เดือน: พฤษภาคม 2014

  • ปส. จัดสมัชชาปรมาณูเพื่อสันติครั้งแรกในไทย

    ปส. จัดสมัชชาปรมาณูเพื่อสันติครั้งแรกในไทย

    นายสุพรรณ   แสงทอง เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.)กล่าวว่า ปส. ในฐานะผู้ประสานงานแห่งชาติด้านการใช้พลังงานปรมาณูในทางสันติ มีหน้าที่ในการประสานงานความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ International Atomic Energy Agency (IAEA) และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานปรมาณูทั้งในและต่างประเทศ  จึงจัดงาน สมัชชาปรมาณูเพื่อสันติ 2557 หรือ Thai Atoms for Peace Expo (TAPE) 2014 ขึ้น  เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานปรมาณูทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศที่ได้รับการสนับสนุนจาก IAEA และประชาชนทั่วไปที่สนใจ มารับฟังและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินงานด้านพลังงานปรมาณู และหาแนวทางร่วมกันในการจัดทำแผนการดำเนินงานและความร่วมมือระหว่างประเทศเชิงรุก ปรับนโยบายด้านพลังงานปรมาณูของประเทศ และขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนิวเคลียร์ต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่และภารกิจของ ปส. พร้อมเสริมสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานปรมาณู ทั้งภาครัฐและเอกชนให้ได้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากพลังงานปรมาณูอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ในงานมี 2 กิจกรรมคู่ขนาน  คือ 1.การสัมมนาความร่วมมือระหว่างประเทศด้านพลังงานปรมาณู ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจาก IAEA มาบรรยายความร่วมมือทางวิชาการของ IAEA ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและแนวทางความร่วมมือในอนาคต และการสัมมนาแนวทางในการจัดทำข้อเสนอโครงการความร่วมมือทางวิชาการของ IAEA และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  และ2. การจัดแสดงนิทรรศการผลงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานปรมาณูในทางสันติ ทั้งในด้านอุตสาหกรรม การแพทย์ การเกษตร อาหารโภชนาการ พลังงาน สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ผู้สนใจเข้าร่วมงานสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทร 0 2596 7600 ต่อ 1811, 1812 หรือลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ http://www.oaep.go.th/rtsm/index.php

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปส. จัดสมัชชาปรมาณูเพื่อสันติครั้งแรกในไทย

  • ไทยคมเตรียมส่งไทยคม 7 และ 8 รองรับทีวีไทย

    ไทยคมเตรียมส่งไทยคม 7 และ 8 รองรับทีวีไทย

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1/2557  บริษัทมีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการ 2,374 ล้านบาท กำไรสุทธิ 399 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้น 21% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยรายได้หลักมาจากสายธุรกิจดาวเทียม คิดเป็น 88% ของรายได้รวมทั้งหมด    ทั้งนี้บริษัท มีผลกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ที่ปรับตัวสูงขึ้น จากการเริ่มรับรู้รายได้ของดาวเทียมไทยคม 6 รวมถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากบริการไอพีสตาร์ในออสเตรเลียและญี่ปุ่น  สำหรับต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ส่งดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจร ส่งมอบให้เป็นทรัพย์สินของรัฐบาลไทย และเริ่มให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว  ขณะนี้มีปริมาณการใช้ช่องสัญญาณบนดาวเทียมไทยคม 6 แล้วถึง 68% ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังสามารถเริ่มให้บริการรองรับกฎ Must Carry เพื่อให้ประชาชนสามารถรับชมช่องทีวีดิจิตอลได้ทั่วประเทศทันที นอกจากนี้ เพื่อรองรับการเติบโตต่อเนื่องของการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทฯ จะส่งดาวเทียมไทยคม 7 ขึ้นสู่วงโคจรเพิ่มเติมในกลางปี 2557 นี้ และได้เริ่มดำเนินโครงการดาวเที่ยมไทยคม 8 ซึ่งมีแผนจะนำขึ้นให้บริการในวงโคจรในครึ่งแรกของปี 2559 อีกดวงหนึ่ง ในส่วนของธุรกิจบรอดแบนด์ บริษัทฯ ยังคงรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากการให้บริการไอพีสตาร์ทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศ และบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรเพื่อให้บริการครบวงจร  โดยในไตรมาสสองนี้ บริษัทฯได้ร่วมมือกับ บมจ.อสมท. ในการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ “MCONNECT” (MCOT Second Screen Application) ซึ่งจะสร้างประสบการณ์ในการรับชมรายการโทรทัศน์รูปแบบใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย ให้ผู้ชมติดต่อกับผู้ผลิตรายการเพื่อจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมของรายการนั้นๆ หรือ แชทกับเพื่อนได้ระหว่างชมรายการ และยังช่วยเพิ่มการติดตามของผู้ชม และ เรตติ้งของรายการในเวลาเดียวกันด้วย  “ด้วยโครงการดาวเทียมไทยคม 6 ไทยคม 7 และไทยคม 8 บริษัทฯ มีความพร้อมในด้านปริมาณช่องสัญญาณดาวเทียมสำหรับการขยายธุรกิจทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศ ทั้งในเอเชียและแอฟริกาเพื่อการเติบโตในระยะยาวต่อไป  ด้วยช่องสัญญาณที่มีเพิ่มเติม ทำให้บริษัทฯ มีช่องสัญญาณดาวเทียมเพียงพอต่อการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมบรอดคาสต์ในช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีโทรทัศน์ความคมชัดสูง  และเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับระบบ “อัลตร้า เอชดี” ในอนาคต  นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นที่จะพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและบริการในลักษณะ ครบวงจร เพื่อช่วยสร้างคุณค่าเพิ่มแก่ลูกค้า อีกด้วย” นางศุภจีกล่าว อย่างไรก็ดีในส่วนของกลุ่มบริษัทในเครือนั้น บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) ซึ่งให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตและสื่อ ยังคงมีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจการให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านสายวงจรเช่า การให้บริการศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ต  และการให้บริการไอซีที และในส่วนของ บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ในประเทศลาวนั้น มีการให้บริการอย่างต่อเนื่องแก่ผู้ใช้บริการและตัวแทนจำหน่าย โดยเฉพาะผู้ใช้บริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ไร้สาย  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยคมเตรียมส่งไทยคม 7 และ 8 รองรับทีวีไทย

  • ฉลากสินค้าต้องระบุอะไรบ้าง  – ไขปัญหาผู้บริโภค

    ฉลากสินค้าต้องระบุอะไรบ้าง – ไขปัญหาผู้บริโภค

    ฉลากสินค้ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ผู้บริโภคควรให้ความสำคัญและใส่ใจอ่านรายละเอียดก่อน ซื้อเพื่อรักษาสิทธิของตัวท่านเอง การอ่านฉลากสินค้าจะช่วยให้ทราบถึงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของส่วนประกอบ ปริมาณ สามารถเปรียบเทียบราคาระหว่างผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันแต่ต่างยี่ห้อก็สามารถช่วยให้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้ไม่น้อย นอกจากนี้รายละเอียดของฉลากยังบอกให้ทราบถึงวิธีการเก็บรักษา การใช้งานได้อย่างถูกต้อง หากผู้บริโภคมีความเสี่ยงที่จะแพ้ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ก็จะสามารถทราบได้จากการอ่านฉลากและหลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเสีย  แต่หากเกิดปัญหาในการบริโภคผลิตภัณฑ์ ก็สามารถร้องเรียนให้มีการดำเนินการต่อผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่าย ได้ตามชื่อและที่อยู่ที่ปรากฏในฉลากด้วย และเพื่อเป็นการควบคุมให้ผู้ประกอบการ จัดทำฉลากได้อย่างถูกต้อง  สคบ. จึงได้ออกประกาศเรื่องลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. 2541 ซึ่งสินค้าที่ควบคุมฉลากก็ได้แก่ สินค้าที่ผลิตเพื่อขายโดยโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและสินค้าที่สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก  ต้องมีข้อความที่ตรงต่อความเป็นจริง ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสาระสำคัญของสินค้านั้น  ระบุชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของผู้ประกอบธุรกิจ สถานที่ผลิต หรือสถานที่ประกอบธุรกิจนำเข้าประเภทสินค้า ประเทศที่ผลิตกรณีนำเข้า ข้อความอันจำเป็น ได้แก่ ราคา ปริมาณ วิธีใช้ ข้อแนะนำ คำเตือน วันเดือนปีหมดอายุ หรือกรณีอื่นตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่คณะกรรมการว่าด้วยฉลากกำหนด ต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาไทยกำกับภาษาต่างประเทศสามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน ลักษณะของฉลากที่ควบคุมต้องระบุข้อความดังนี้  ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้า กรณีสั่ง/นำเข้าให้ระบุประเทศที่ผลิต ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศ ไทยของผู้ผลิตเพื่อขาย ชื่อหรือเครื่องหมาย การค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้สั่งหรือนำเข้ามาเพื่อขาย สถานที่ตั้งที่สามารถติดต่อได้จริง  ขนาด มิติ ปริมาณ ปริมาตร น้ำหนัก วิธีใช้ ข้อแนะนำในการใช้หรือห้ามใช้ คำเตือน (ถ้ามี) วันเดือนปีที่ผลิต หรือ หมดอายุ หรือที่ควรใช้ก่อน ราคาพร้อมระบุหน่วยบาท โดยการแสดงฉลากสินค้าต้องแสดงไว้ที่ตัวสินค้า  ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อ สอดแทรกหรือรวมไว้กับสินค้า เอกสารหรือคู่มือ ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่สินค้าหรือภาชนะบรรจุ และหากผู้ประกอบการขายสินค้าที่ควบคุมฉลากแต่ไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่การแสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฉลากสินค้าต้องระบุอะไรบ้าง – ไขปัญหาผู้บริโภค