รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้รายงานสถานการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทย ให้ที่ประชุมครม.รับทราบ โดยเห็นว่า ภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยปี 57 จะเผชิญแรงกดดันเพิ่มมากขึ้น หากปัญหาทางการเมืองภายในประเทศยังไม่มีข้อยุติได้โดยเร็ว เห็นได้จากกิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ชะลอตัวลงในเดือนธ.ค.56 ต่อเนื่องจนถึงต้นปี 57 ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นปัจจัยลบอย่างต่อเนื่อง ที่เข้ามากระทบกับตลาดที่อยู่อาศัยในปีนี้โดยตรงทั้งนี้คาดว่าปี 57 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะลดสัดส่วนสินค้าที่อยู่อาศัยในประเภทอาคารชุด และเพิ่มการเปิดขายที่อยู่อาศัยประเภทบ้านจัดสรรมากขึ้น เพื่อให้การบริหารคล่องตัว อย่างไรก็ตามในภาวะที่อยู่อาศัยชะลอตัวลง จะเป็นโอกาสให้เกิดการปรับฐานตลาดให้เกิดดุลยภาพ โดยผู้ประกอบการมีโอกาสปรับเป้าหมายจำนวนลูกค้าลงขณะที่สถาบันการเงินนั้น ยังมีโอกาสกำหนดหลักเกณฑ์การกลั่นกรองลูกค้าให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ ส่วนผู้บริโภค ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพราะมีศักยภาพทางการเงินที่ลดลง จะได้พิจารณาความจำเป็นที่แท้จริงในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยได้ดีขึ้นด้วยอย่างไรก็ตาม ศูนย์ข้อมูลฯ ยังได้รายงานถึงการเข้าสู่ประชาคมอาเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58 ผู้ประกอบการและผู้บริโภคในภาคที่อยู่อาศัย ควรตระหนักถึงผลกระทบจากการเก็งกำไรของราคาที่ดินในภูมิภาค รวมถึงการลงทุนเกินตัวในที่อยู่อาศัยประเภทห้องชุด เนื่องจากในปี 56 ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดขายหน่วยของห้องชุดมากถึง 85,200 หน่วย ส่งผลให้ผู้ประกอบการขายได้ช้าลง หรือขายได้แต่ก็ใช้เวลาก่อสร้างนานขึ้น ทำให้เกิดสินค้าขายได้ แต่รอการส่งมอง (แบ็คล็อค) จำนวนมาก ซึ่งส่งผลต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการหลายรายเริ่มลดลงนอกจากนี้ในภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยปี 56 ที่ผ่านมา พบว่า ยังอยู่ในสถานะค่อนข้างดี และขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีการเปิดขายหน่วยโครงการใหม่เพิ่มมากขึ้น มูลค่าสินเชื่อปล่อยใหม่ของบุคคลทั่วไป และผู้ประกอบการสูงขึ้น ซึ่งภาพรวมของไทยไตรมาสแรก กิจกรรมการซื้อขายที่อยู่อาศัยได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่เริ่มชะลอตัวลง หลังจากพ้นไตรมาสแรกในบางเดือน จากสาเหตุหลายอย่าง โดยเฉพาะปัญหาทางการเมืองที่เข้ามากระทบ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พิษการเมืองฉุดตลาดอสังหาฯ ซึมยาวทั้งปี!
เดือน: เมษายน 2014
-

พิษการเมืองฉุดตลาดอสังหาฯ ซึมยาวทั้งปี!
-

ธปท.ผนึก สสว.กู้ชีวิตเอสเอ็มอี
นางสาลินี วังตาลผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ร่วมกับกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในการจ่ายค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)เพื่อขอสินเชื่อใหม่จากธนาคาร ในสภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว โดยตามปกติผู้ประกอบการจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน 1.75%สำหรับสินเชื่อทั้งระบบของธนาคารพาณิชย์ไตรมาสแรกที่ผ่านมา ขยายตัว 9.8% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เติบโต 13.15% โดยแบ่งเป็นสินเชื่อรายใหญ่ 6.9% สินเชื่อเอสเอ็มอี 11.7% และสินเชื่อรายย่อย 10.7% นอกจากนี้ยังพบว่าสินเชื่อรายย่อยที่ชะลอตัวลงแรง มาจากสินเชื่อรถยนต์ที่เติบโต 2.5% ลดลงจากที่ผ่านมา ที่ขยายตัวได้ 30% และสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเติบโต7%จากเดิมที่เคยขยายตัวกว่า20%ส่วนสินเชื่อรายย่อยอื่น ๆ ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนัก ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ยังเติบโต 12%“หากเราจะมองภาพการขยายตัวของสินเชื่อของระบบธนาคาร จะเห็นว่ายังเติบโตได้พอสมควร อีกด้านหนึ่งที่ทำให้รู้สึกดีก็คื อสินเชื่อของเอสเอ็มอีที่ยังเติบโตได้ถึง11.7%จากระยะเดียวกันของปีก่อนที่โต14%จากช่วงเดียวกันของปี55แม้จะเห็นว่าเป็นตัวเลขที่ชะลอลง แต่ก็เป็นเรื่องปกติตามสภาวะการณ์ของเศรษฐกิจปัจจุบัน อย่างไรก็ตามต้องเรียกว่าการขยายตัวของสินเชื่อรายใหญ่ไม่ใช่เป็นเพียงโครงการที่เกิดขึ้นในประเทศแต่ยังรวมถึงการที่ลูกค้าของแบงก์ไปทำธุรกิจในประเทศเพือนบ้าน และประเทศจีนด้วยยอกจากนี้ก็จะมีในส่วนของการออกหุ้นกู้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหากช่วงใดมีการออกหุ้นกู้มากการขอสินเชื่อจากแบงก์ก็จะมีน้อย”ส่วนคุณภาพของเงินให้สินเชื่อนั้นสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) รวมทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ 2.3%ณ สิ้นเดือนมี.ค.57ทรงตัวจากช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามยอมรับว่า แม้เอ็นพีแอลจะทรงตัว แต่ในส่วนของปริมาณเงินอาจเพิ่มขึ้นบ้าง 2,000-3,000 ล้านบาท เนื่องจากสินเชื่อขยายตัวมากขึ้น และยืนยันว่า ธปท.ไม่ได้หนักใจกับตัวเลขดังกล่าว เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ยังบริหารจัดการได้ สำหรับในส่วนของสินเชื่อที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (เอสเอ็ม) ในกลุ่มเอสเอ็มอีขยายตัว2.1%รายย่อยอยู่ที่2.4%โดยสัดส่วนดังกล่าว ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันซึ่งปัจจัยหลักสำคัญมาจากการที่ธนาคารพาณิชย์เข้าไปดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นการยืดอายุหนี้ให้กับลูกค้า เพื่อลดการชำระเงินต้นลดลงและยังสามารถชำระดอกเบี้ยได้อยู่เป็นต้น ธปท.ยืนยันว่า ปัจจุบันระบบธนาคารพาณิชย์ของไทยในส่วนของสินเชื่อยังสามารถขยายตัวได้โดยธนาคารยังคงทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการนำเงินที่รับฝากจากประชาชนไปปล่อยกู้ให้กับกิจการรายเล็กหรือรายย่อยได้ดีอย่างสมเหตุสมผลขณะที่ทางด้านของคุณภาพสินเชื่อก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอีกทั้งจากการตรวจสอบในส่วนของผลกำไรของธนาคารก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีในไตรมาส1ของปีนี้ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มไม่ค่อยจะสู้ดีนักหรือสถานการณ์บ้านเมืองเริ่มมีปัญหานอกจากนี้จากการทำบททดสอบภาวะวิกฤติ (สเตรทเทส)ของ ธปท. โดยการตั้งสมมุติฐานแบบเลวร้ายมากที่สุดที่สภาวะเศรษฐกิจยังคงซบเซาไปจนถึงประมาณ1-2ปี ระบบของธนาคารพาณิชย์ก็จะยังคงสามารถดำรงอยู่ได้ในการเป็นเสาหลักของประเทศโดยไม่มีปัญหา ถึงแม้ว่าตัวเลขเอ็นพีแอลจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม เนื่องจากเงินกันสำรองของธนาคารที่เผื่อเอาไว้มีอยู่ในปริมาณที่เพียงพอ โดยปัจจุบันมีส่วนเกินอยู่ 157% หรือคิดเป็นเงินกว่าแสนล้านที่กันสำรองเผื่อไว้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.ผนึก สสว.กู้ชีวิตเอสเอ็มอี -

ดีแทค เปิด4จี ให้พนักงานทดสอบก่อนให้ลูกค้าใช้จริงเร็ว ๆ นี้
วันนี้ (29 เมษายน 2557 ) รายงานข่าวจากบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด หรือ ดีแทค แจ้งว่า ดีแทค ไตรเน็ต ต่อยอดประสบการณ์บนโครงข่ายอัจฉริยะ นำ 4G LTE บนคลื่น 2100MHz เปิดให้พนักงานดีแทคร่วมทดสอบ เริ่มตั้งแต่ 2 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์ต่างๆ ที่รองรับ 4G เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนเปิดให้ลูกค้าใช้จริงเร็วๆ นี้ โดยพนักงานดีแทคจะนำความคิดเห็นส่งกลับมาเพื่อรวบรวม พัฒนาสู่ความมั่นใจก่อนการให้บริการจริง และพนักงานจะเป็นตัวแทนที่แนะนำข้อมูล 4G ให้กับเพื่อน คนที่รู้จัก และลูกค้าอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ดีแทค ไตรเน็ตยังได้ร่วมทดสอบกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่รองรับ 4G และได้ผ่านการทดสอบเรียบร้อย เช่น Apple ซึ่งลูกค้าดีแทคจะสามารถอัพเดตการตั้งค่าใช้งาน (Carrier Bundle) บนตัวเครื่องใหม่พร้อมใช้งาน 4G ได้ทันที สำหรับรุ่นที่รองรับ 4G เช่น iPhone 5S, iPhone 5C, iPad Air, iPad Mini, iPad Mini Retina Display เป็นต้น เพียงอัพเดต iOS ล่าสุด และเลือกเมนูการตั้งค่าให้เปิดใช้ LTE หรือ 4G
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดีแทค เปิด4จี ให้พนักงานทดสอบก่อนให้ลูกค้าใช้จริงเร็ว ๆ นี้