วันนี้(24เม.ย.)ที่คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต นางทรงพรโกมลสุรเดชรองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรม“การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการประเมินราคาซอฟต์แวร์”ภายใต้โครงการพัฒนามาตรฐานราคากลางและเกณฑ์การประเมินราคาซอฟต์แวร์ระยะที่ 2ว่ากระทรวงไอซีทีโดยสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ดำเนินโครงการพัฒนามาตรฐานราคากลางและเกณฑ์การประเมินราคาซอฟต์แวร์ระยะที่ 2ด้วยการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติการประเมินราคางานพัฒนาซอฟต์แวร์ประเภทโปรแกรมประยุกต์(SoftwareApplication Development) ของประเทศไทย ตลอดจนพัฒนาโปรแกรมระบบประเมินราคางานพัฒนาซอฟต์แวร์ประเภทโปรแกรมประยุกต์เพื่อรองรับการปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542หมวด9/1การส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 103/7วรรคหนึ่งได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทำข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลางและการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจดูได้สำหรับการฝึกอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง(CIO)และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผิดชอบในการดำเนินการจัดทำขอบเขตการดำเนินการและประมาณราคากลางงานพัฒนาซอฟต์แวร์ประเภทโปรแกรมประยุกต์มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการประเมินราคางานพัฒนาซอฟต์แวร์ประเภทโปรแกรมประยุกต์โดยอ้างอิงตามหลักการและแนวทางการประเมินราคาที่เป็นมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับร่วมกันทั้งในหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ของประเทศไทยตลอดจนเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการประเมินราคางานพัฒนาซอฟต์แวร์ประเภทโปรแกรมประยุกต์ของประเทศไทยเพื่อการปรับปรุงให้สมบูรณ์และสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม “ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมฯจะได้รับทราบถึงความสำคัญของการจัดทำเกณฑ์การประเมินราคางานพัฒนาซอฟต์แวร์ประเภทโปรแกรมประยุกต์แนวทางการจัดทำเกณฑ์ประเมินราคาตามมาตรฐานสากลการศึกษาขนาดและความซับซ้อนของงานพัฒนาโปรแกรมประยุกต์เพื่อประกอบการประเมินราคา(FunctionPoint) และค่าปัจจัยประกอบการคำนวณขั้นตอนปฏิบัติเกี่ยวกับการประเมินราคาฯการจัดทำเอกสารข้อกำหนดโครงการรวมทั้งการสาธิตการใช้โปรแกรมประเมินราคาฯด้วย” นางทรงพร กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ก.ไอซีที สร้างความเข้าใจการประเมินราคาซอฟต์แวร์
เดือน: เมษายน 2014
-

ก.ไอซีที สร้างความเข้าใจการประเมินราคาซอฟต์แวร์
-

อุตุฯ ชี้ 27 เม.ย.กทม.ยังไม่ถึงขีดร้อนที่สุด
วันนี้ (24 เม.ย.) ดร.สงกรานต์ อักษร รองอธิบดี กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองเป็นจุดๆ ส่วนกรณีวันที่ 27 เม.ย.57 นี้ เวลาประมาณ 12.16 น. ตามเวลาประเทศไทยดวงอาทิตย์จะโคจรอยู่ในแนวตั้งฉากกับเขตกรุงเทพมหานคร ผ่านเหนือศรีษะพอดีนั้น อุณหภูมิไม่น่าจะสูงสุด เพราะวันที่ 26-27 เม.ย.นี้ อาจมีเมฆปกคลุมเกิดลมฝนขึ้นได้ ทั้งนี้ กรมอุตุฯ ได้คาดการณ์ว่า กทม.จะร้อนสูงสุดในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.57 และจะร้อนอย่างต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือน พ.ค.57 ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนอุณหภูมิจึงจะค่อยๆ ลดลงอย่างไรก็ตาม ในช่วงวัน 2 วันนี้ ยังมีแนวโน้มการเกิดพายุฤดูร้อน โดยหากเทียบอุณหภูมิความร้อนปีนี้กับปีที่แล้ว ยังคงอยู่ในระดับเดียวกัน โดยการวัดอุณหภูมิพื้นที่ กทม.ร้อนสุดอยู่ที่ 38.3 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์การประชุมสิริกิติ์ และแนวโน้มยังคงสูงสุดในเดือนพ.ค.แต่ก็ยังไม่สามารถระบุอุณหภูมิได้แน่ชัด เพราะยังมีเมฆและฝนเกิดขึ้นในบางพื้นที่และยังไม่หมดฤดูร้อน โดยสถิติที่วัดได้ปีที่แล้ว กทม.ร้อนสูงสุดที่ 40 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ ในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ภาคเหนือ มีอุณหภูมิร้อนสุดที่ 41.8 องศาเซลเซียส ในจ.ลำปางและแม่ฮ่องสอน ในขณะที่ภาคอีสาน อย่าง หนองบัวลำพู พบว่าร้อนสูงสุดอยู่ที่ 41.7 องศาเซลเซียส และปีนี้อุณหมูมิ 41 องศาเซลเซียส ในเดือน เม.ย.57 อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิความร้อนปีนี้น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับปีที่แล้ว โดยภาคกลางจะร้อนสูงสุด ที่ จ.กาญจณบุรี ที่ปีก่อนมีอุณหภูมิอยู่ที่ 42.7 องศาเซลเซียส ซึ่งตอนนี้ยังไม่หมดฤดูร้อน อุณหภูมิจะยังคงร้อนได้อีกขึ้นอยู่กับพายุที่พัดผ่านเมฆฝนด้วยเช่นกันสำหรับสภาพอากาศทั่วไปในช่วงนี้ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงได้แผ่ปกคลุมประเทศจีนตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ ต่อจากนั้นจะแผ่ปกคลุม ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยจะปกคลุมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 เม.ย.57 ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุตุฯ ชี้ 27 เม.ย.กทม.ยังไม่ถึงขีดร้อนที่สุด -

‘P218’ สารต้านมาลาเรียชนิดใหม่ยาตัวแรกที่ผลิตโดยฝีมือคนไทย – ฉลาดคิด
ต้อนรับวันมาลาเรียโลก หรือ World Malaria Day ที่องค์การอนามัยโลก กำหนดให้ตรงกับวันที่ 25 เมษายน ของทุกปี เพื่อรณรงค์เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมาลาเรีย ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของโรคติดเชื้อที่สำคัญ ซึ่งทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อมาลาเรียมากกว่า 200 ล้านคนต่อปี และเสียชีวิตมากกว่า 600,000 รายต่อปี ส่วนประเทศไทย ในปี 2556 ที่ผ่านมาก็มีผู้ป่วยมากกว่า 25,000 ราย ซึ่งแม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่การพบเชื้อมาลาเรียดื้อยาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในแถบชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งด้านกัมพูชาและเมียนมาร์ ปัญหานี้สร้างความตื่นตัวให้แก่นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านมาลาเรียทั่วโลก ในการพยายามที่จะพัฒนายาใหม่ ๆ ที่สามารถรักษาเชื้อมาลาเรียดื้อยาอย่างได้ผล ประเทศไทยซึ่งทีมวิจัยจากสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมากว่า 10 ปี ล่าสุดได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสารต้านมาลาเรียชนิดใหม่ของโลก ที่มีชื่อเรียกว่า “สาร P218” ศ.ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ นักวิจัยอาวุโส สวทช. และผู้เชี่ยวชาญด้านมาลาเรียในประเทศไทย บอกว่า การพัฒนาสารต้านมาลาเรียที่เรียกว่า P218 เรียกได้ว่า เป็นการพัฒนาสารต้านมาลาเรียตัวแรกที่นักวิจัยไทยออกแบบและสังเคราะห์ขึ้นเอง โดยได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจาก Medicines for Malaria Venture (MMV) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรและเชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนายารักษามาลาเรียระดับโลก ทั้งนี้การพัฒนาสารดังกล่าวเริ่มต้นจากการค้นพบโครงสร้างเป้าหมายของยา ซึ่งเป็นเอนไซม์ในเชื้อมาลาเรีย เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา จากนั้นทีมวิจัยได้ออกแบบโมเลกุลสารสังเคราะห์ที่สามารถหยุดการทำงานของเอนไซม์ดังกล่าวทำให้เชื้อมาลาเรียไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ปัจจุบัน ผ่านการทดสอบความเป็นพิษในสัตว์ทดลองเบื้องต้นพบว่าปลอดภัย และใช้ได้ผลกับเชื้อมาลาเรียโดยเฉพาะสายพันธุ์ฟัลซิปารัมที่พบมากในประเทศไทยและทั่วโลก รวมถึงใช้ได้ผลกับสายพันธุ์ที่ดื้อยา ทีมวิจัย บอกว่า สารต้านมาลาเรีย P218 นี้ก่อนจะนำมารักษาโรคได้จริง เมื่อผ่านการทดสอบในสัตว์ทดลองแล้ว จะต้องนำไปทดสอบในอาสาสมัครระยะที่ 1-3 เพื่อพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิผลในการรักษาจริงในอนาคต และเพื่อเป็นไปตามเกณฑ์การขึ้นทะเบียนยา จำเป็นที่จะต้องผ่านการทดสอบระดับพรีคลินิกที่ได้มาตรฐาน GLP ซึ่งสวทช. และ MMV จะมีการลงนามความร่วมมือกันอย่างเป็นทางการในการผลักดันสารดังกล่าว คาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี ในการผลิตออกมาเป็นยาต้านมาลาเรียที่ใช้ได้จริง ศ.ดร.ยงยุทธ บอกว่า เป้าหมายการพัฒนาคือการผลิตยาในรูปแบบยากิน ราคาถูก เพื่อเข้าถึงผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นคนยากจน ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสวทช. บอกว่า ผลงานดังกล่าว จะนำไปเสนอในงานประชุมเวิลด์ มาลาเรีย คอนเฟอเรนซ์ 2014 (World Malaria Conference 2014 ) ที่สวทช.จัดขึ้นใน วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ เวลา 09.00-12.00 น. ที่โรงแรม เดอะ เซนจูรี่พาร์ค กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอผลงานวิจัย องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนายารักษาโรคมาลาเรียใหม่ ๆ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในงานวิจัยทั้งในไทยและต่างประเทศ อยากรู้ศักยภาพของทีมวิจัยไทย ต้องไปดู … นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘P218’ สารต้านมาลาเรียชนิดใหม่ยาตัวแรกที่ผลิตโดยฝีมือคนไทย – ฉลาดคิด