วันนี้ (29 เม.ย.) ที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า วันนี้บอร์ด กสท. ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด หลังศาลปกครองกลางมีมติพิพากษาเพิกถอน ประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์ รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (มัสต์ แฮฟ) ที่กำหนดให้การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้ง 64 นัดต้องถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี โดยเพิกถอนเฉพาะข้อที่ 3 และให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 ม.ค.2556 ที่ผ่านมาพ.อ.นที กล่าวว่า ประเด็นที่ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลนั้น คือการยืนยันสิทธิของประชาชนที่จะต้องได้รับชมฟุตบอลโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกฟรีมาตลอดกว่า 40 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 และประกาศฉบับนี้เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิประชาชน และคำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถมีกำลังจ่ายค่าบริการรับเดือนเพื่อรับชมฟุตบอลโลกนอกจากนี้ ประกาศฉบับดังกล่าวบังคับใช้เฉพาะผู้ได้รับใบอนุญาตจาก กสท. คือ บริษัท อาร์เอส แต่ผู้ฟ้องคดี คือบริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นเนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ ผู้ได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ซึ่งไม่ใช่ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสท. โดยตรง ทั้งนี้ ก่อนที่ขั้นตอนจะเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้อง กสท. ได้เคยขอดูสัญญาที่ทางอาร์เอสได้ทำไว้กับสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) เป็นจำนวน 4 ครั้ง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือใดๆ จากอาร์เอสเลย ดังนั้น กสท. ยืนยันว่าประกาศฉบับนี้ เพื่อต้องการให้คนไทยได้รับชมฟุตบอลโลกฟรีเช่นที่เคยเป็นมาโดยตลอดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองกลางได้มีมติพิพากษาเพิกถอนประกาศดังกล่าว เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2557 เฉพาะกรณีฟุตบอลโลกปี 2014 โดยศาลเห็นว่า การที่ กสท. อ้างอำนาจประกาศดังกล่าวเพราะคำนึงถึงผลประโยชน์ของสาธารณชนที่ควรจะมีสิทธิ์เข้าถึงการชมฟุตบอลโลกโดยไม่มีภาระค่าใช้จ่าย แต่โดยหลักกฎหมายปกครองไม่ยอมรับการอ้างประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ เนื่องจากละเมิด พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และทางอาร์เอสต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่ฟีฟ่าเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์ในการเผยแพร่ในประเทศไทยเช่นกัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด ย้ำคนไทยต้องดูบอลโลกฟรี
เดือน: เมษายน 2014
-

กสท.ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด ย้ำคนไทยต้องดูบอลโลกฟรี
-

ดัชนีตลาดหุ้นไทย 29 เมษายน 2557 ปิดตลาดภาคเช้าปิดลบ 1.23 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ ( 29 เม.ย.) ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดปรับลดลงเล็กน้อย และเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดการซื้อขายภาคเช้า ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดอื่นๆในภูมิภาคเอเชียที่ค่อนข้างผันผวนและปรับลดลงบ้าง ขณะที่แรงซื้อในตลาดหุ้นไทยในรอบสัปดาห์ยังพบว่าค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในประเทศยังไร้ทิศทางที่ชัดเจน ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปิดที่ 1,410 จุด ลดลง 1.23 จุด หรือ 0.09% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 12,081.68ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทย 29 เมษายน 2557 ปิดตลาดภาคเช้าปิดลบ 1.23 จุด -

การเมืองพ่นพิษอีไอซีหั่นจีดีพีเหลือ1.6%
น.ส.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (อีไอซี) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ปรับลดอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงเหลือ 1.6% จากเดิมตั้งไว้ว่าเติบโต 2.4 % เป็นผลมาจากปัญหาการเมืองภายในประเทศทำให้ไม่มีรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จากเดิมที่คาดว่ามีรัฐบาลชุดใหม่บริหารประเทศภายในไตรมาส 3/57 ของปีนี้ แต่ต้องเลื่อนออกไปเป็นปลายปีทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า โดยเฉพาะงบลงทุนภาครัฐที่จะติดลบ 6.6 % และมีผลกระทบต่อไปยังการบริโภคภาคครัวเรือนลดลง 0.5% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนติดลบ 2.8% เห็นได้จากตัวเลขการนำเข้าสินค้าทุนเริ่มชะลอตัว ซึ่งหากปรับลดลงต่อเนื่องจะมีปัญหาต่อเศรษฐกิจได้ ซึ่งการปรับลดจีดีพีในครั้งนี้ ทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจลดลง 0.8% หรือคิดเป็นเม็ดเงินที่หายไป 800,000 ล้านบาท “การส่งออกที่เคยคาดหวังจะขยายตัวได้ดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ไม่เป็นไปตามคาด เนื่องจากสินค้าเกษตรที่ส่งออกลดลง เช่น ยางพารา สินค้าเกษตรแปรรูป แต่คาดว่าจะมีปัจจัยบวกจากการส่งออกรถยนต์ในตลาดรอง คือ ซาอุดิอาระเบีย มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ เข้ามาช่วยส่งออก รวมทั้งการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เริ่มปรับตัวดีขึ้น ทำให้การส่งออกปีนี้โต 4 % จากเดิมคาดการณ์ว่าโต 5% และ เชื่อว่าส่งออกยังเป็นตัวช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้” นอกจากนี้ยังมองว่าเศรษฐกิจแม้จะชะลอตัวแต่ยังไม่ถึงขั้นถดถอย เพราะแม้ไตรมาส 1 จีดีพีอาจจะติดลบ 0.3% แต่เชื่อว่าจีดีพีในไตรมาส 2/57 ทรงตัว และเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้วหากสถานการณ์การเมืองไม่รุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม มองว่าถ้าจีดีพีเติบโตต่ำต่อเนื่อง จะกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ทั้งความสามารถทางการผลิตและแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การเมืองพ่นพิษอีไอซีหั่นจีดีพีเหลือ1.6%