เดือน: เมษายน 2014

  • คอนเสิร์ตหยุดค้ามนุษย์ – ภาษาเดียวกัน

    คอนเสิร์ตหยุดค้ามนุษย์ – ภาษาเดียวกัน

     เพราะเหตุพายุฤดูร้อนที่พัดถล่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเมื่อวันที่ 13 มีนาคมจนทำให้เวทีคอนเสิร์ตที่กำลังเตรียมติดตั้ง เพื่อทำการแสดงในวันที่ 15 มีนาคม ณ สนามกีฬาเวสสุวรรณต้องพังลง งาน “ MTVEXIT Live in Udon Thani” จึงต้องเปลี่ยนสถานที่พร้อมกับเลื่อนการแสดงออกไป เว็บไซต์สำนักงานใหญ่ของสำนักเลขาธิการอาเซียนรายงานว่า MTVEXIT ได้ออกแถลงการณ์เรื่องการจัดแสดงคอนเสิร์ตที่เซ็นทรัลพลาซาจังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 24 พฤษภาคมออกเป็นสองรอบแทนที่จะจัดที่เวทีกลางแจ้งอย่างที่ตั้งใจไว้ครั้งแรกเนื่องจากกังวลเกี่ยวกับปัญหาฝนตกที่อาจจะตกอีกระหว่างการจัดงาน คอนเสิร์ตที่จัดขึ้นในครั้งนี้ีมีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับอันตรายจากการค้ามนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตจังหวัดที่มีชายแดนติดต่อประเทศเพื่อนบ้านและที่เลือกจังหวัดอุดรธานี เพราะถือเป็นหัวเมืองใหญ่ของภาคอีสานอีกแห่งแม้จะไม่มีแนวเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม และเนื่องจากการย้ายสถานที่จัดงานใหม่มาเป็นในร่มทำให้พื้นที่มีขนาดเล็กลงทาง MTVEXIT จึงจะแบ่งการแสดงในวันที่ 24 พฤษภาคมออกเป็น 2 รอบคือเวลา 14.00 น.และ  19.00 น.โดยบัตรลอตแรกจะถูกสงวนสิทธิให้กับผู้ที่เคยลงทะเบียนรับบัตรคอนเสิร์ตล่วงหน้ากับ MTVEXIT สำหรับกำหนดการเดิมซึ่งจะได้รับอีเมลแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียนรับบัตรคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นใหม่จาก MTVEXIT เพื่อลงทะเบียนรับสิทธิใหม่อีกครั้งส่วนบัตรที่เหลือจะถูกแจกให้บุคคลทั่วไปก่อนถึงวันงานโดยจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้งผ่านทางหน้าโซเชียลมีเดียของ MTVEXIT ทุกช่องทางและ WOWFM ศิลปินที่จะเข้าร่วมนอกจากศิลปินแนวหน้าของไทยอย่างบอดี้สแลมแล้วยังมีศิลปินชื่อดังอีกมากมายจากภูมิภาคอาเซียน อาทิ  ProjectE.A.R. สล็อตแมชชีน  Cells กะลาและวงสครับร่วมแสดงในงานนี้ด้วย สำหรับ ProjectE.A.R. ซึ่งย่อมาจาก East Asian Revolution เรียกได้ว่าเป็นซูเปอร์กรุ๊ปของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเป็นการรวมตัวกันของศิลปินจาก 5 ประเทศ ได้แก่ AhliFiqir กลุ่มมาเลฮิปฮอปจากสิงคโปร์ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกชาย 3 หญิง 1 ตามมาด้วยกลุ่มศิลปินแร็พฮิปฮอปแนวแปลกจากมาเลเซียอย่าง Pop Shuvit ที่ได้ชื่อวงมาจากเทคนิคการเล่นสเกตบอร์ด Saint Loco วงอัลเทอร์เนทีฟร็อกชื่อดังจากอินโดนีเซีย Slapshockวงแร็พเมทัลจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และอีก 2 วงจากไทยอย่างไทเทเนียม และ Silksounds กลุ่ม ProjectE.A.R. เปิดตัวครั้งแรกในงานเอ็มทีวีเอเชีย 2008 ด้วยเพลง Marabahaya เป็นภาษามลายูที่มีความหมายว่าอันตราย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คอนเสิร์ตหยุดค้ามนุษย์ – ภาษาเดียวกัน

  • เศรษฐกิจอาเซียนจะโตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก – มองโลกแบบวิกรม

    เศรษฐกิจอาเซียนจะโตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก – มองโลกแบบวิกรม

    ปัจจุบันการแข่งขันทางเศรษฐกิจทั่วโลกเป็นไปอย่างดุเดือด!! วันนี้ขอนำเสนอเรื่องเศรษฐกิจของอาเซียนที่จะมีการเติบโตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เศรษฐกิจของโลกปี ค.ศ.2013 มีตัวเลขประมาณ 71 ล้านล้านเหรียญสหรัฐและเฉลี่ยในทุก ๆ ปีจะมีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจประมาณ 4-6 เปอร์เซ็นต์ต่อปีในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมามีเฉพาะปีค.ศ.2009 เท่านั้นที่ถือว่าเป็นช่วงเศรษฐกิจโลกตกต่ำเพราะผลกระทบจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐนั่นเอง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเราย้อนกลับมาดูภูมิภาคนี้ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณ 5.2 เปอร์เซ็นต์ต่อปีและที่สำคัญ เรากำลังคาดการณ์กันว่าหากหลัง ปีค.ศ. 2015 คาดว่า จีดีพี ทั้งภูมิภาคจะเติบโตถึง 7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี สาเหตุของการเติบโตก็คือในปี 2013 เศรษฐกิจโลกมีขนาด 71 ล้านล้านเหรียญแต่เศรษฐกิจอาเซียนมีสัดส่วนเพียง 2.3 ล้านล้านเหรียญถือว่าน้อยมากขณะที่ประชากรอาเซียนนั้นมีประมาณเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจอาเซียนจริง ๆ มีสัดส่วน 3% ของเศรษฐกิจโลกเท่านั้นขณะที่จำนวนประชากรอาเซียนเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกตรงนี้สะท้อนว่าตลาดโลกนั้นมีขนาดมากกว่าอาเซียนหลายเท่านักอาเซียนยังสามารถที่จะเติบโตได้อีกบวกกับเรามีต้นทุนการผลิตต่ำเมื่อบวกกับเขตการค้าเสรีกับทั่วโลกก็จะทำให้สามารถเติบโตได้อีกมาก ที่สำคัญภายในอีกไม่เกิน 3 ปีข้างหน้าถ้าอาเซียนมีเขตการค้าเสรีบวก 8 หรือ บวก 9 นั่นก็หมายความว่าอาเซียนจะมีเขตการค้าเสรีกับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกที่มีสัดส่วนครอบคลุมไปถึงเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ นั่นแสดงให้เห็นว่านอกจากสินค้าของเรามีราคาถูกแล้วสินค้าอาเซียนนั้นยังสามารถส่งออกไปขายทั่วโลกโดยที่ไม่เสียภาษีอีกนั่นคือความสำเร็จที่อาเซียนจะมีเศรษฐกิจที่เติบโตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนั่นเอง. วิกรม กรมดิษฐ์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เศรษฐกิจอาเซียนจะโตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก – มองโลกแบบวิกรม

  • โอกาสเอสเอ็มอีในเออีซี

    โอกาสเอสเอ็มอีในเออีซี

     ขณะที่เศรษฐกิจในระดับมหภาคกำลังขับเคลื่อนเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปฏิเสธไม่ได้ว่าอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็กล้วนแต่มีความสำคัญไม่แพ้กันเพราะจะเป็นส่วนเสริมที่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ มูลนิธิเอเชียร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยได้จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคในหัวข้อ“การปรับทัพเออีซี ให้สอดคล้องกับเอสเอ็มอี” หรือ “Making ASEAN Economic Community Work for SMEs” โดยมีผู้เข้าร่วมการสัมมนาประกอบด้วยผู้แทนของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และเอสเอ็มอี และนักวิชาการรวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ   นางเวอโรนิค ซัลส์ -โลแซค ผู้อำนวยการอาวุโสโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ มูลนิธิเอเชีย  กล่าวว่า มูลนิธิเอเชียมีความตั้งใจในการส่งเสริมกิจกรรมเอสเอ็มอี ในภูมิภาคอาเซียนและการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อเอสเอ็มอี ภายใต้กรอบของเออีซี ด้วยตระหนักดีว่าเอสเอ็มอีมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของทุกประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีสัดส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากถึงร้อยละ 90 ของผู้ประกอบการทั้งหมดและมีการจ้างงานกว่าร้อยละ 60 ของการจ้างงานรวมสร้างเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32-50 ของจีดีพี   “ที่ผ่านมาพบว่าในการกำหนดนโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอีนั้นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีส่วนร่วมน้อยมาก ส่วนใหญ่จึงยังมีปัญหาการขาดเงินทุน ข้อมูลในการทำธุรกิจและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะมาถึงในปี  2558  นี้”  ด้าน นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ในปีหน้านั้นมีผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีของประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การสัมมนาครั้งนี้จึงเน้นการเสริมความรู้ข้อมูล และประสบการณ์อันสำคัญต่อเอสเอ็มอีในการเตรียมตัวสำหรับการเข้าสู่เออีซี ทั้งในเชิงรุกในการไปทำธุรกิจทั้งในด้านการค้า การลงทุนในภูมิภาคอาเซียน และเชิงรับในการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเข้ามาของธุรกิจของประเทศสมาชิกโดยการสัมมนาประกอบด้วย 4 หัวข้อหลักได้แก่ 1)การขยายตัวการค้าภายใต้เออีซี  2) โอกาสการลงทุนในเออีซี 3) การพัฒนาเอสเอ็มอี เพื่อรองรับเออีซี และ 4) ประสบการณ์ของเอสเอ็มอีที่ประสบความสำเร็จในอาเซียน “สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยการเปิดประชาคมอาเซียนถือเป็นความท้าทายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยควรเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้เพราะตลาดภายนอกอย่างเออีซีมีแนวโน้มสดใสและภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ในขณะที่ตลาดภายในประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองที่ยังไม่มีความแน่นอนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีควรดูลู่ทางการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านหรือในอาเซียนให้มากขึ้นเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจในประเทศได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมที่ดี”  ด้าน ดร.ศกสีพนา ที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวปาฐกถาโดยมีสาระสำคัญตอนหนึ่งระบุว่า โอกาสของเอสเอ็มอีในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้นอยู่ที่มุมมอง โดยส่วนตัวมองในแง่บวกว่าเออีซีคือโอกาส หากเอสเอ็มอีสามารถจัดวางตำแหน่งตัวเองในบริบทของเออีซีสำหรับเอสเอ็มอีคือเรื่องของการนำไปใช้เป็นเรื่องการปฏิบัติซึ่งจะพบว่าตอนนี้แต่ละประเทศต่างพยายามกำหนดมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี(NBT)มากีดกันทางการค้า เช่น ในประเทศกัมพูชามี 14,000 รายการ ขณะที่ในประเทศลาวมีถึง 180,000 รายการ ซึ่งในอาเซียนก็ยังไม่มีฐานข้อมูลกลางที่จะรู้ได้ว่าในแต่ละประเทศมีมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีอะไรบ้าง   “ประเทศต่าง ๆ ควรร่วมมือกันทำฐานข้อมูลเพื่อให้ผู้ประกอบการของแต่ละประเทศสามารถมาเรียนรู้เตรียมความพร้อมในการเข้าไปทำธุรกิจได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอสเอ็มอีจะต้องศึกษาให้ละเอียด ต้องกำหนดกลยุทธ์ในการทำธุรกิจที่ชัดเจนและแนวทางปฏิบัติในข้อกำหนดต่าง ๆ เพราะในบริบทเออีซีสิ่งที่เอสเอ็มอีเผชิญจะไม่เหมือนกับบริษัทข้ามชาติใหญ่ ๆ ซึ่งมีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจมากกว่า”  การเตรียมความพร้อมของเอสเอ็มอีของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิดอย่ากลัวการเปิดเออีซีต้องมองภาพใหญ่ที่เป็นโอกาสรออยู่ต้องมองว่าทำอย่างไรเอสเอ็มอีจะสามารถผนวกตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตของอาเซียนหรือของโลก ที่มีการเติบโตมากขึ้นได้ในอนาคตนั่นคือต้องให้ความสำคัญกับการเข้าเป็นหุ้นส่วนกับผู้ประกอบการหรือบริษัทใหญ่ ๆ ที่ดำเนินการถูกต้องในประเทศนั้น ๆ หรือการจับคู่ธุรกิจแทนการไปเข้าไปแข่งขันซึ่งทำได้ยาก วิธีการดังกล่าวจะช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายระดับมหภาคได้ อย่างไรก็ตามหากเอสเอ็มอีมีการเตรียมความพร้อมที่ดี มีข้อมูล เข้าใจสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจและสิ่งที่จะทำให้เอสเอ็มอีอยู่รอดได้ในเออีซีคือ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและครบครัน จะทำให้เอสเอ็มอีมีศักยภาพมีความคล่องตัวในการทำธุรกิจโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกปลาใหญ่กินในที่สุด และนี่คือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เอสเอ็มอีก้าวกระโดดหรือประสบความสำเร็จได้ในเออีซี.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โอกาสเอสเอ็มอีในเออีซี