วันนี้ (28 เม.ย.) ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานกรรมการ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทประมูลทีวีดิจิตอลมาได้ ทางบริษัทก็ได้เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งสถานที่ อุปกรณ์ บุคลากร งบลงทุน และการวางระบบออกอากาศร่วมกับโครงข่ายของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “MotionNonstop Channel” ซึ่งทีวีดิจิตอล“ช่อง MONO 29” (โมโน ทเวนตี้ไนน์) พร้อมออกอากาศจริงในวันที่ 29 เมษายนนี้ เวลา 06.00 น. กับรายการสด “Good Morning Thailand”ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัท ได้มีมติให้เพิ่มทุนในบริษัท โมโน บรอดคาชท์ จำกัด อีกจำนวน 500 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนซื้อที่ดินสร้างสตูดิโอแห่งใหม่จำนวน12 ไร่ ย่านถนนราชพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ จัดซื้ออุปกรณ์ออกอากาศ และจัดเตรียมคอนเทนต์ต่างๆ ในระดับพรีเมี่ยม นอกจากนี้ยังเตรียมผลิตรายการประเภทต่างๆ อาทิ ละครเกมโชว์ และวาไรตี้ ทั้งที่ผลิตเอง และได้ผู้ผลิตในแวดวงรายการและละครระดับแถวหน้าของเมืองไทยส่วนคอนเทนต์ทั้งภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์นานาชาติ ได้เตรียมภาพยนตร์มากกว่า 1,500 เรื่องสำหรับผังรายการของช่อง MONO 29 ได้กำหนดสัดส่วนผังรายการออกเป็น ข่าวสารสาระ 25%, ข่าวสารสาระประโยชน์บันเทิง 14%, บันเทิง 56%, เด็กและเยาวชน 5% โดยเน้นเจาะกลุ่ม Gen X, Y และ Z ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยมุ่งเน้นสร้างความแตกต่างด้วยเนื้อหารายการให้เป็นThe Real Social TV มั่นใจจะเป็นช่องทีวีดิจิตอลติดอันดับ 5 ของเมืองไทยในอีกไม่ช้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ช่อง MONO 29” พร้อมออกอากาศทีวีดิจิตอลแล้วพรุ่งนี้
เดือน: เมษายน 2014
-

“ช่อง MONO 29” พร้อมออกอากาศทีวีดิจิตอลแล้วพรุ่งนี้
-

ธปท.สั่งแบงก์ชี้แจงลูกค้ากรณียินยอมเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว
นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายหลังหารือกับธนาคารพาณิชย์ เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์ไทย ในการดูแลลูกค้าภายหลังการขายประกัน และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่า ธปท.ได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบในกรณีที่ลงนาม หรือเซ็นยินยอมเพื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า เมื่อมีการนำข้อมูลของลูกค้าไปใช้กับบริษัทในเครือ เพื่อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆภายหลัง เช่น ประกันชีวิต ประกันวินาศภัย บัตรเครดิต และสินเชื่ออื่นๆ เป็นต้น ส่วนกรณีที่มีการแจ้งมาว่า ธนาคารพาณิชย์บังคับให้ลูกค้าทำประกันภัย วินาศภัย ประกันชีวิต เมื่อยื่นขอสินเชื่อบ้าน รถยนต์ หรือสินเชื่อเอสเอ็มอี ธปท.ยืนยันว่า ห้ามมีการบังคับขายไม่ว่ากรณีใดใดทั้งสิ้น แต่อาจมีบางกรณีหากลูกค้าไม่ทำประกันกับธนาคารอาจมีผลในเรื่องของการพิจารณาสินเชื่อได้ เนื่องจากการนำเสนอให้ทำประกัน เพราะธนาคารต้องลดความเสี่ยงของหนี้ที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย รวมถึงกรณีที่ลูกค้าเกิดเสียชีวิตกระทันหัน อาจมีข้อตกลงร่วมกันในกรณีอื่นๆของหนี้สินด้วย นอกจากนี้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ เตรียมเสนอร่าง พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กับสภาฯพิจารณาทันที หากสามารถเปิดที่ประชุมสภาฯได้ ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาในส่วนของข้อบังคับต่างๆ รวมถึงบทลงโทษหากมีการนำข้อมูลของลูกค้าไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจะมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา คาดว่าจะส่งผลให้บริษัทผู้ที่ทำหน้าที่นายหน้าขายประกัน ธนาคารพาณิชย์จะมีความระมัดระวังในการนำข้อมูลมาใช้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์จะต้องเร่งดำเนินการจัดทำข้อมูลในการปฏิบัติกับลูกค้าภายหลังการขายประกันเรียบร้อยแล้ว เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับสาขาและผู้บริโภค “ที่มีปัญหามากขณะนี้คือพวก คลอสเซลหรือ การที่ธนาคารนำข้อมูลลูกค้าให้บริษัทในเครือ หรือฝ่ายสินเชื่ออื่น เพื่อโทรหาลูกค้าเพื่อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งที่ผ่านมาชัดเจนว่าต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้า ซึ่งบางครั้งลูกค้าอาจไม่รู้ เพราะไม่ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ แต่หลังจากนี้ไปจะต้องไม่มีกรณีนี้แล้ว แบงก์จะต้องชี้แจงการยินยอมต่งๆ และลูกค้าจะรับทราบว่าหลังจากสามารถยินยอมเปิดข้อมูล ลูกค้าจะได้รับการบริการอย่างไรบ้างจากแบงก์ ซึ่งหากมีการยินยอมไปแล้ว ลูกค้าไม่พอใจสามารถบอกเลิกความยินยอมการเปิดเผยข้อมูลได้ทันที”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.สั่งแบงก์ชี้แจงลูกค้ากรณียินยอมเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว -

ดัชนีเชื่ออุตฯมี.ค.ต่ำสุดรอบ 57 เดือน
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย ในเดือนมี.ค. 57 จำนวน 1,107 ราย ดัชนีเชื่อมั่นอุต ฯ ในเดือน มี.ค. อยู่ที่ระดับ 84.7 ปรับลดลงจากระดับ 85.7 ในเดือนก.พ. ถือว่า เป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 57 เดือน นับตั้งแต่เดือนก.ค. 52 เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลปัญหาการเมือง ทำให้การบริโภคภายในประเทศชะลอตัว เห็นได้จากยอดคำสั่งซื้อและยอดขายที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้ ทำให้ผู้ประกอบการขาดความเชื่อมั่นที่จะขยายการลงทุน ทั้งนี้หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 99.1 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 98.4 ในเดือนก.พ. เนื่องจากผู้ประกอบการเริ่มมีความเชื่อมั่นในสถานการณ์ข้างหน้าว่า ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการและผลประกอบการจะปรับเพิ่มขึ้น สำหรับข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐในเดือนมี.ค.นี้ คือ ต้องการให้มีการเร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองให้ยุติโดยเร็ว โดยใช้สันติวิธี ขณะเดียวกันภาครัฐควรหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ เร่งเจรจาการค้าระหว่างประเทศกับประเทศ คู่ค้าสำคัญ ที่ยังไม่มีความตกลงระหว่างกัน เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน รวมทั้งลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน รวมถึงควรมีการกำหนดนโยบายและโครงการสนับสนุนด้านการประหยัดพลังงานให้กับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะเอสเอ็มอี
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีเชื่ออุตฯมี.ค.ต่ำสุดรอบ 57 เดือน