เดือน: เมษายน 2014

  • กองทุนช่วยเหลือชาวนาไฟเขียว 1,000 ล้านบาท

    กองทุนช่วยเหลือชาวนาไฟเขียว 1,000 ล้านบาท

    รายงานข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือชาวนา เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติจัดสรรเงินกองทุนฯเป็นงวดที่ 4 เพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท โดยเริ่มดำเนินการกระจายไปยังสาขา เพื่อนำไปจ่ายให้กับชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวได้ทันที คาดว่าจะมีชาวนาที่ได้รับเงินในครั้งนี้เป็นประมาณ 10,000 ราย หรือคิดเป็นรายละ 100,000 บาท ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการกองทุนฯ ได้จัดสรรวงเงินจากกองทุนดังกล่าวแล้ว 3 ครั้ง เป็นวงเงินครั้งละ 500 ล้านบาท ทำให้รวมกับวงเงินในครั้งนี้ส่งผลให้วงเงินที่นำเงินจากกองทุนจัดสรรจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 2,500 ล้านบาท จากเงินที่มีกองทุนช่วยเหลือชาวนา ณ วันที่ 23 เม.ย.57 จำนวน 4,917 ล้านบาท ขณะที่ วงเงินที่เหลือเงินอีกประมาณ 2,500 ล้านบาท คณะกรรมการกองทุนฯจะทยอยจ่ายไปยังชาวนาในครั้งถัดไปครั้งละ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ธนาคารจะเร่งระดมทุนเงินเข้ากองทุนฯ โดยส่งหนังสือเชิญชวนและทำความเข้าใจว่าหน่วยงานราชการ รวมถึงรัฐวิสาหกิจต่างๆสามารถนำเงินมาฝากได้ เช่นเดียวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ที่นำเงินมาฝากจำนวน 3,000 ล้านบาท ทำให้ยอดเงินกองทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งคาดว่าภายในกลางเดือนพ.ค.นี้จะมีผู้ที่สนใจนำเงินมากฝากได้ 10,000 ล้านบาท แต่จะถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20,000 ล้านบาท ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.57 หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กองทุนช่วยเหลือชาวนาไฟเขียว 1,000 ล้านบาท

  • คลังเล็งหั่นเป้าส่งออกปี 57

    คลังเล็งหั่นเป้าส่งออกปี 57

    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในเดือน มิ.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะปรับเป้าหมายตัวเลขการส่งออกในปี 57 ลง จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตที่ 5% เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณการขยายตัวในภาคการส่งออกที่ต่ำกว่าเป้าหมาย โดยเฉพาะช่วง 2 เดือนแรกของปี 57 ตัวเลขการส่งออกของไทยเติบโตติดลบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง อยู่ระหว่างการติดตามตัวเลขการส่งออก ช่วงเดือน มี.ค.57 โดยเฉพาะการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าหลัก อย่าง ประเทศจีน ที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงชะลอตัวลง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยลบที่มีผลต่อภาคการส่งออกของไทย ขณะที่ การส่งออกไปสหรัฐในหลายภาคอุตสาหกรรมขยายตัวได้ต่ำกว่าคาดการณ์ไว้ โดยเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งมีเพียง อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่อุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง กุ้งแช่แข็ง อัญมณี และอื่น ๆ ยังเติบโตได้ในระดับต่ำ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจมีผลต่อภาคการส่งออกของไทยเช่นเดียวกัน จากเดิมที่คาดว่าส่งออกไทยในปีนี้จะได้รับอานิสงค์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอย่างเต็มที่ “ขณะนี้ กระทรวงการคลังได้จับตาการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของไทย โดยไทยได้ส่งออกสินค้าไปยังจีนเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดถึง 12% ซึ่งหากภาคการส่งออกได้รับผลกระทบอย่างหนัก เป้าหมายการส่งออกที่ 5% คงเป็นเรื่องที่ยาก และมีความท้าทายมาก รวมถึงอาจทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 57 ที่คาดว่าจะเติบโตที่ 2.6% ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งอาจปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.1% ซึ่งเป็นคาดการณ์ระดับล่างของกระทรวงการคลังในปีนี้” อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปีนี้รัฐบาลคาดหวังให้ภาคการส่งออกเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่จากสถานการณ์ทั้งหมดแล้วอาจไม่เป็นไปตามคาดการณ์ โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยังอยู่ระหว่างการติดตามเพื่อประเมินสถานการณ์และหามาตรการรองรับต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังเล็งหั่นเป้าส่งออกปี 57

  • สรรพากรเร่งจ่ายเงินคืนภาษีบุคคลธรรมดา

    สรรพากรเร่งจ่ายเงินคืนภาษีบุคคลธรรมดา

    นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมสรรพากรได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งจ่ายเงินคืนภาษีบุคคลธรรมดาในส่วนที่เหลืออีกประมาณ 20,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ทั้งหมดภายในเดือน พ.ค.นี้ จากที่ก่อนหน้าที่ได้คืนไปแล้วกว่า 70% หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เนื่องจากเงินภาษีที่บุคคลธรรมดาส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ทันที ทำให้มีเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจภายในประเทศเพิ่มขึ้น “เชื่อว่าการเร่งคืนเงินภาษีบุคคลธรรมดาจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะหากเงินคืนไปผู้เสียภาษีโดยตรง จะทำให้เกิดการใช้จ่ายทันที ซึ่งที่ผ่านมาการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการใช้ภายในประเทศก็ยังเห็นชัดว่ามีการขยายตัวต่อเนื่อง มีแต่การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าเท่าที่ขยายตัวลดลงมากจากการชะลอการผลิตการลงทุนของผู้ประกอบการ” ทั้งนี้ การยื่นแบบภาษีบุคคลธรรมที่สิ้นสุด 31 มี.ค.ที่ผ่านมา มีผู้มายื่นแบบจำนวน 10.2 ล้านราย มีผู้ยื่นแบบเพิ่มขึ้น 400,000 ราย หรือ 2.8% ในจำนวนผู้ที่ยื่นทั้งหมดมีผู้ต้องเสียภาษี 6.5 ล้านราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากในอดีตที่มียื่นแบบและเสียภาษีประมาณ 3-4 ล้านราย อย่างไรก็ดี การเก็บภาษีบุคคลลดลงประมาณ 25% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากลดอัตราภาษี และการสอยย่อยอัตราภาษีให้ถี่ขึ้น เพื่อเป็นการลดภาษีของผู้เสียภาษีตามนโยบายของรัฐบาล

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพากรเร่งจ่ายเงินคืนภาษีบุคคลธรรมดา