นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่ากรมได้ประกาศราคารับซื้อและราคาจำหน่ายสุกร เนื้อสุกรแนะนำ ระหว่างวันที่ 27 มิ.ย. – 3 ก.ค. 57 โดยราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันตก ราคากิโลกรัมละ 79 บาท,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราคากิโลกรัมละ 80 บาท ภาคตะวันออกราคากิโลกรัมละ 81 บาท ภาคใต้ ราคากิโลกรัมละ 78 บาท และภาคเหนือ ราคากิโลกรัมละ 80บาท ราคาจำหน่ายส่งหมูชำแหละ(หมูซีก) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคตะวันตก ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 93 บาทภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 94 บาท ภาคตะวันออก ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 95 บาท ภาคใต้ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 92 บาท และภาคเหนือ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 94 บาท ราคาจำหน่ายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง (เนื้อสะโพกเนื้อไหล่) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และ ภาคตะวันตก ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 128 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 129 บาท ภาคตะวันออก ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 131 บาทภาคใต้ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 127 บาท และภาคเหนือ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 129 บาท ราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดงไม่ตัดแต่ง (เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันตก ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 144 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 145 บาท ภาคตะวันออก ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 147 บาท ภาคใต้ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 143 บาท และภาคเหนือ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 145 บาท ยกเว้นเนื้อสุกรชนิดที่มีคุณภาพพิเศษเช่น เนื้อสุกรอนามัย เนื้อสุกรไร้สาร ที่มีการรับรองจากหน่วยงานราชการ ราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดงตัดแต่ง (เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และ ภาคตะวันตก ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 156 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 157 บาท ภาคตะวันออก ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ159 บาท ภาคใต้ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 154 บาท และภาคเหนือ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 157 บาท ยกเว้นเนื้อสุกรชนิดที่มีคุณภาพพิเศษเช่น เนื้อสุกรอนามัย เนื้อสุกรไร้สาร ที่มีการรับรองจากหน่วยงานราชการ “กรมจะติดตามสถานการณ์และราคาสุกรอย่างใกล้ชิด และขอให้ผู้จำหน่ายปลีกปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ผู้บริโภคเห็นอย่างชัดเจน ถ้าหากไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้ามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการแจ้งที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ หากพบการกระทำผิดกรมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุมราคาหมูห้ามเกิน 159 บาท
เดือน: มิถุนายน 2014
-

คุมราคาหมูห้ามเกิน 159 บาท
-

เปิดโครงการประกันภัยนาข้าวปี 57
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 57 เพื่อช่วยให้เกษตรกรลดความเสี่ยงจากปัญหาภัยธรรมชาติและภัยพิบัติต่าง ๆ โดยมอบหมายให้ธนาคารเป็นผู้บริหารโครงการประกันภัยข้าว และเป็นตัวกลางระหว่างเกษตรกรผู้เอาประกันภัยกับผู้รับประกันภัย พร้อมตั้งเป้าหมายพื้นที่นาข้าวที่จะเข้าร่วมโครงการ 1.5 ล้านไร่ ซึ่งเกษตรกรสามารถซื้อประกันได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.57 นี้ ทั้งนี้ เงื่อนไขโครงการครั้งนี้กำหนดให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ รับภาระค่าเบี้ยประกันภัยตามลำดับความเสี่ยงของพื้นที่ซึ่งแบ่งเป็น 5 ระดับ โดยคิดอัตราค่าเบี้ยประกันภัยรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์ คือ พื้นที่เสี่ยงต่ำที่สุดอยู่ที่ 129.47 บาทต่อไร่ เกษตรกรจะจ่ายค่าเบี้ยประกันในอัตราเพียง 60 บาทไร่, พื้นที่เสี่ยงต่ำมาก 247.17 บาทต่อไร่เกษตรกรจะจ่ายค่าเบี้ยประกันในอัตราเพียง 70 บาทไร่, พื้นที่เสี่ยงต่ำ 376.64 บาทต่อไร่ เกษตรกรจะจ่ายค่าเบี้ยประกันในอัตราเพียง 80 บาทไร่, พื้นที่เสี่ยงปานกลาง 472.94 บาทต่อไร่ เกษตรกรจะจ่ายค่าเบี้ยประกันในอัตราเพียง 90 บาทไร่ และพื้นที่เสี่ยงสูง 510.39 บาทต่อไร่ เกษตรกรจะจ่ายค่าเบี้ยประกันในอัตราเพียง 100 บาทไร่ นอกจากนี้ ธ.ก.ส. อุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้กับเกษตรกรที่เป็นลูกค้าอีกไร่ละ 10 บาท ทำให้เกษตรกรจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยเพียง 50-90 บาทต่อไร่ ซึ่งการประกันภัยจะคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจาก น้ำท่วม ภัยแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ลมพายุ อากาศหนาว ลูกเห็บและไฟไหม้ โดยได้รับชดเชย 1,111 บาทต่อไร่ ยกเว้นศัตรูพืชและโรคระบาด ได้รับการชดเชย 555 บาทต่อไร่ “เชื่อว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย 1.5 ล้านไร่แน่นอน เพราะปัจจุบันมีเกษตรกรอยู่ 3.5 ล้านครัวเรือน คิดเป็นพื้นที่กว่า 64 ล้านไร่ ซี่งเป้าหมายดังกล่าวคิดเป้นเพียง 3% เท่านั้น หากต่อไปยิ่งเข้ามาซื้อประกันกันมากค่าเบี้ยก็จะถูกลง โดยการทำประกันภัยนาข้าวถือเป็นการจัดการความเสี่ยงในด้านการผลิตแก่เกษตรกร เพราะในกรณีที่ประสบความเสียหาย เกษตรกรจะได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐในเบื้องต้น 1,113 บาทต่อไร่ เมื่อรวมกับประกันภัยที่เกษตรกรซื้อไว้อีก 1,111 บาทต่อไร่ เท่ากับว่าเกษตรกรได้รับเงินชดเชยไร่ละ 2,224 บาท ช่วยให้เกษตรกรมีต้นทุนที่สามารถเริ่มต้นการเพาะปลูกในรอบถัดไปได้ อันเป็นการบรรเทาความเสี่ยงที่เกิดขึ้น”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดโครงการประกันภัยนาข้าวปี 57 -

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 5.76 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 27 มิ.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นลดลงเคลื่อนไหวในแดนลบ และปรับตัวขึ้นสูงในแดนบวกอีกครั้งช่วงท้ายตลาด เนื่องจากตลาดได้รับแรงกดดันเรื่องแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐที่อาจเร็วขึ้นกว่าที่คาดมาเป็นช่วงต้นปี 58 รวมถึงการดันราคาหุ้นปิดขึ้นสูงก่อนจบไตรมาส 2 ส่งผลให้มีการเก็งกำไรดันตลาดดีดตัวช่วงท้ายวันนี้ ในขณะที่มูลค่าการซื้อขายเบาบางลงก่อนช่วงวันหยุด ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,489.72 จุด และลดลงต่ำสุด 1,473.10 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,483.24 จุด เพิ่มขึ้น 5.76 จุด หรือ 0.39% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 34,853.89 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ปตท. ปิดที่ 312.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท 2.เอไอเอส ปิดที่ 221.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง 3.บีแลนด์ ปิดที่ 1.88 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท 4.ปตท.สผ. ปิดที่ 165.00 บาท ลดลง 1.50 บาท 5.เซปเป้ ปิดที่ 26.25 บาท ลดลง 1.00บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 5.76 จุด