เดือน: มิถุนายน 2014

  • กสทช.เปิดแอพลงทะเบียนซิมการ์ดเติมเงิน

    กสทช.เปิดแอพลงทะเบียนซิมการ์ดเติมเงิน

    วันนี้(27 มิ.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า สำนักงานกสทช.ร่วมกับค่ายมือถือ 5 ราย ได้แก่ บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค , บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือเอไอเอส , บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ 3 จี มาย และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ 3 จีทีโอที เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “ 2 แซะ” เพื่อลงทะเบียนซิมการ์ดทั้งเก่าและใหม่เป็นวันแรก และหลังจากนั้นในวันที่ 15 ก.ค. 57จะขยายไปยังจังหวัดใหญ่ๆ และร้านตัวแทนจำหน่าย และภายในวันที่ 31 ก.ค. 57 จะขยายครอบคลุมทั่วประเทศสำหรับแอพพลิเคชั่นดังกล่าว เป็นการลงทะเบียนซิมการ์ดผ่านสมาร์ทโฟน โดยให้ผู้ที่จำหน่ายซิมการ์ดของทุกค่ายมือถือดำเนินการลงทะเบียน ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นและสแกนบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนชาวต่างชาติสแกนพาสปอร์ตหรือบัตรต่างด้าว เพ่ือให้ลูกค้าที่มาซื้อซิมการ์ด ไม่ต้องสำเนาเอกสารให้ร้านค้าที่จำหน่ายซิมการ์ดเก็บไว้ โดยข้อมูลจะถูกส่งมายังฐานข้อมูลกลางของสำนักงานกสทช.และฐานข้อมูลของผู้ให้บริการมือถือโดยตรง ซึ่งจะไม่มีการบันทึกภาพและข้อมูลไว้ภายในเครื่องแน่นอน ขอให้ประชาชนมั่นใจได้“ยืนยันว่าการลงทะเบียนดังกล่าวนี้ จะป้องกันการนำเอาหมายเลขโทรศัพท์ไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายอาทิ การข่มขู่ ต้มตุ๋นหลอกลวง ซื้อขายยาเสพติด สิ่งของที่ผิดกฎหมายหรือแม้แต่การก่อวินาศกรรมเป็นต้น โดยเบื้องต้นจะรณรงค์จัดกิจกรรมเชิญชวนให้ลงทะเบียนซิมการ์ดโดยปัจจุบันพบว่ามีเลขหมายระบบเติมเงินจำนวน90 ล้านเบอร์ มีการลงทะเบียนแล้วไม่ถึง 5 % ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยมาก คาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายในหนึ่งปี ” นายฐากร กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เปิดแอพลงทะเบียนซิมการ์ดเติมเงิน

  • “เซนไฮเซอร์” ปรับกลยุทธ์การจัดจำหน่ายเจาะตลาดใหม่

    “เซนไฮเซอร์” ปรับกลยุทธ์การจัดจำหน่ายเจาะตลาดใหม่

    นายอึงจี ซุน ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนไฮเซอร์ เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของเซนไฮเซอร์เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคคนไทยมีความหลากหลายมากในการตัดสินใจซื้อซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่เป็นหนุ่มสาวส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลมาจากจากแฟชั่นและเทรนด์สมัยใหม่ ดังนั้นการได้ร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับ แอชเอเชียเพื่อช่วยให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากแอชเอเชียมีประสบการณ์และความชำนาญในตลาดสินค้าไลฟสไตล์ที่เป็นจุดแข็งของบริษัท จึงมั่นใจว่าจะสร้างโอกาสทางการตลาดสำหรับหูฟังเซนไฮเซอร์ในตลาดไลฟสไตล์ โดยเฉพาะหูฟังแฟชั่นของเรา ‘Momentum’”ด้านเฮอร์มีน บอนด์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอช เอเชีย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า การเลือกสินค้าเข้ามาจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของเราต้องเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์ทันสมัยคุณภาพสูง และราคาที่ทุกคนสามารถซื้อได้ซึ่งแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของเซนไฮเซอร์ สามารถเข้ามาเสริมทัพให้กับบริษัทของเราได้เป็นอย่างดีเชื่อว่าการทำงานร่วมกับหุ้นส่วนใหม่นี้ทำให้สามารถพัฒนาแบรนด์ในประเทศไทยให้เติบโตขึ้นและสามารถเชื่อมต่อความสัมพันธ์นี้ไปยังกลุ่มเป้าหมายอายุน้อยด้วยทั้งนี้การปรับกลยุทธ์การตลาดของเซนไฮเซอร์ทำให้ความร่วมมือกับ บริษัท เจนเนอเรชั่น เอส จำกัด อดีตตัวแทนจำหน่ายต้องปรับเปลื่ยนโดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันที่จะยุติการเป็นหุ้นส่วนโดยมีผลตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เซนไฮเซอร์” ปรับกลยุทธ์การจัดจำหน่ายเจาะตลาดใหม่

  • เศรษฐกิจฟื้นรูปตัววี

    เศรษฐกิจฟื้นรูปตัววี

    นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ประเมินว่า ทั้งปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะเติบโตขึ้นได้ 1.5% จากเดิมที่คาดว่าจะติดลบต่ำกว่า 1% และปีหน้าจะกลับมาเติบโตได้ตามปกติที่ 5.5% จากเดิมที่คาดไว้เพีย 4.8% หลังจากที่ไตรมาสแรกเศรษฐกิจหดตัวมากกว่าที่คิดไว้ แต่มาไตรมาส 2 มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งทำให้นโยบายภาครัฐชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ทั้งภาคประชาชนและนักลงทุนมีความเชื่อมั่น กลับเข้ามาลงทุน จึงประเมินว่าครึ่งปีหลังนี้ภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นเป็นรูปตัววี และฟื้นตัวเร็ว จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในปีหน้า “ครึ่งปีแรกเศรษฐกิจติดลบ 0.5% จากการส่งออกที่ฟื้นตัวช้า แต่ครึ่งปีหลังนี้ เชื่อว่าจะโตได้ 3.4% จากการลงทุน และการบริโภคภาคเอกชน ที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะจากการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติโครงการที่คั่งค้างไว้จำนวนมาก ส่งผลให้เอกชนกลับเข้ามาลงทุนมากขึ้น ด้านภาครัฐก็มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากนโยบายด้านการคลัง โดยคาดว่าการเบิกจ่ายงบประมาณปี 57 จะเพิ่มจากเดิมที่ประมาณการ 90.5% เป็น 93% และงบประมาณปี 58 เป็น 93.5% แต่ทั้งนี้มองว่า เศรษฐกิจที่หดตัวแรงนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการว่างงานเท่าใดนัก อีกทั้งนโยบายการเงินยังผ่อนคลายเพียงพอที่จะสนับสนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้”  ส่วนภาวะเงินเฟ้อนั้นมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเงินเฟ้อฟื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่า 1.5% เป็น 1.7% และปีหน้าจาก 1.3% เป็น 1.4% ด้านเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มจาก 2.5% เป็น 2.6% และปีหน้าจาก 2.3% เป็น 2.5% จากแรงกดดันด้านต้นทุน โดยเฉพาะราคาก๊าซหุงต้มที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลกระทบให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในหมวดอาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ รวมทั้งแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น ทำให้มีกำลังซื้อสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ปัญหาความขัดแย้งในอิรัก อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในดูไบให้เพิ่มขึ้นในระยะสั้นอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดี โดยภาพรวมแล้ว ถือว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ธปท.วางไว้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เศรษฐกิจฟื้นรูปตัววี