วันนี้ (19 พ.ค.) นายกิตติศักดิ์ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวถึงการที่ นายคมสัน ทองศิริเลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ให้สมาชิกสหภาพรัฐวิสาหกิจหยุดงานตั้งแต่วันที่22 พ.ค. เป็นต้นไป หากรัฐบาลยังไม่คืนอำนาจให้แก่ประชาชน นั้นทุกคนมีสิทธิ์ที่จะดำเนินการอย่างไรก็ได้แต่ให้คำนึงถึงว่า กสท เป็นหน่วยงานที่ให้บริการโทรคมนาคมของประเทศและมีลูกค้าที่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้น อย่าให้ความเห็นของกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียวมาทำให้การให้บริการทั้งหมดต้องหยุดชะงักทั้งนี้แค่ลำพังทำงานเพื่อให้องค์กรอยู่รอดยังถือเป็นช่วงที่ยากลำบากแล้ว ดังนั้นการจะดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองก็ควรคำนึงว่าขณะนี้ กสทต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนด้านนายยงยุทธ วัฒนสินธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT กล่าวว่า ได้ทำความเข้าใจกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจของทีโอที แล้วว่าต้องการให้คำนึงถึงความรับผิดชอบของการให้บริการลูกค้าเป็นหลักอย่าทำให้องค์กรเสียหายมากกว่านี้ เพราะขณะนี้ ทีโอที ได้อยู่ในระหว่างแผนพลิกฟื้นองค์กรอยู่แล้วดังนั้น การทำหน้าที่ให้บริการเพื่อให้องค์กรอยู่รอดจึงถือว่าสำคัญมากที่สุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซิอีโอ กสท-ทีโอที เคลียร์สหภาพฯ ประท้วงในขอบเขต
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ซิอีโอ กสท-ทีโอที เคลียร์สหภาพฯ ประท้วงในขอบเขต
-

พร้อมไล่ล่ารมต. บินไทย สนามบิน รถไฟ ให้บริการปกติ
สหภาพบินไทย พร้อมสไตร์ก และจัดทีมไล่ล่ารมต. นายสมศักดิ์มานพ รองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สหภาพฯการบินไทยได้ออกแถลงการณ์ปฏิบัติการยึดอำนาจอธิปไตย เพื่อปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยได้แจ้งไปยังสมาชิกสหภาพฯการบินไทยขอให้สมาชิกสภาพทำตามมติของสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) โดยขอให้สมาชิกสหภาพฯที่เป็นกรรมการสหภาพ3-5 คน ปฏิบัติการไล่ล่ารัฐมนตรีเพื่อยึดคืนอำนาจอธิปไตยตั้งแต่วันที่19 พ.ค. -21 พ.ค.57 และหากข้อเสนอของมวลมหาประชาชนยังไม่ได้รับการตอบสนองให้สมาชิกสหภาพฯการบินไทย 15,000 คนลาหยุดงานพร้อมเพรียงกันตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.-26 พ.ค.57เพราะหากพนักงานลาหยุดพร้อมกันหมด ทางบริษัทก็ต้องหยุดงานไปโดยปริยายทั้งนี้จากการสอบถามและการแสดงออกของสมาชิกสหภาพฯที่ผ่านมาพบว่า 70-80%ของพนักงานการบินไทยเห็นด้วยกับการแสดงออกของ กปปส. และการที่หลายฝ่ายเกรงว่าการหยุดงานจะเป็นการซ้ำเติมบริษัทฯที่มีผลดำเนินงานขาดทุนนั้นมองว่า การหยุดงาน หรือไม่หยุดก็เกิดความเสียหายกับบริษัทเนื่องจากการบินไทยประสบปัญหาขาดทุนอยู่แล้ว รักษาการดีดีบินไทย ยันพร้อมรับมือ-ไม่หยุดบิน นายโชคชัยปัญญายงค์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่(ดีดี) การบินไทย กล่าวถึงแถลงการณ์ดังกล่าวว่าฝ่ายบริหารได้มีการหารือเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นแล้วโดยยืนยันว่าการบินไทยเป็นสายการบินแห่งชาติ ที่ให้บริการประชาชนจะไม่มีปัญหาหยุดให้บริการผู้โดยสารแต่อย่างใด โดยมั่นใจว่าพนักงานของการบินไทยมีสปิริต ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเป็นอย่างดีทั้งนี้ฝ่ายบริหารของการบินไทยไม่ได้ห้ามพนักงานเข้าร่วมการชุมนุมเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถดำเนินการได้ สำหรับพนักงานที่พักเวรหรือออกกะก็สามารถเข้าร่วมการชุมนุมได้ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะไม่มีการหยุดให้บริการและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารอย่างแน่นอน รถไฟไม่หยุดงานร่วมประท้วงเป็นสิทธิส่วนบุคคล นายอำพนทองรัตน์ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.) กล่าวว่าสร.รฟท.จะเรียกประชุมกรรมการในวันที่ 20 พ.ค.เพื่อสรุปมติออกมาให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไรเบื้องต้นคาดมีมติออกมาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา คือ จะไม่ประกาศหยุดงานแต่ให้ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถหยุดงานได้ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟอย่างแน่นอน“บริการรถไฟถือเป็นระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญในการขนส่งประชาชนการพิจารณาว่าจะหยุดงานหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของแต่ละคนจะพิจารณาซึ่งก็ใช้วิธีเดียวกันกับก่อนหน้านี้ที่ สรส.เคยมีมติให้หยุดงานซึ่งรถไฟก็ยังสามารถให้บริการประชาชนได้เหมือนเดิม” ทอท.เคลียร์แล้ว สนามบินเปิดบริการไร้ปัญหา นายเมฆินทร์เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือทอท.กล่าวว่า ฝ่ายบริหารได้พูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการหยุดงานประท้วงกับสมาชิสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ทอท. มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาสหภาพฯทอท. ยืนยันกับฝ่ายบริหารมาตลอดว่า สหภาพฯมีจุดยืนที่เป็นกลางทางการเมืองโดยจะยังคงทำงานและให้บริการภายในสนามบินทุกแห่งของ ทอท.ตามปกติ โดยไม่มีการหยุดงานประท้วงเพราะไม่ต้องการให้ประชาชนผู้ใช้บริการเดือดร้อนในการเดินทางอย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการบริการหยุดชะงักฝ่ายบริหารได้เตรียมแผนสำรองฉุกเฉินไว้พร้อมแล้วเบื้องต้นได้ประสานไปยังพนักงานประจำให้เตรียมทำงานล่วงเวลา รวมทั้งประสานลูกจ้างชั่วคราวให้เตรียมเข้าทำงานแทนหากเกิดปัญหาขาดแคลนบุคคลกรในการปฏิบัติงานจึงขอให้ผู้ใช้บริการท่าอากาศยานของ ทอท.ทั้ง 6 แห่งไม่ว่าจะเป็นสายการบินและผู้โดยสารมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาเกี่ยวกับการให้บริการแน่นอน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พร้อมไล่ล่ารมต. บินไทย สนามบิน รถไฟ ให้บริการปกติ -

ต่างชาติกังวลการเมืองไทยกระทบการค้า-การลงทุน
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยอย่างมากเนื่องจากได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจในหลายประเทศต่อการเข้ามาลงทุน และการทำการค้า เนื่องจากยังไม่มั่นใจต่อเหตุการณ์ความไม่สงบ จนหลายบริษัทไม่กล้าส่งพนักงานเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยหากจะเจรจาการค้าก็อาจไปหารือกันในประเทศอื่นแทน ดังนั้นหากปัญหาการเมืองยังไม่ยุติทูตพาณิชย์เป็นห่วงว่าจะกระทบต่อการส่งออกไทยในปีนี้แน่นอน นายสุภัฒ สงวนดีกุล ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ณ นครโอซากา ญี่ปุ่น กล่าวว่า ยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองไทยมีผลต่อความเชื่อมั่นของของคู่ค้าในแถบเอเซีย โดยเฉพาะคู่ค้าจากประเทศญี่ปุ่นที่มีการติดตามข่าวสารการเมืองไทยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการจัดงานแสดงสินค้าอาหาร 57 ในวันที่ 21-25 พ.ค. นี้ มีลูกค้าจากญี่ปุ่นติดต่อสอบถามถึงสถานการณ์ทางการเมืองเข้ามาตลอด แต่ก็เชื่อว่าในวันงานลูกค้าจากญี่ปุ่นยังเดินทางมาร่วมงานเพราะลูกค้ามีการวางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว แต่ก็เป็นห่วงว่าหลังจากงานครั้งนี้ลูกค้าจากญี่ปุ่นจะตัดสินใจไม่เข้ามาร่วมงานจากสถานการณ์การเมืองไทยได้ นางเบ็ญจวรรณ อุกฤษ ทูตพาณิชย์ ประจำกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า นักธุรกิจของสหรัฐมีความกังวลในสถานการณ์การเมืองของไทยบ้าง เพราะยังไม่นิ่ง และอยากเห็นไทยจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว แต่ยังไม่กังวลมากจนถึงกับถอนการลงทุน หรือชะลอคำสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทย นางวิลาสินี โนนศรีชัย ทูตพาณิชย์ ประจำกรุงจาการ์ต้า อินโดนีเซีย กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองในประเทศไทย มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน ซึ่งผู้ประกอบการชาวอินโดฯบางส่วนระงับการเดินทางมาไทย เช่น งานแสดงสินค้าอาหาร 57 จึงต้องมีการปรับแผนโดยให้ผู้ประกอบไทยเดินทางไปเจรจากับผู้ประกอบการโดยตรง นางพรพิมล เพชรกูล ทูตพาณิชย์ ประจำกรุงเวียนนา ออสเตรีย กล่าวว่า ในปี 57 คาดว่าการส่งออกของไทยไปยังออสเตรีย และภาพรวมของอียูจะโตได้ประมาณ 5% และเศรษฐกิจของยุโรปมีแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ประเทศในกลุ่มอียู ไม่มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางการเมืองไทย และยังความมีความเชื่อมั่นในการค้ากับประเทศไทย เนื่องจากประเทศในแถบยุโรปไม่ใช่ประเทศที่อ่อนไหวต่อสถานการณ์ทางการเมือง เหมือนประเทศในแถบเอเชีย และเห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองเป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ในทุกประเทศ หากไม่กระทบต่อการค้าระหว่างประเทศก็ไม่มีปัญหา นายชูลิต สถาวร ทูตพาณิชย์ ประจำกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองไทยไทยไม่ได้กระทบต่อความเชื่อมั่น และการค้าระหว่างประเทศกับกลุ่มประเทศอียูมากนัก ซึ่งส่วนที่ได้รับผลกระทบจะเป็นเรื่องของคู่ค้าที่ไม่สามารถเดินทางมาไทยได้ และเชื่อว่าหากการเมืองไทยจบได้ในเร็วๆนี้ การส่งออกภาพรวมไปในอียูอาจไม่ได้รับผลกระทบ และคาดว่าในปีนี้จะโตได้ 5% มูลค่า 23,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะเศรษฐกิจในอียูเริ่มฟื้นตัว นางอัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษากระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า มั่นใจว่าการส่งออกของไทยในปีนี้ยังคงขยายตัวได้ จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในตลาดหลัก คือ สหรัฐ กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น รวมถึงอาเซียน โดยในวันที่ 19 พ.ค. กระทรวงพาณิชย์ได้มีการเรียกประชุมทูตพาณิชย์ จาก 64 ประเทศทั่วโลก เพื่อมาร่วมกันทบทวนปัญหาอุปสรรคของการส่งออก และในวันที่ 20 พ.ค. นี้จะมีการหารือปรับเป้าหมายการส่งออกให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ต่างชาติกังวลการเมืองไทยกระทบการค้า-การลงทุน