคืนแก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกที่ถือครองครบ 1 ปี ในเดือนพ.ค.-ก.ค.57 ซึ่งเป็นการอนุมัติเพื่อนำไปใช้ 3 เดือนก่อน จากที่กระทรวงการคลังเสนอขอมา 5 เดือน ตั้งแต่เดือนพ.ค.-ก.ย.57 วงเงินรวม 8,830 ล้านบาท หลังสำนักงบประมาณตั้งข้อสังเกตว่า หากอนุมัติทั้ง 5 เดือนอาจจะผูกพันกับรัฐบาลชุดใหม่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งได้ในเดือนก.ค.57 ส่วนที่เหลือจึงค่อยพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นรัฐบาลใหม่เป็นผู้มาพิจารณา โดยทั้งหมดนี้ต้องนำเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาก่อนด้วย “อยากจะย้ำให้ประชาชนทราบว่ากระทรวงการคลังไม่เคยติดเงินหรือมีเงินค้างในการจ่ายคืนเงินในโครงการรถยนต์คันแรก เพราะมีการจ่ายเงินคืนอยู่ตลอด ในเดือนเม.ย.นี้ก็มีเงินแล้ว โดยวงเงินที่ขออนุมัติจากครม.เป็นเงินที่จะต้องจ่ายในเดือนถัดไป เริ่มจากเดือนพ.ค.ส่วนที่บางคนยังไม่ได้รับเงินเป็นปัญหาเฉพาะบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับเอกสารไม่พร้อมแต่โดยภาพรวมไม่มีปัญหา” สำหรับเหตุผลที่กระทรวงการคลังต้องมาเสนอของบประมาณดังกล่าวเพิ่มเติม เนื่องจากในปีงบประมาณ 57 กรมสรรพสามิตได้รับจัดสรรงบประมาณในโครงการรถยนต์คันแรกไว้ 40,000 ล้านบาท ขณะที่มีผู้มีสิทธิถือครองรถยนต์คันแรกครบ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1ต.ค.55 – 30 ก.ย.56 รวมเป็นเงิน 48,830 ล้านบาท จึงยังขาดอยู่ 8,830ล้านบาท ทั้งนี้ตั้งแต่ดำเนินโครงการมีผู้ขอใช้สิทธิ์ 1,259,101ราย คิดเป็นเงิน 92,180ล้านบาท ขอยกเลิกการใช้สิทธิ์ 10,080 ราย และไม่ได้รับสิทธิ์เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไข 4,116 ราย ทำให้มีผู้อยู่ในสถานะรับสิทธิ์ 1,244,905 ราย. คิดเป็นเงิน 91,198ล้านบาท โดยเมื่อนับเริ่มโครงการและคืนเงินในเดือนก.ย.55 จนถึงมี.ค.57 กรมสรรพสามิตได้คืนเงินให้ผู้ซื้อไปแล้ว 938,718 ราย คิดเป็นเงินคืนทั้งสิ้น 67,434 ล้านบาท. โดยมีผู้ได้รับรถแล้ว 1,128,285ราย ยังเหลือไม่ได้รับรถ116,620 ราย คิดเป็น 9.37%ของจำนวนรถทั้งสิ้นที่เข้าโครงการ นอกจากนี้มีรายการขอปลดล็อคและแจ้งอายัดรถยนต์จากลิสซิ่งเพียง 1,445 ราย เป็นเงิน 85.51ล้านบาท โดยกรมสรรพสามิตได้จ่ายเงินคืนแล้ว 846 ราย เป็นเงิน 47.37ล้านบาท เสียชีวิตแล้ว 5ราย เป็นเงิน 396,711 บาท และยังไม่ได้จ่ายคืน 599ราย เป็นเงิน 38.14ล้านบาท เสียชีวิตแล้ว34 รายเป็นเงิน 2.32 ล้าานบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ครม.เห็นชอบจ่ายเงินรถคันแรก5,100ล้านบาท -

ค่ายรถยนต์แห่ร่วมงานยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง
นางนันทวัลย์ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯร่วมกับสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย, สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย, สมาคมวรจักรและสมาคมผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ และอะไหล่ทดแทนไทยจัดงาน”แสดงสินค้ายานยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 57″ หรือหรือ TAPA 2014 ซึ่งเป็นงานโชว์สุดยอดเทคโนโลยีสีเขียวเน้นการผลิตที่ปลอดภัยและรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้ชาวโลกรู้ว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรองรับตลาดเออีซี ในระหว่างวันที่ 28 เม.ย. – 1พ.ค.นี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา “งานในครั้งนี้ได้มีค่ายรถยนต์และผู้ประกอบการทั้งจากไทยและต่างประเทศร่วมงาน ได้แก่ จีน ใต้หวัน มาเลเซียสหรัฐอเมริกา ฮ่องกง อินเดีย สิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งในปีนี้เราต้องการจัดอย่างยิ่งใหญ่เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ เออีซี พร้อมผลักดันในการใช้ประโยชน์จากการเปิดตลาดทั้งด้านการค้าและการลงทุนอันจะส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสขยายการค้าระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกได้เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากตลาดภูมิภาคอาเซียนเป็นตลาดขนาดใหญ่” ทั้งนี้ตลอดการจัดงานทั้ง 4 วัน คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 16,000 ราย และมีเงินสะพัดประมาณ 800 ล้านบาท โดยวันที่ 28-30เม.ย.นี้ เป็นวันเจรจาธุรกิจขณะนี้มีนักธุรกิจลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้วกว่า 400 ราย แม้ว่าจะมีปัญหาทางการเมืองแต่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะไม่เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น และในวันที่ 1 พ.ค.เป็นวันค้าปลีก นางนันทวัลย์กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าประเทศไทยจะผลิตรถยนต์ รวมประมาณ 2.5 ล้านคันจากปีที่ผ่านมามียอดผลิตรถยนต์รวม 2.457 ล้านคัน โดยเป็นผู้ผลิตรถยนต์มากที่สุดอันดับ 9 ของโลกและตั้งเป้าหมายจะผลิตรถยนต์ได้ 3 ล้านคันในปี 59 ซึ่งทำให้ไทยจะก้าวขึ้นสู่เป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์มากที่สุดอยู่ในอันดับ5 ของโลก นางอัชฌา ลิมป์ไพฑูรย์นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมยังเชื่อว่าการผลิตและการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย ยังมีแนวโน้มเติบโตในทิศทางที่ดีซึ่งในช่วง2เดือนที่ผ่านมา ยอดการส่งออกยานยนต์ ได้ 180,000 ล้านบาทและเชื่อมั่นว่า ระยะเวลาที่เหลือของปีนี้ การส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าสน่าจะเติบโตได้ 5-10% อย่างแน่นอน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ค่ายรถยนต์แห่ร่วมงานยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง