เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับ ว่าในปัจจุบันมือถือและแอพพลิเคชั่นบนมือถือมีการแข่งขันที่สูงเอามาก ๆ ฟีเจอร์ใหม่ ๆ แอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ ล้วนถูกออกแบบพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ใช้ง่ายขึ้น และทำงานได้หลากหลายขึ้น จนตอนนี้เรียกว่าแทบจะครอบคลุมการใช้งานเกือบทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเราได้แล้วครับเนื่องจากฟีเจอร์และแอพเหล่านั้นต้องทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ ดังนั้นทางฝั่งผู้ผลิตระบบปฏิบัติการบนมือถือเองก็ละเลยไม่ได้ที่จะต้องคอยตื่นตัวกับความก้าวหน้าของฟีเจอร์และแอพเหล่านี้ วันพุธนี้ผมจะมาพูดถึงระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟนสองค่ายที่คนไทยเรารู้จักกันดีนะครับ ตัวแรกก็คือ แอนดรอยด์ (Android) ระบบปฏิบัติการฟรีจากค่ายกูเกิล และตัวที่สองก็คือ ไอโอเอส (iOS) ระบบปฏิบัติการอันโด่งดังจากบริษัทแอปเปิ้ล โดยล่าสุดนี้ทั้งสองค่ายต่างก็มีการพัฒนาระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ออกมาให้สาวกได้ทดลองใช้กันไปพักใหญ่ ๆ แล้วในชื่อว่า Android KitKat และ iOS7 แต่สำหรับมวยยกนี้ถึงคราวที่สาวกไอโอเอสที่เคยภาคภูมิใจในความเสถียรของระบบปฏิบัติการต้องเสียแชมป์ให้กับฝั่งแอนดรอยด์ไปซะแล้วล่ะครับ เมื่อผลการศึกษาจาก Crittercism บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์และจัดการแอพ ได้ทำการศึกษาแอพจำนวนมากทั้งในแอพสโตร์และเพลย์สโตร์จากจำนวนผู้ใช้นับพันล้านคน โดยผลการศึกษานี้น่าสนใจครับ เพราะมีการพบว่า Android Kitkat มีโอกาสเกิดเครื่องค้าง เปิดมือถือไม่ขึ้น หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Crash Rates เพียง 0.7% เท่านั้น ในขณะที่ iOS7.1 ซึ่งถือเป็นระบบปฏิบัติการที่เสถียรที่สุดของแอปเปิ้ลในขณะนี้มีอัตราการเกิดแครชถึง 1.6% หรือมากกว่าของแอนดรอยด์เท่ากว่า ๆ เลยล่ะครับ เรียกว่าความเสถียรของแอนดรอยด์ตัวใหม่นี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ครับ ตัวเลขนี้ก็ทำให้เราพอจะมองเห็นภาพการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ได้นะครับ ทางผู้บริหารของ Crittercism เองก็ได้กล่าวถึงประเด็นความสำคัญของความเสถียรของระบบเอาไว้ครับ เพราะว่าในอนาคตความเสถียรของระบบปฏิบัติการจะเพิ่มความสำคัญมากยิ่งขึ้น ใครเสถียรน้อยก็เตรียมตัวตกอันดับได้เลย ซึ่งผมก็เห็นด้วยในประเด็นนี้นะครับ เพราะสาวกไอโอเอสหลายคนก็กำลังประสบปัญหาที่ว่าอัพเกรดไอโอเอสแล้วทำให้การทำงานของเครื่องช้าลงซะอย่างนั้น ซึ่งคนใช้ก็ได้แต่เซ็งล่ะครับ บางคนอยากจะย้อนกลับไป ไม่อัพเกรดไอโอเอสกันเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านี้นะครับ ณ ตอนนี้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ไม่ได้เป็นหนึ่งเพียงด้านความเสถียร แต่เป็นระบบปฏิบัติการบนมือถือที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมากในปัจจุบัน ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้มีรายงานจาก dotMobi ผู้พัฒนาเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือรายหนึ่งที่ทำการวิจัยแพลตฟอร์มบนมือถือจาก 101 ประเทศทั่วโลก ค้นพบว่าระบบปฏิบัติการไอโอเอสสามารถชนะส่วนแบ่งทางการตลาดได้ใน 34 ประเทศ ซึ่งแน่นอนครับว่าไม่น้อยเลย แต่ถ้าไปดูตัวเลขของแอนดรอยด์ จะเห็นว่าแอนดรอยด์นั้นเป็นผู้นำในตลาดโลกอยู่ถึง 67 ประเทศด้วยกัน มากกว่าของไอโอเอสเกือบสองเท่าเลยล่ะครับ ซึ่งก็ไม่เป็นที่น่าแปลกใจนะครับ เพราะด้วยการกระจายตัวในตลาดเอย ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายทั้งรูปลักษณ์ ขนาดและราคาเอย และด้วยกลยุทธ์การตลาดที่หลากหลายเอย แอนดรอยด์ไม่ได้น้อยหน้าใครเลยจริง ๆ ครับในประเด็นพวกนี้ แต่สุดท้ายแล้ว ยิ่งการแข่งขันระหว่างสองระบบปฏิบัติการนี้เพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีกับผู้บริโภคอย่างเรา ๆ นะครับ บางทีในอนาคตอันใกล้เราอาจจะ ได้เห็นฝั่งไอโอเอสของแอปเปิ้ล ออกมานำเสนอแพลตฟอร์มที่แปลกแยกออกไปจากสไตล์ปกติเพื่อหวังทวงแชมป์ความนิยมและส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมาก็เป็นได้ครับ เหมือนอย่างที่ผมเคยกล่าวอยู่เสมอ ๆ ล่ะครับ ไม่ว่าใครจะชนะ สุดท้ายแล้วโลกของเราและผู้บริโภคอย่างเราล้วนได้ผลประโยชน์จากการแข่งขันอย่างเสรีนี้เสมอ เพราะนวัตกรรมใหม่ ๆ จะถูกผลิตออกมาหล่อเลี้ยงโลกของเราอย่างมีพลวัต มีสิ่งดี ๆ ใหม่ ๆ มาให้พวกเราได้ใช้กัน และที่ขาดไม่ได้นะครับ ผมเชื่อว่าคนไทยเราเองก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้ามาร่วมเป็นผู้แข่งขันในเกมนี้ได้ด้วยเช่นกัน. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หรือแอนดรอยด์จะครองโลกในอนาคต? – รอบรู้ไอทีรอบโลกเทคโนโลยี
เดือน: เมษายน 2014
-

หรือแอนดรอยด์จะครองโลกในอนาคต? – รอบรู้ไอทีรอบโลกเทคโนโลยี
-

วัดพระแก้วครองที่ 1 คนนิยมไปทำบุญสงกรานต์
วันนี้ (15 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ ทอปเท็นไทยแลนด์ (http://www.toptenthailand.com ) ได้จัดอับดับ 10 วัดดังที่คนนิยมไปทำบุญในวันสงกรานต์ ตามลำดับดังนี้ อันดับ 1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) โดยมีคติความเชื่อว่า จะทำให้ “แก้วแหวนเงินทองไหลมาเทมา” และเป็นวัดที่มีผู้นิยมในการไปกราบไหว้บูชา “พระแก้วมรกต” กันเป็นจำนวนมาก ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ส่วนอันดับ 2.วัดอรุณราชวราราม, 3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, 4.วัดสุทัศเทพวราราม, 5.วัดสระเกศ, 6.วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร, 7.วัดกัลยาณมิตร, 8.วัดระฆังโฆสิตาราม, 9.วัดบวรนิเวศวิหาร และ 10.วัดชนะสงคราม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วัดพระแก้วครองที่ 1 คนนิยมไปทำบุญสงกรานต์ -

ไมโครซอฟท์ ยูธสปาร์ค
บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยจังหวัดภูเก็ตและสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี (สอ.ดย.) ได้ร่วมกันจัดพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่นักเรียน 200 คนจาก 6 โรงเรียนในภาคใต้เนื่องในโอกาสสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมพัฒนาทักษะทางด้านไอทีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฝึกอบรมเทคโนโลยีเพื่อขยายขีดความสามารถของเยาวชน หรือTHE YES (Training to Help Extend Youth Empowerment Space) ในจังหวัดภูเก็ต THE YES เป็น1 ใน 4 กิจกรรมภายใต้โครงการไมโครซอฟท์ ยูธสปาร์คซึ่งเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา “ไมโครซอฟท์ ยูธสปาร์คเป็นโครงการของไมโครซอฟท์ที่มุ่งสร้างโอกาสให้กับเยาวชนกว่า 300ล้านคนทั่วโลกภายในอีก 3 ปีข้างหน้า ด้วยความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐสถาบันการศึกษา องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และภาคธุรกิจ ไมโครซอฟท์ ยูธสปาร์คมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนมองเห็นโอกาสในการดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้อย่างเต็มที่ด้วยการมอบโอกาสทางการศึกษา อาชีพการงาน และการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง” นายฮาเรซคูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว ภายใต้โครงการ THE YES ไมโครซอฟท์ได้ร่วมมือกับสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนฯในการฝึกอบรมครูและนักเรียนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทยเพื่อพัฒนาขีดความสามารถทางด้านไอทีและคลาวด์ คอมพิวติ้ง “เทคโนโลยี คลาวด์ คอมพิวติ้งสร้างโอกาสมหาศาลในการขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนทุกคนและยังเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” โครงการ THE YES ช่วยให้บุคลากรครูพนักงาน และนักเรียน จากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั้งหมด 25แห่งทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการโดยเมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมแล้วนักเรียนที่เข้ารับการอบรมยังได้นำความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมนี้ไปแบ่งปันกับเพื่อนนักเรียนและชุมชนของตนอีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไมโครซอฟท์ ยูธสปาร์ค