เดือน: พฤษภาคม 2014

  • ลดขั้นตอนขอใบอนุญาตรง.4

    ลดขั้นตอนขอใบอนุญาตรง.4

    นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงฯเตรียมปรับกระบวนการพิจารณาอนุมัติใบอนุญาตประกอบการกิจการ(รง.4) ใหัมีขั้นตอนการพิจารณาสั้นลง แต่ยังคงปฏิบัติภายใต้กฎหมายของกระทรวงฯ ที่ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมไทยและเตรียมยกเลิกคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการขนาดใหญ่ ที่มีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่มีตนเป็นประธานด้วย เนื่องจากได้วางกรอบ และขั้นตอนการพิจารณาตามกฎหมายไว้เป็นแนวทางให้กับกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.)แล้ว โดยขั้นตอนการปรับลดดังกล่าว จะเสนอให้พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศและรองหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ดูแลฝ่ายงานเศรษฐกิจภายใน1-2วันนี้ สำหรับการลดขั้นตอน ประกอบด้วยลดระยะเวลาการพิจารณารง .4 ให้เหลือไม่เกิน 30วัน จากปัจจุบัน 90 วัน โดยโครงการที่มีการประกอบกิจการไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  เช่น เครื่องนุ่งห่ม และเหลือไม่เกิน 45วัน โดยโครงการลงทุนทั่วไป จากเดิมจะใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 90 วัน  ซึ่งระยะเวลาที่ลดลงจะมาจากการเปิดให้มีบุคคลที่ 3 เข้าร่วมพิจารณารายละเอียดโครงการด้วย  เบื้องต้นคาดว่า จะมาจากภาคการศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.)จะออกประกาศกรมฯแนบท้ายมาตรา9 ของพ.ร.บ.โรงงาน2535 ที่บางกรณีสามารถกำหนดให้มีบุคคลที่3เข้ามามีส่วนในการพิจารณาโครงการ โดยกรอ.แจ้งว่า จะออกประกาศให้ภาคการศึกษาสมัครร่วมเป็นบุคคลที่ 3 ภายในวันที่ 15 มิ.ย. และคาดว่า จะคัดเลือกเสร็จภายในเดือนมิ.ย.นี้ “การลดขั้นตอนพิจารณาจะให้ผู้ประกอบการเดินหน้าขั้นตอนแบบคู่ขนานได้ คือ สามารถยื่นเอกสารขออนุมัติโครงการตามหลักเกณฑ์ทางวิศวกรรมและด้านอื่นพร้อมกับสามารถเปิดรับฟังความเห็นชุมชนรอบพื้นที่โรงงานไปด้วย จากปกติเมื่อยื่นเอกสารขออนุญาตแล้วจะต้องส่งมาให้กระทรวงฯพิจารณาจากนั้นจึงจะกลับไปปฏิบัติขั้นตอนรับฟังความเห็น  ทำให้ใช้เวลาเพิ่มขึ้น” นอกจากนี้ได้สั่งการให้กรอ.และอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศตรวจสอบโครงการที่ขออนุมัติรง.4ว่ายังตกค้างอยู่ในพื้นที่จังหวัดใด หรือขั้นตอนใดบ้าง เพราะในส่วนของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่มีตนเป็นประธานไม่มีโครงการใดค้างอยู่เลย 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลดขั้นตอนขอใบอนุญาตรง.4

  • คลังส่งหนังสือถึง 32แบงก์เชิญร่วมปล่อยกู้50,000ล้านบาท

    คลังส่งหนังสือถึง 32แบงก์เชิญร่วมปล่อยกู้50,000ล้านบาท

    นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ลงนามในหนังสือถึงสถาบันการเงินทั้ง 32 แห่ง ประกอบด้วยธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ)และธนาคารพาณิชย์เอกชนทุกแห่ง เพื่อให้ยื่นเสนอเงินให้กู้ยืมภายใต้โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 56/57 เป็นเงิน 50,000 ล้านบาท  โดยกำหนดเงื่อนไขเงินกู้ดังกล่าวไว้ดังนี้ คือ วงเงินขั้นต่ำที่เข้าร่วมประมูล 2,000 ล้านบาท อายุเงินกู้ 3 ปี นับจากวันเบิกเงินกู้งวดแรก กำหนดวันยื่นประมูลงวดแรกไม่เกิน 30,000 ล้านบาท ในวันที่ 6 มิ.ย.57 และงวดที่สองไม่เกิน 20,000 ล้านบาท ในวันที่ 13 มิ.ย.57 โดยจะเบิกเงินกู้จากธนาคารที่เสนออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าก่อน ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพ (ไบบอร์) ระยะ 6 เดือน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นพื้นฐานในการคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้ โดยการคำนวณอัตราดอกเบี้ยไบบอร์ กำหนด ณ วันที่เบิกรับเงินกู้ และปรับอัตราดอกเบี้ยทุกงวด 6 เดือน ซึ่งกำหนดชำระดอกเบี้ยทุกงวด 6 เดือน นับจากวันที่เบิกเงินกู้งวดแรก โดยจะชำระคืนทั้งจำนวนเมื่อครบกำหนดอายุเงินกู้ และสามารถชำระคืนเงินต้นก่อนครบกำหนดทั้งจำนวนหรือบางส่วนได้ โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม ซึ่งการชำระคืนหนี้แก่ธนาคารที่มีเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าก่อน โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ อย่างไรก็ตาม การจัดหาเงินทุนเพื่อใช้ในโครงการรับจำนำนั้นไม่สามารถทำได้ในช่วงรัฐบาลรักษาการชุดที่แล้ว เพราะไม่ชัดเจนในกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ที่ห้ามรัฐบาลรักษาการกระทำบางอย่างในช่วงการยุบสภา สถาบันกาเงินจึงไม่มั่นใจที่จะให้กู้ยืมโดยล่าสุดกระทรวงการคลังได้นำเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่ออนุมัติแผนบริหารหนี้สาธารณะปี 57 และอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินและค้ำประกันเงินกู้ให้ธ.ก.ส. เพื่อใช้จ่ายให้ชาวนาที่ยังค้างอยู่วงเงิน 92,431  ล้านบาท ซึ่งหัวหน้า คสช.ได้อนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายลักษณ์วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส.กล่าวว่าธนาคารพร้อมจ่ายเงินให้กับเกษตรกรที่รอเงินรับจำนำข้าวกว่า 800,000รายวงเงินกว่า 90,000ล้านบาทเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรโดยจะทยอยจ่ายเงินดังกล่าวตามคิวใบประทวนที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้วตามลำดับก่อนหลังอย่างเคร่งครัดโปร่งใสตั้งแต่วันนี้ และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน1เดือนนับจากนี้ ซึ่งเงินที่จะนำมาใช้หมุนเวียนจะมาจาก เงินกองทุนช่วยเหลือชาวนา และเงินกู้ยืมที่กระทรวงการคลังจัดหามาให้ในวงเงินไม่เกิน92,431ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังส่งหนังสือถึง 32แบงก์เชิญร่วมปล่อยกู้50,000ล้านบาท

  • มอบนโยบายคลัง ไขก๊อกจ่ายเงินจำนำข้าว

    มอบนโยบายคลัง ไขก๊อกจ่ายเงินจำนำข้าว

    ที่กระทรวงการคลัง เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 26 พ.ค.57 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกระทรวงการคลังและผู้บริหารสถาบันการเงินเฉพาะกิจ  ว่า ขณะนี้ เชื่อว่าการจ่ายเงินให้กับชาวนาที่ค้างอยู่ในดครงการรับจำนำข้าว กรอบวงเงิน 92,000 ล้านบาท จะดำเนินการได้ทันที และจะเป็นแรงหนุนให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในปี 57 เติบโตเพิ่มอีก 0.2% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 2% เท่านั้น ขณะเดียวกัน เรื่องของการจัดทำงบประมาณ ประจำปี 58 มั่นใจว่าจะสามารถเริ่มใช้ได้ทันในวันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยล่าสุดสำนักงบประมาณได้จัดทำรายละเอียด โดยจะใช้แบบร่างของงบประมาณปี 57 เป็นรูปแบบในการจัดทำ แต่คาดว่าการจัดทำใช้งบประมาณ ปี 58 คงใช้จำนวนเงินไม่มาก เพื่อไม่ให้มีผลผูกพันในรัฐบาลต่อไป เพราะการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ จะเน้นไปที่ระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน นอกจากนี้ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจของ คสช. จะนำข้อมูลที่ได้จากการหารือในครั้งนี้ ไปหารือกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและกระทรวงการคลังเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 31 พ.ค.57 ก่อนนำเสนอความเห็นชอบให้กับคณะทำงานของ คสช. และจะสามารถประกาศแผนเศรษฐกิจได้ภายในสัปดาห์หน้า สำหรับโครงการเร่งด่วนที่กระทรวงการคลังเสนอมี 53 โครงการ แบ่งเป็น โครงการของหน่วยงานที่ไม่สังกัดกลุ่มภารกิจมี 23 โครงการ เช่น การรวบรวมและจัดทำมาตรการสนับสนุนการลงทุนปี 57 การจัดทำประมาณการณ์รายได้ปีงบ 58 การศึกษาผลกระทบของการยกระดับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นสถาบันการเงิน ร่างพรบ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แผนปฏิรูปสถาบันการเงินเฉพาะกิจ การศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีปล่อยมลพิษทางน้ำ โครงการประกันนาข้าวปี 57 ขยายเวลาลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ขยายเวลาลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ขยายเวลาลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรมศุลกากร 5 โครงการ เป็นต้น นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส. ) กล่าวว่า ธ.ก.ส. เตรียมปิดรับเงินบริจาคและเงินสมทบกองทุนช่วยเหลือชาวนาภายในสิ้นเดือน พ.ค. นี้ คาดว่าจะได้เงินบริจาคและสมทบประมาณ 15,000 ล้านบาท  เร็วกว่ากำหนดเดิมในเดือน มิ.ย.นี้ คาดว่าจะได้เงิน 20,000 ล้านบาท เนื่องจาก ธ.ก.ส. ได้สำรองสภาพคล่อง 40,000 ล้านบาท และสำนักบริหารหนี้สาธารณะ ( สบน.)  กู้เงินอีก 50,000 ล้านบาท ใน 2 สัปดาห์ถัดจากนี้  โดยเงินที่จะเอามาใช้คืนกองทุนชาวนา จะมาจากเงินระบายข้าว ไม่ได้กู้เงินมาใช้คืน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มอบนโยบายคลัง ไขก๊อกจ่ายเงินจำนำข้าว