เดือน: เมษายน 2014

  • โชว์ฝีมือนักประดิษฐ์ไทย กวาดรางวัลในเวทีโลก

    โชว์ฝีมือนักประดิษฐ์ไทย กวาดรางวัลในเวทีโลก

     ส่งไปประกวดจำนวน 61 ผลงาน แต่กวาดรางวัลมาได้ถึงกว่า 90% กับการเข้าร่วมแสดงนิทรรศการและประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ระดับโลกในเวที “42 nd International Exhibition of Inventions of Geneva” หรือการประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติที่กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งจัดขึ้นเมื่อต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา  โดยปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้การสนับสนุนนำนักประดิษฐ์ไทยที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมแสดงผลงานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ บอกว่า งานนี้มีนักประดิษฐ์จากทั่วโลกเข้าร่วมประกวดผลงานกว่าหนึ่งพันผลงาน โดยไทยส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวน 61 ผลงานจาก 18 หน่วยงาน และได้รับรางวัลเป็นจำนวนมาก โดยมีรางวัลเหรียญทองเกียรติยศ 1 ผลงาน เหรียญทอง 19 ผลงาน เหรียญเงิน 22 ผลงาน เหรียญทองแดง จำนวน 15 ผลงาน และมีผลงานที่ได้รับรางวัลสเปเชียลไพร์ซ จากประเทศต่าง ๆ อีกกว่า 10 ผลงาน  ทั้งนี้ผลงานที่ได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรติยศ ในการประกวดครั้งนี้คือ ชุดทดสอบดีเอ็นเอไบโอเซ็นเซอร์สำหรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อ  Shigella and Enteroinvasive E. coli ของ รศ.ดร.โกสุม จันทร์ศิริ และคณะแห่งมหา วิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ ซึ่งนอกจากจะได้รางวัลเหรียญทองเกียรติยศ ในกลุ่ม อาหาร เครื่องดื่ม เวชสำอาง วิทยาศาสตร์การแพทย์ และสาธารณสุขแล้วได้รับรางวัล สเปเชียล ไพร์ซ จากประเทศฮ่องกงอีกด้วย   สำหรับงานวิจัยดังกล่าว รศ.ดร.โกสุม หัวหน้าโครงการบอกว่า เชื้อ Shigella and Enteroinvasive E. coli เป็นหนึ่งในเชื้อที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคท้องร่วง และถูกกำหนดในการส่งออกสินค้าทางการเกษตร ที่จะต้องปราศจากการปนเปื้อนเชื้อนี้  ทีมวิจัยซึ่งมีองค์ความรู้ด้านดีเอ็นเอไบโอเซ็นเซอร์ จึงนำมาประยุกต์ใช้เป็นชุดทดสอบด้วยเทคนิคใหม่ที่มีความไวต่อการตรวจหาเชื้อดังกล่าว โดยสามารถตรวจสอบเชื้อได้อย่างรวดเร็วภายใน 1-1.5 ชั่วโมง ขณะที่หากใช้วิธีดั้งเดิมคือการเพาะเชื้อจะต้องใช้เวลา หลายวันและเพาะหาเชื้อได้ยาก  ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบเพิ่มเติมคาดว่าภายใน 5-6 เดือนจะเสร็จสมบูรณ์ พร้อมนำไปใช้ประโยชน์ด้านการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยที่น่าสนใจอีกหลายผลงาน อาทิ อุปกรณ์เคลื่อนย้ายผู้พิการอเนกประสงค์ ของ ผศ.ดร.บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ และคณะแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้พิการโดยไม่ต้องดัดแปลงรถยนต์ ใช้ได้ทั้งในบ้านและในรถ  มีดผ่าตัดนิ้วล็อกแบบเจาะผ่านผิวหนัง ของ ผศ.นพ.สิทธิโชค อนันตเสรี และรศ.เจษฎา วรรณสิทธุ์ แห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ทำให้การผ่าตัดง่าย รวดเร็ว และทำให้ผู้ป่วยเจ็บตัวน้อยลง ไคโตร่า ไคโตซานแคปซูลเพื่อการกักเก็บความหอมของบริษัทเวทเทคไบโอเทคโน โลยี จำกัด และถุงเท้าลอกผิวที่ตายแล้วในผู้ป่วยเบาหวาน ผลงานของ รศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ และคณะจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีประสิทธิภาพในการลอกผิวหนังที่ตายแล้วโดยไม่กระทบผิวหนังดี ไม่เจ็บและลดการติดเชื้อ ในผู้ป่วย นี่แค่น้ำจิ้ม ..ยังมีผลงานของนักวิจัยไทยอีกมากที่แสดงถึงศักยภาพของประเทศ ไทย และรอเวลาในการพัฒนาไปสู่ภาคอุตสาห กรรม ซึ่งไม่ใช่แค่ใช้ในประเทศไทยแต่นี่คือเวทีและตลาดระดับโลก. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โชว์ฝีมือนักประดิษฐ์ไทย กวาดรางวัลในเวทีโลก

  • กสทช.เดินหน้าศูนย์ตรวจเนื้อหาทีวี-วิทยุ

    กสทช.เดินหน้าศูนย์ตรวจเนื้อหาทีวี-วิทยุ

     กสทช. ขับเคลื่อนตรวจสอบเนื้อหาทีวี–วิทยุ จัดตั้ง “ศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมาย” ประกาศเพิ่มขีดความสามารถครอบคลุม 200 ช่อง นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการ  กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช.ได้ตั้งศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อดำเนินการตรวจสอบเนื้อหา รายการ ที่ละเมิด ผิดกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือกรณีหมิ่นประมาท หรือโฆษณาเกินจริง โฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตเผยแพร่โฆษณาที่ไม่ได้ผ่านการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ออกอากาศผ่านฟรีทีวี เคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม วิทยุหลัก และรวมถึงวิทยุชุมชน สำหรับกระบวนการตรวจสอบนั้นดำเนินการตรวจสอบโดยระบบซอฟต์แวร์ และการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะทำหน้าที่ติดตาม (มอนิเตอร์) สปอตโฆษณา และเนื้อหารายการ ตลอด 24 ชั่วโมง  ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบบวินาทีต่อวินาที ระบบการตรวจสอบนี้เป็นการใช้เทคโนโลยีเทียบเคียงเสียงเรียกว่าออดิโอ  ฟิงเกอร์ ปริ้นท์ ( Audio Finger Print ) จึงสามารถรายงานการออกอากาศทั้งหมดของโฆษณา หรือเนื้อหาที่กำหนดให้ตรวจสอบว่ามีการออกอากาศที่ช่อง หรือรายการใด ในช่วงเวลาใด หรือจำนวนการออกอากาศเท่าไหร่ พร้อมจัดเก็บเนื้อหาโฆษณา เนื้อหารายการ และไฟล์เสียงออกอากาศย้อนหลังเพื่อใช้ในการอ้างอิงเนื้อหาการออกอากาศ โดยจะมีการแสดงผลการทำงานแบบได้ทันที(Real-time) ทั้งนี้ระบบจะเก็บฐานข้อมูลโฆษณา (ดาต้าเบส) ไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ เป็นเวลา 60 วัน นายฐากร กล่าวว่า  สำหรับศูนย์ดังกล่าวช่วงแรกจะสามารถตรวจสอบได้ประมาณ 80 ช่อง ได้แก่ ทีวี 40 ช่อง และวิทยุ 40 ช่อง และหลังจากนั้นจะเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบเป็น 200 ช่อง เพื่อครอบคลุมได้ทั้งหมด ซึ่งจะเป็นการช่วยตรวจสอบข้อมูลแล้วดำเนินการส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)  ต่อไป อย่างไรก็ตามหากสำนักงานพบว่า มีช่องรายการ หรือวิทยุ ใดที่ไม่มาขออนุญาตประกอบกิจการกับทาง กสทช. และกระทำความผิด จะสั่งยุติสถานีทันที และดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม 2498 และ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2551  ที่มีโทษทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เดินหน้าศูนย์ตรวจเนื้อหาทีวี-วิทยุ

  • ‘ซิป้า’ ชี้ ตลาดดิจิตอลคอนเทนต์ปีนี้โต 40%

    ‘ซิป้า’ ชี้ ตลาดดิจิตอลคอนเทนต์ปีนี้โต 40%

     ซิป้า มองตลาดดิจิตอลคอนเทนต์ปีนี้โต 40% เท่าตลาดโมบายโดยมีมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท เหตุปัจจัยการเมือง การแข่งขันภาคธุรกิจ และเทรนด์การเกิดทีวีดิจิตอล นายไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวว่า มูลค่าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในประเทศไทยปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาท โดยปีนี้น่าจะโต 12% โดยในส่วนของตลาดดิจิตอลคอนเทนต์ มีมูลค่าอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยปีนี้ ตลาดดิจิตอลคอนเทนต์จะมีการเติบโตที่สูงคือเทียบเท่ากับตลาดสมาร์ทโฟนที่เคยคาดไว้อย่างไม่เป็นทางการว่าจะโตเกือบ 40% โดยมีปัจจัยมาจาก คนมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป มีการใช้งานบนโมบายมากขึ้น องค์กรต่าง ๆ มีการใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อช่วยในการติดต่อประชาสัมพันธ์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดดิจิตอลคอนเทนต์ ถือว่าอยู่ในกระแสที่ตลาดเป็นที่รู้จัก คนยอมรับทั้งในเรื่องของ เกม แอนิเมชั่น นิวส์มีเดีย อีเลิร์นนิ่ง การเกิดของช่องทีวีดิจิตอลขึ้น  ส่งผลให้มีการใช้ซอฟต์แวร์และกราฟิกในรายการ อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้ไป จะเห็นการทำหนังที่เป็นสารคดี หนังสั้นเพิ่มมากขึ้น โดนเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนของที่ใช้สื่อที่เป็นดิจิตอลมีผล เพราะน้อยกว่าการใช้คนหรือนักแสดงมาเป็นตัวแสดงในหนังแต่ละเรื่อง เพราะปัจจุบันดิจิตอลมีผลต่อกระแสสังคมยุคใหม่ได้ดีกว่า  สำหรับปัจจัยทางการเมืองปัจจุบันผู้ประกอบการที่รับงานของรัฐบาลจะมีผลกระทบ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ระดับ 100 ล้านบาท ต้องชะลอตามไปด้วย แต่ในส่วนของภาคเอกชน น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ คือการเอาเทคโนโลยีไปเสริมสร้างประสิทธิภาพเข้าไปคุมการทำงาน  เช่น  เหตุการณ์ที่มีการเข้าที่ทำงานไม่ได้ การเดินทางไม่สะดวก จึงต้องมีระบบควบคุมสั่งการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถทำงานได้ทุกมุมโลก และการนำเทคโนโลยีไปทดแทนและขยายออกสู่ภูมิภาคตลาดโลก  “ด้วยเทรนด์สังคมโลกไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจที่ถดถอย การแข่งขันที่รุนแรง ทั้งเอสเอ็มอี แบงก์ หรือ องค์กรใหญ่ ๆ ต้องมีการปรับตัว ถ้าไม่ปรับตัวจะอยู่ลำบาก จึงต้องหันมาใช้ซอฟต์แวร์แทนคน สำหรับการรับงานภาครัฐ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนมากเป็นรายใหญ่ เชื่อว่าจะยังอยู่ได้ ต้องให้เวลา โครงการอาจช้าลงบ้าง แต่ท้ายที่สุดก็ต้องลงทุน ตามแผนนโยบาย ตามงบประมาณที่ตั้งอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นประเทศจะตามประเทศอื่นไม่ทัน” นายไตรรัตน์ กล่าว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ซิป้า’ ชี้ ตลาดดิจิตอลคอนเทนต์ปีนี้โต 40%