วันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:27 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,250 บาท รับซื้อ 19,465.44 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,850 บาท รับซื้อ 19,750 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,250 บาท รับซื้อ 19,465.44 บาท ทองแท่งขาย 19,850 บาท รับซื้อ 19,750 บาท เวลา 09:27 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง29เม.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,250บาท
เดือน: เมษายน 2014
-

ราคาทอง29เม.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,250บาท
-

คลังหวั่นรีดภาษีได้ต่ำกว่าแสนล้าน
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ จากการหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ 3 กรมภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร ศุลกากร และกรมสรรพสามิต คาดว่าการจัดเก็บรายได้ในปีนี้จะต่ำกว่าเป้าหมาย 100,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังเองจะติดตามเรื่องการจัดเก็บรายได้กับกรมภาษีทั้ง 3 แห่งทุกสัปดาห์พร้อมทั้งนัดประชุมอธิบดีกรมภาษีทุกเดือนทั้งนี้การประเมินรายได้ทั้งปีนั้นคงต้องติดตามการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลรอบการเสียของปี 56 ในช่วงเดือนพ.ค.นี้ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ประเมินเบื้องต้นคิดว่าจะไม่ปรับลดลงจากเป้าหมาย เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทเอกชนในช่วงปี 56 อยู่ในระดับที่ดีส่วนการจัดทำงบประมาณประจำปี 58 ในส่วนของรายได้ที่กระทรวงการคลังต้องประเมินเป้าหมายจัดเก็บนั้น ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถจัดทำเป้าหมายรายได้ให้สูงกว่าเป้าหมายในปีงบ 57 ที่กำหนไว้ 2.275 ล้านล้านบาทได้หรือไม่ เพราะต้องรอใช้ตัวเลขการจัดเก็บจริงในปีงบ 57 เป็นฐานกำหนดเป้าหมาย โดยเป้าหมายรายได้จะเพิ่มขึ้นตามประมาณการเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามตัวเลขที่เกี่ยวข้องทั้งการจัดเก็บรายได้ล่าสุด รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งยังพอมีเวลา เพราะต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาตัดสินใจด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า กระทรวงการคลังยังไม่ปรับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณที่กำหนดไว้ 2.275 ล้านล้านบาท โดยตัวเลขจัดเก็บที่อาจต่ำกว่าเป้าหมาย 100,000 ล้านบาทนั้นเป็นเพียงการประเมินภายในของกระทรวง ปัจจัยหลักที่ทำให้จัดเก็บรายได้ลดลง มาจากปัญหาการเมืองที่ทำให้การจัดเก็บภาษีของกรมภาษีลดลงมาก ซึ่งหากปัญหาการเมืองจบได้ภายในไตรมาส 3 จะทำให้เศรษฐกิจปีนี้โตได้มากกว่า 2.6% การจัดเก็บรายได้อาจไม่ต่ำกว่าเป้าถึง 100,000 ล้านบาท แต่ถ้าการเมืองลากยากไปกว่าไตรมาส 3 และทำให้เศรษฐกิจโตได้น้อยกว่า 2.6% อาจทำให้การจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายมากกว่า 100,000 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังหวั่นรีดภาษีได้ต่ำกว่าแสนล้าน -

คลังหวั่นรีดภาษีได้ตำ่กว่าแสนล้าน
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ จากการหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ 3 กรมภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร ศุลกากร และกรมสรรพสามิต คาดว่าการจัดเก็บรายได้ในปีนี้จะต่ำกว่าเป้าหมาย 100,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังเองจะติดตามเรื่องการจัดเก็บรายได้กับกรมภาษีทั้ง 3 แห่งทุกสัปดาห์พร้อมทั้งนัดประชุมอธิบดีกรมภาษีทุกเดือน ทั้งนี้การประเมินรายได้ทั้งปีนั้นคงต้องติดตามการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลรอบการเสียของปี 56 ในช่วงเดือนพ.ค.นี้ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ประเมินเบื้องต้นคิดว่าจะไม่ปรับลดลงจากเป้าหมาย เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทเอกชนในช่วงปี 56 อยู่ในระดับที่ดี ส่วนการจัดทำงบประมาณประจำปี 58 ในส่วนของรายได้ที่กระทรวงการคลังต้องประเมินเป้าหมายจัดเก็บนั้น ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถจัดทำเป้าหมายรายได้ให้สูงกว่าเป้าหมายในปีงบ 57 ที่กำหนไว้ 2.275 ล้านล้านบาทได้หรือไม่ เพราะต้องรอใช้ตัวเลขการจัดเก็บจริงในปีงบ 57 เป็นฐานกำหนดเป้าหมาย โดยเป้าหมายรายได้จะเพิ่มขึ้นตามประมาณการเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามตัวเลขที่เกี่ยวข้องทั้งการจัดเก็บรายได้ล่าสุด รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งยังพอมีเวลา เพราะต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาตัดสินใจ ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า กระทรวงการคลังยังไม่ปรับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณที่กำหนดไว้ 2.275 ล้านล้านบาท โดยตัวเลขจัดเก็บที่อาจต่ำกว่าเป้าหมาย 100,000 ล้านบาทนั้นเป็นเพียงการประเมินภายในของกระทรวง ปัจจัยหลักที่ทำให้จัดเก็บรายได้ลดลง มาจากปัญหาการเมืองที่ทำให้การจัดเก็บภาษีของกรมภาษีลดลงมาก ซึ่งหากปัญหาการเมืองจบได้ภายในไตรมาส 3 จะทำให้เศรษฐกิจปีนี้โตได้มากกว่า 2.6% การจัดเก็บรายได้อาจไม่ต่ำกว่าเป้าถึง 100,000 ล้านบาท แต่ถ้าการเมืองลากยากไปกว่าไตรมาส 3 และทำให้เศรษฐกิจโตได้น้อยกว่า 2.6% อาจทำให้การจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายมากกว่า 100,000 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังหวั่นรีดภาษีได้ตำ่กว่าแสนล้าน