เดือน: พฤษภาคม 2014

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 19 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 5.37  จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 19 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 5.37 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 พ.ค. ดัชนีปรับขึ้นทันทีที่เปิดตลาด และเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดการซื้อขาย หลังประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาสแรกของปีนี้ ไม่ได้ผิดความคาดหมาย โดยติดลบ 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่นักลงทุนยังเฝ้าติดตามสถานการณ์การเมืองที่มีความร้อนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,404.13 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,410.73 จุด จนมาปิดตลาด 1,410.63 จุด เพิ่งขึ้น 5.37 จุด หรือ 0.38% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 24,830.67 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.อิชิตัน ปิดที่ 24.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท2.ซีพีเอฟ ปิดที่ 27.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท3.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 168.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง4.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 13.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท5.เอไอเอส ปิดที่ 243.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 19 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 5.37 จุด

  • ฟันธงกนง.คงดอกเบี้ย2%ถึงสิ้นปี

    ฟันธงกนง.คงดอกเบี้ย2%ถึงสิ้นปี

    นายกอบสิทธิ์  ศิลปชัย  ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจ และตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย  เปิดเผยว่า  ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายหรืออาร์พีหลังจากนี้ไป  คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือกนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2% จนถึงสิ้นปีนี้    เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากแรงกดดันการเมือง ทำให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 2 ครั้งที่ผ่านมาคือ คือวันที่ 27 พ.ย.56 และวันที่ 12 มี.ค.57  ไม่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศมากนัก เพราะการที่ไม่มีรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศทำให้การลงทุนและการบริโภคชะลอตัวลง  โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นอกจากนี้ต้องจับตามองปัจจัยต่างประเทศ คือ แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ซึ่งอาจจะเริ่มขยับขึ้นในปลายปี 58  และการยกเลิกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอีของสหรัฐในเดือนต.ค.นี้ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของยุโรป  ซึ่งจะส่งผลให้มีเงินทุนไหลออกมาลงทุนในตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยด้วย ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นจะยังผันผวนตามกระเเสข่าวที่เกิดขึ้น ตามกรอบการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างกว้างที่ระดับ 1,250-1,350 จุด  ส่วนค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าที่ระดับ  33.00-33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากปัญหาการเมืองและดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเป็นผลมาจากการนำเข้าชะลอตัวลงหลังจากภาคเอกชนลดกำลังการผลิต “ การขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโต 1.8%  ภายใต้สมมติฐานว่าจะต้องมีรัฐบาลภายในครึ่งปีหลัง ซึ่งมีโอกาสที่จีดีพีไตรมาส 2 จะหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 1  เนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่ได้ข้อยุติ จนทำให้การใช้จ่ายและการลงทุนอยู่ในภาวะชะงักงัน ดังนั้นจึงต้องหวังพึ่งภาคการส่งออกที่จะเป็นตัวช่วยเศรษฐกิจให้ขยายตัว คาดว่าการส่งออกน่าจะฟื้นตัวช่วงไตรมาส 3-4 โดยต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิด  โดยประเมินว่าการส่งออกปีนี้จะโตไม่ต่ำกว่า 5%” ทั้งนี้ต้องติดตามท่าทีของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากต่างประเทศที่ยังจับตาการเมืองไทย ถ้าหากการเมืองยังยืดเยื้อจะกระทบความน่าเชื่อถือของประเทศ โดยอาจจะมีการทบทวนและลดมุมมองเรตติ้งจากสถานะมีเสถียรภาพ  เป็นเชิงลบ ซึ่งจะกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ และจะส่งผลกระทบให้ต้นทุนการกู้ยืมแพงขึ้น 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฟันธงกนง.คงดอกเบี้ย2%ถึงสิ้นปี

  • สร.กฟผ.เตรียมร่วมขับไล่รัฐบาล

    สร.กฟผ.เตรียมร่วมขับไล่รัฐบาล

    นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(สร.กฟผ.) เปิดเผยว่า สร.กฟผ.จะมีการประชุมสามัญวันที่ 22 พ.ค.นี้เพื่อหารือกับพนักงานในการขอความร่วมมือการพิจารณาลางานในช่วงวันที่23-26 พ.ค.นี้ เพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับกปปส.ซึ่งจะสอดรับกับรัฐวิสาหกิจอื่นๆโดยเฉพาะการกดดันให้รัฐบาลสิ้นสภาพเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปทางการเมือง และยืนยันว่า จะไม่มีการตัดไฟ เพื่อต่อรองใดๆ หากตัดคงเป็นคนอื่นไม่ใช่พนักงานกฟผ. มั่นใจระบบไฟ-สายส่งเอาอยู่ นายดิเรก ลาวัลย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(เรกูเลเตอร์) กล่าวว่า มั่นใจว่าระบบไฟฟ้าจะไม่เกิดปัญหาขึ้นโดยทั้ง 3การไฟฟ้ามีแผนรองรับกรณีฉุกเฉินไว้หมดแล้วและกรณีเกิดปัญหาการเมืองจะมีความเข้มข้นของระดับความปลอดภัย ประกอบกับสำรองไฟฟ้าในปัจจุบันก็มีมากพอ นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ยืนยันว่า ภาพรวมกฟผ.ยังทำงานปกติ    ทั้งนี้ พนักงาน กฟผ.ทุกคนตระหนักในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่มีภาวะความไม่ปกติ  กฟผ.ยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยของแหล่งผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าอีกด้วย จึงขอให้ประชาชนมิต้องวิตกกังวลแต่อย่างใดเอกชนหวั่นรุนแรงกลับมาประกาศพรบ.ฉุกเฉิน นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้เอกชนจะต้องติดตามสถานการณ์ทางการเมืองไทยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความวิตกกังวลว่า อาจจะนำไปสู่ความรุนแรงได้และหากเป็นเช่นนั้นก็อาจส่งผลให้มีโอกาสประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในภาวะการณ์ฉุกเฉินซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะกระทบต่อการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นในการสั่งซื้อสินค้าไทย “เรามีความกังวลมากเพราะเวลานี้เศรษฐกิจเองก็แย่อยู่แล้ว การเมืองก็ทวีความร้อนแรงขึ้นก็ไม่รู้จะไปทางไหนแต่ที่แน่ๆ ความเชื่อมั่นทั้งการบริโภค การลงทุน คงลดลงอีกเอกชนก็ยังคงคาดหวังว่าจะมีทางออกของประเทศหากทุกฝ่ายหันหน้าเจรจากัน แต่หากทุกฝ่ายยังมีเป้าหมายไปคนละทางก็เชื่อว่าการเมืองไทยคงจะยืดเยื้อและไม่จบง่ายๆ จึงอยากวอนให้เห็นแก่ประเทศชาติและไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงใดๆ”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สร.กฟผ.เตรียมร่วมขับไล่รัฐบาล