เดือน: เมษายน 2014

  • แอมดอกซ์ชี้ชัด98%รับส่งข้อมูลบนมือถือ

    แอมดอกซ์ชี้ชัด98%รับส่งข้อมูลบนมือถือ

    เครือข่ายโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันเป็นการรับส่งข้อมูล  สะท้อนให้เห็นความจำเป็นในการพัฒนาเครือข่ายให้มีขนาดใหญ่และมีระบบระเบียบ  เผยแอลทีอีช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า แต่ไม่ได้ขับเคลื่อนพฤติกรรมใหม่ในการใช้งาน แอมดอกซ์ ผู้ให้บริการด้านระบบบริการลูกค้า เปิดเผยผลงานวิจัยใหม่ในหัวข้อ ปริมาณการใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแสดงให้เห็นการเปลี่ยนจากยุคแห่งการรับส่งสัญญาณเสียง (voice) ไปเป็นการรับส่งข้อมูล (data) เกือบจะทั้งหมด งานวิจัยประจำปีภายใต้ชื่อ State of the Radio Access Network (RAN) Survey1 ได้ทำการสำรวจโทรศัพท์มือถือกว่า 100,000 เครื่องจากจุดที่มีการใช้งานหนาแน่นที่สุดทั่วโลกในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยการวิเคราะห์การเชื่อมต่อเพื่อรับส่งสัญญาณเสียงและข้อมูลมากกว่า 4 ล้านครั้ง เครือข่าย RAN (radio access network) ดังกล่าวได้จัดให้มีการเชื่อมต่อการสื่อสารไร้สายสำหรับโทรศัพท์และแท็บเล็ตโดยใช้การผสมผสานกันของเทคโนโลยี ซึ่งได้แก่ เซลล์ไซต์ขนาดเล็กและมาโครเซลล์ และใช้ทั้งเครือข่าย 3 จี 4 จี แอลทีอี และไว-ไฟ การวิจัยพบว่า สัดส่วนของการใช้งานเครือข่ายเพื่อการสื่อสารข้อมูลเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 98   อัตราการเติบโตสะท้อนให้เห็นถึงการใช้งานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้และแบ่งปันคอนเทนต์ การใช้งานในสถานที่ที่แออัดเป็นสิ่งที่กดดันเครือข่ายมือถือ เพราะนำไปสู่ปัญหาที่ลูกค้าประสบที่นับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากมีการใช้ข้อมูลมาก ๆ ปัญหาที่ตามมาก็คือปริมาณสายหลุด ทั้งในส่วนของดาต้าและวอยซ์เพิ่มขึ้น ลูกค้าแต่ละรายอาจได้รับผลกระทบบ่อยครั้ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับเครื่องโทรศัพท์มือถือที่เลือกใช้ เทคโนโลยีแอลทีอี หรือ4จี ช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ลูกค้า  แต่ไม่เพิ่มอัตราการใช้บริการรับส่งข้อมูลมากมาย การใช้บริการรับส่งข้อมูล  (data experience) จึงคล้ายกับการใช้งานบรอดแบนด์ตามบ้าน แม้ว่าจะช่วยผลักดันให้ผู้ใช้บริโภคข้อมูลเพิ่มขึ้น แต่การใช้บริการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายที่มีแบนด์วิธสูง ๆ ไม่ได้เพิ่มตาม แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการใช้งานอาจถูกจำกัดโดยแพ็กเกจบริการ ปัญหาจุกจิกกวนใจที่ลูกค้ามักประสบ ได้แก่ เครือข่ายการสื่อสารข้อมูลไม่ครอบคลุมในที่ที่ไป การจำกัดเพดานการใช้งานรายเดือน และค่าใช้จ่ายในการดาวน์โหลด แม้การใช้งานโทรศัพท์มือถือในส่วนของพูดคุยปกติจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 แต่ส่วนใหญ่จะมาจากการโทรฯคุยในอาคาร บ้าน หรือสถานที่ มากกว่าอยู่ข้างนอก.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอมดอกซ์ชี้ชัด98%รับส่งข้อมูลบนมือถือ

  • นิคอนคว้ารางวัลเรดดอทอวอร์ด

    นิคอนคว้ารางวัลเรดดอทอวอร์ด

    ผลิตภัณฑ์ของนิคอน 3 รายการ คว้ารางวัลจากเวทีระดับโลก เรด ดอท อวอร์ด ทั้งกล้องถ่ายรูปดิจิตอลแบบเอสแอลอาร์และกล้องส่องทางไกล ข่าวจากบริษัท นิคอน เซลส์  (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งว่า ผลิตภัณฑ์ของนิคอนคว้ารางวัลเรด ดอท อวอร์ด  หรือ red dot award : product design 2014 โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลือกในปีนี้ คือ กล้องนิคอนดีเอฟ กล้องเอสแอลอาร์ ดี5300 และกล้องส่องทางไกล ในตระกูล  ACULON T 51 รางวัลเรด ดอท อวอร์ด เป็นรางวัลระดับโลกที่มอบเป็นเกียรติแก่ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในช่วง  2 ปีที่ผ่านมา และได้แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นกว่ารวมทั้งหมด 9 ด้าน ซึ่งรวมถึงด้านนวัตกรรม (innovation) ฟังก์ชั่นการใช้งาน (functionality) การยศาสตร์ (ergonomics) นิเวศวิทยา (ecology) และความทนทาน (durability) ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเข้าชิงรางวัลปีนี้  จำนวน  4,815 รายการจาก 1,816 บริษัท ใน 53 ประเทศ จะจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลในนิทรรศการพิเศษ วันที่ 8 กรกฎาคม ถึง 3 สิงหาคม 2014 ณ เรดดอท ดีไซน์ มิวเซียม ในเมืองเอสเซน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นิคอนคว้ารางวัลเรดดอทอวอร์ด

  • สร้างไวไฟให้เร็วขึ้น 3 เท่า – โลกาภิวัฒน์

    สร้างไวไฟให้เร็วขึ้น 3 เท่า – โลกาภิวัฒน์

    ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยหรอกที่บ่นว่าอินเทอร์เน็ตช้า แทบทุกที่ทั่วโลกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาก็เช่นกัน ควอลคอมม์ผลิตเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของโลก ประกาศที่จะเปิดแผนสร้างให้ไวไฟชนิดใหม่ มีความเร็วเพิ่มขึ้นสามเท่าของปัจจุบันได้เลย เทคโนโลยีไวไฟชนิดใหม่ที่กำลังจะผลิตขึ้นในบริษัทควอลคอมม์นี้ก็คือไวไฟที่เราใช้กันทั่วไป ทั้งในสำนักงาน ร้านค้า และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะที่ใช้งานโดยทั่วไป ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีที่เป็นอยู่เราใช้ส่งข้อมูลได้ทีละจุดสัญญาณเท่านั้น แล้วช่องความถี่นี้ก็จะแบ่งสันปันส่วนกันไป ระหว่างผู้ใช้ในกลุ่มบริเวณเดียวกัน ตามเสาส่งความถี่ไวไฟ ณ จุดนั้น โดยใช้ได้แต่ละจุดสัญญาณของแต่ละผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้ต้องแย่งกัน ถ้าหากมีผู้ใช้ยิ่งมากความเร็วของอินเทอร์เน็ตยิ่งช้า ก็เหมือนกับการจราจรซูเปอร์ไฮเวย์ ถ้าหากข้อมูลของรถแต่ละคันเหมือนกับมีผู้โดยสารแค่คนเดียว ก็จะมีจำนวนรถบนท้องถนนหนาแน่นมากทำให้จราจรติดขัดกว่าจะส่งคนถึงจุดหมายแต่เทคโนโลยีใหม่นี้ ใช้เวลาคิดค้นทำวิจัยถึงเจ็ดปีที่จะสร้างระบบเครือข่ายที่อนุญาตให้สามารถส่งข้อมูลทีเดียวหลายกลุ่มหลายประเภทได้เลยในเวลาเดียวกัน คือเหมือนกับถนนจราจรที่ใช้ในปัจจุบัน แทนที่จะมีรถหนาแน่นจำนวนมากเพราะส่งได้ทีละคน แต่คราวนี้รถหนึ่งคันสามารถจุได้สามคนแล้วส่งไปตามจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ได้เลย ก็จะทำให้ความคับคั่งของจราจรลดลงได้ถึงสามเท่า เพราะจำนวนรถน้อยลงถึงสามเท่าบนซูเปอร์ไฮเวย์ซึ่งมีความสะดวกขึ้นถึงสามเท่า ทางบริษัทควอลคอมม์ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่แห่งการผลิตคิดค้นเทคโนโลยีโทรคมนาคมได้กล่าวว่า อัลกอริซึมที่สร้างขึ้นนี้เปลี่ยนแค่วิธีการใช้งานเท่านั้น ซึ่งเทคโนโลยีนี้เรียกว่า “มู-มิโม” หรือ “ MU-MIMO ” ซึ่งหมายถึง ผู้ใช้หลายคนเข้าได้หลายทาง ออกได้หลายทาง หรือ muti-user, multiple input, multiple output หรือ MU-MIMO นั่นเอง ขออนุญาตเขียนเป็นภาษาฝรั่งเพื่อให้เข้าใจที่มาของชื่อที่เรียก ทางควอลคอมม์วางแผนที่จะเปิดจำหน่ายอุปกรณ์เทคโนโลยี มู-มิโม นี้อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยจะเป็นอุปกรณ์เราท์เตอร์แบบไร้สายและจุดสัญญาณไร้สาย (Access Points) หรือ แอคเซสพอยท์ รวมทั้งแผงวงจรของเทคโนโลยีมู-มิโมเพื่อใช้กับโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นทั้งหลายที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตคือจะต้องใช้ทั้งระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบการเชื่อมสัญญาณและอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งาน ใช้เป็นเทคโนโลยีเดียวกันทั้งหมดก็จะทำให้ได้ความเร็วเพิ่มขึ้นสองถึงสามเท่าตัวทันที ถ้าหากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรืออุปกรณ์การใช้งานไม่ได้ใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีไวไฟแบบมู-มิโม ร่วมกันทั้งหมด ความเร็วเป็นเท่าตัวก็ไม่ได้เกิด ซึ่งเป็นคำแถลงของคุณทอดด์ แอนท์ รองประธานฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของควอลคอมม์กล่าวไว้ว่า “การใช้เทคโนโลยีมู-มิโม ก็เหมือนกับการนั่งรถโดยสารคันเดียวรับโดยสารได้หลายคนส่งได้หลายจุดเหมือนภาษาฝรั่งเรียก คาร์พูล ซึ่งจะทำให้การจราจรบนท้องถนนคับคั่งน้อยลงหลายเท่าตัว รถวิ่งได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ส่วนซูเปอร์ไฮเวย์ของไวไฟก็คงเหมือนเดิม แต่ต้องเข้ากลุ่มกับผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ” ผมก็เอามาเขียนก่อน ทางควอลคอมม์ประกาศว่าอีกสองสามเดือนจะมีการเปิดตัวจัดจำหน่ายทั่วโลก เราจะคอยดูเพราะถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ล้ำเลิศเช่นกันคอยแอบซุ่มทำวิจัยมาเจ็ดปี. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด Boonmark@stamford.edu

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สร้างไวไฟให้เร็วขึ้น 3 เท่า – โลกาภิวัฒน์